วันที่ 6 สิงหาคม 2008 หรือวันนี้เมื่อ 17 ปีที่แล้ว เป็นวันวางจำหน่ายของเกม Braid พร้อมกันทั่วโลก โดยลงให้กับเครื่อง Xbox 360 เป็นแพลตฟอร์มแรก เกมนี้เป็นผลงานการออกแบบโดยคุณโจนาธาน โบลว์ (Jonathan Blow) ที่ใช้ทุนพัฒนาจากเงินตัวเองตลอดระยะเวลา 3 ปี เป็นจำนวนประมาณ 180,000 เหรียญสหรัฐฯ (ราว 5.85 ล้านบาท) ซึ่งคอนเซปต์การพัฒนาก็คือเพื่อวิพากษ์วิจารณ์เทรนด์ร่วมสมัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในกระบวนการพัฒนาเกมนั่นเอง
(ล่าง) ปกเกม Braid ที่ออกแบบโดยคุณ David Hellman ศิลปินจากเว็บไซต์ Webcomic

เนื้อเรื่องของเกมนี้จะเล่าถึงตัวเอกที่ชื่อ ทิม (Tim) ผู้พยายามช่วยเหลือเจ้าหญิงจากเงื้อมมือของอสูรร้าย โดยระหว่างที่ผจญภัยจะมีข้อความผุดขึ้นมาเป็นระยะ เป็นการบอกใบ้ถึงกระบวนความคิดและแรงจูงใจของทิมในการผจญภัยครั้งนี้ ซึ่งรูปแบบการผจญภัยจะเป็นแนวแพลตฟอร์เมอร์ และต้องใช้ลูกเล่นเกี่ยวกับการควบคุมเวลาเพื่อผ่านด่าน จนเมื่อผ่านได้สำเร็จและดำเนินเนื้อเรื่องไปเรื่อย ๆ ก็จะได้รับชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ที่จะช่วยปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดของเกมนี้ได้ว่าเหตุการณ์จริง ๆ ที่เกิดขึ้นทั้งหมดคืออะไรกันแน่



ตัวเกมจะมีการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 6 โลก แต่ละโลกก็จะมีฟีเจอร์การควบคุมเวลาที่แตกต่างกัน บางโลกผู้เล่นจะต้องทำการย้อนเวลาเพื่อไขปริศนา ขณะที่บางโลกจะต้องอาศัยลูปเวลา ฯลฯ หากผู้เล่นผ่านโลกไหนไปแล้วแต่ยังไขปริศนาได้ไม่ครบก็สามารถย้อนกลับมาเคลียร์ปริศนาให้ครบเมื่อไหร่ก็ได้ อีกทั้งยังมีโหมดสปีดรันไว้รองรับคนที่ชอบความท้าทาย อยากเคลียร์เร็วไว้ขิงผู้เล่นคนอื่นบนสกอร์บอร์ดด้วย



เกม Braid ได้รับคำชมจากสื่อและผู้เล่นอย่างถล่มทลาย ไม่ว่าจะในแง่ของเมคานิกเกม, ความท้าทายของปริศนา, กราฟิกที่ละมุนตา และเพลงประกอบ แต่ก็มีคำวิจารณ์ด้านลบที่พูดถึงราคาของเกมบน Xbox 360 ที่แพงเกินไปเมื่อเทียบกับความยาวของเกมโดยรวม อย่างไรก็ดี เกมสามารถทำรายได้ถึงเกือบ 6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือราว 195 ล้านบาท) และคุณ Jonathan ก็นำเงินจำนวนนี้ไปต่อทุนสำหรับพัฒนาเกม The Witness แล้ววางขายในปี 2016 อีกที ซึ่งเกมดังกล่าวก็ยังคงประสบความสำเร็จอยู่เช่นกัน แม้จะไม่เท่ากับระดับที่ Braid เคยทำได้ก็ตาม



ติดตามข่าวเกมพีซี/คอนโซลอื่นๆ ได้ที่ Online Station