[p]
[color=red]ย่องเข้าไว้ เพราะยิ่งสายลับเคลื่อนไหวเร็วเท่าไหร่ ก็จะยิ่งสว่างวาบบนหน้าจอตรวจจับใหม่ล่าสุดของเหล่าทหารรับจ้างมากขึ้นเท่านั้น[/color][/center][color=blue][b]เกมการเล่น[/b][/color] [p][b]ก่อนหน้านั้น:[/b] ทีมสายลับสองคนร่วมมือเพื่อปฏิบัติภารกิจ นั่นเป็นส่วนที่ง่ายๆ แต่จุดที่ยากจริงๆ คือการที่ต้องหลบเลี่ยงกับระเบิด, กับดักสายลับ, เลเซอร์ดักจับ, กล้องวงจรปิด และเครื่องตรวจจับการเคลื่อนไหว นั่นล่ะที่ทำให้เหล่าสายลับจอมซุ่มต้องกุมขมับเป็นเวลาเอ่อ...เกือบสองนาที ก่อนที่จะถูกจับได้และถูกเชือดทิ้งน่ะนะ[p][b]ตอนนี้:[/b] ไอ้ของกวนใจที่กล่าวไปข้างต้นเหรอ? บอกลามันได้เลย สิ่งที่สายลับต้องระวังเหลือแค่เพียงหุ่นโดรนระยะไกลและตัวของทหารรับจ้างเองเท่านั้น สายลับสามารถวิ่งไปในฉากได้อิสระขึ้น เพราะบรรดาเครื่องกีดขวางที่พวกเขาต้องตรวจจับและหลบเลี่ยงนั้นกลายเป็นประวัติศาสตร์ยุคไดโนเสาร์ไปแล้ว [p]ภารกิจเองก็เรียบง่ายและเป็นเส้นตรงมากยิ่งขึ้นอย่าง "แทรกแซงและถอนตัวออกมา" ที่เหล่าสายลับจะต้องแฮคข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์และเอาไปทิ้งไว้ที่จุดปล่อยของ (ซึ่งระยะห่างจากเครื่องเป้าหมายยิ่งมากเท่าไหร่ กำลังส่งและระยะเวลาที่ต้องใช้ก็จะมากขึ้นเท่านั้น) อีกทั้งแผนที่ขนาดย่อบนหน้าจอก็ช่วยให้สายลับและทหารรับจ้างเห็นตำแหน่งของคู่หูและเป้าหมาย รวมถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ที่กำลังโดนแฮคด้วย [p]การออกแบบฉากก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ถูกทำให้ "เรียบ" และ "เข้าถึงได้ง่าย" ยิ่งขึ้นกว่าเดิม นักออกแบบได้ปรับความซับซ้อนของเขาวงกตท่อระบายอากาศ พื้นต่างชั้น และเส้นทางอันหลากหลายให้ลดลงเหลือเป็นเส้นตรงที่ง่ายต่อการเล่นมากยิ่งขึ้น "ในแต่ละแผนที่ได้ถูกออกแบบและทดสอบให้ผู้เล่นสามารถจดจำฉากได้ภายในเวลาเพียง 10 หรือ 15 นาทีเท่านั้น" นี่คือสิ่งที่ผู้พัฒนาบอกกับเรา และเหนือสิ่งอื่นใดคือผู้ช่วย "ล่องหน" ที่กระจายไปตามจุดต่างๆ ของฉากเพื่อให้คำแนะนำแก่บรรดานักเล่นหน้าใหม่ ตัวอย่างเช่น ผู้ช่วยอาจจะส่งไอคอน "Y" บนหัวของผู้เล่น อาจจะเป็นตอนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ กับท่อระบายน้ำซึ่งมีความต่อไปนี้คือ 1) ท่อน้ำนี้สามารถปีนเพื่อขึ้นไปยังชั้นที่สูงกว่าได้ และ 2) ผู้เล่นต้องกดปุ่มเพื่อปีนมันขึ้นไป (เดาสิว่าปุ่มไหน?) ซึ่งเจ้าผู้ช่วยล่องหนเหล่านี้จะหายไปเมื่อผู้เล่นเห็นมันมาระยะหนึ่งแล้ว
[p]
[p][color=red]ใน Double Agent นี้ ระบบติดตามค่าสถิติจะถูกนำมาใช้กับทุกๆ สิ่งภายในเกม (ทั้งจำนวนครั้งที่สายลับใช้กล้องมองกลางคืน หรือทหารรับจ้างใช้ระเบิด) สะสมแต้ม เพื่อเลื่อนระดับและปลดล็อคสกินใหม่ๆ (ใช่แล้ว คุณเล่นเป็นสายลับสาวได้ด้วย!) แผนที่ และรูปแบบการเล่นใหม่ๆ ซึ่งเจ้าระบบนี้จะใช้สำหรับจับคู่ในการเล่นแบบออนไลน์ด้วย[/color] [color=blue][b]เกมการเล่นแบบ Co-op[/b][/color] [p][b]ก่อนหน้านั้น:[/b] ในภาค Chaos Theory จะให้คุณได้เล่นภารกิจแบบเนื้อเรื่องไปกับคู่หูสายลับ มันเป็นอะไรที่สนุกดี เสียแต่ว่ามันสั้นและไม่มีวันจบแค่นั้นล่ะ [p][b]ตอนนี้:[/b] ในภาค Double Agent นี้ โหมดช่วยกันเล่นจะปรับเปลี่ยนให้เป็นการเล่นภารกิจแบบเดี่ยวในแบบ Versus แทนที่จะเป็นภารกิจขับเคลื่อนด้วยเนื้อเรื่องดังเช่นเมื่อก่อน ซึ่งคุณและคู่หูสายลับจะได้เข้าต่อกรกับเหล่าทหารรับจ้างที่ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์เพื่อปฏิบัติภารกิจ อย่างเช่น "ดาวน์โหลดข้อมูลให้มากที่สุดในเวลาที่จำกัด (โดยไม่ต้องเอาไปส่งที่จุดปล่อยของ)" รวมถึงบางภารกิจของโหมดนี้ยังให้ความท้าทายอยู่ไม่น้อย เช่น "คนแรกที่นำข้อมูลสองแผ่นมาส่งได้ก่อนจะเป็นผู้ชนะ" โดยทาง Ubisoft มีแผนที่จะให้ตัวเกมมีแผนที่สำหรับโหมดนี้ 6 ฉาก อีก 12 ฉากที่ต้องปลดล็อคหลังจากการเล่น และอีก 12 ฉากที่เหลือนั้นสามารถหาโหลดได้จากระบบ Xbox Live หลังจากเกมวางจำหน่าย [color=blue][b]ความเห็นจากเกมเมอร์ผู้แสนโดดเดี่ยว[/b][/color][p][b]ก่อนหน้านั้น:[/b] ทั้ง Pandora Tomorrow และ Chaos Theory นั้นเป็นเกมการเล่นมัลติเพลเยอร์ที่เข้าท่าที่สุดเท่าที่ผมเคยได้ลองเล่นมา แต่ก็อีกนั่นล่ะ มันดูด้อยลงไปเพราะความจริงที่ว่าบรรดาเพื่อนร่วมงานและเพื่อนเล่นเกมของผมต่างไม่แตะมันเลยเพราะความซับซ้อนที่มากจนเกินพอดี, ความโหดหินแบบฮาร์ดคอร์ และความยุ่งยากในการเล่น ให้ตายสิ ก็เป็นซะแบบนี้กันหมด เด็กๆ กันทั้งนั้น! [p][b]ตอนนี้:[/b] ในตอนแรกผมรู้สึกไม่ค่อยโอเคกับทิศทางใหม่ของโหมดการเล่นมัลติเพลเยอร์ของภาคนี้กันสักเท่าไร ไม่มีอุปกรณ์ให้ใช้แล้วน่ะเหรอ? ไม่มีกับดักสุดมันไว้ล่อเชือดสายลับจอมจุ้น? แล้วแบบนี้กลยุทธ์ทั้งหลายที่เคยมีมามันจะไปอยู่ที่ไหนหมดเนี่ย? เอาเถอะ เรื่องเก่าๆ ก็ควรจะปล่อยไปอยู่ในวันเก่าๆ ที่ผ่านไปแล้วนั่นล่ะ เว้นเสียแต่ผมจะเก็บเอาเกม Chaos Theory อย่างถาวรไว้ในชั้นวางแผ่นแล้วล่ะก็ แต่หลังจากที่ผมได้ลองเล่น Double Agent ไปสักพักหนึ่ง มันก็ค่อยๆ ซึมซับเข้ามาทีละน้อยๆ ก็ไม่แน่ใจว่าเพราะผมโหยหาการเล่นแบบ Versus ของซีรีส์ Splinter Cell (ที่ผมห่างหายไปเกือบปี) หรืออย่างไร แต่ผมก็ต้องยอมรับว่าติดใจกับความลื่นไหลของเกมการเล่นเป็นอย่างมากเพราะ ในฐานะสายลับ ผมไม่ต้องมาคอยพะวงตรวจหากับดักสุดโหดทุกฝีก้าวอีกต่อไปแล้ว จะมีก็แต่เพียงทหารรับจ้าง ภารกิจ และการย่องให้เงียบในแบบที่สายลับที่ดีควรเป็นเท่านั้น และเมื่อพบว่าไม่สามารถที่จะตามไปเก็บทหารรับจ้างได้ทุกคนที่เห็น (เพราะสายลับถูกลดความได้เปรียบในเชิงรุกลง) มันทำให้ผมตกอยู่ในสภาพวิตกจริตแบบสุดๆ นั่นเพราะผมอ่อนแอ เกือบจะเรียกว่าไร้พลังต่อกร และจำเป็นต้องอยู่ในเงามืดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และคุณรู้อะไรมั้ย? เกมการเล่นแบบนี้ล่ะที่นำพาเราเข้าใกล้กับบางสิ่งที่เหนือกว่าความกดดันเสียอีก แต่ในทางกลับกันกับฝ่ายทหารรับจ้าง ผมกลับคิดถึงการติดตั้งอุปกรณ์ดักจับสายลับพวกนั้นเลยล่ะ[p]แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็รู้สึกประทับใจในความเรียบง่ายไม่ยุ่งยากของฝ่ายนี้ในการต่อกรกับเหล่าสายลับและการที่ต้องใช้การตอบสนองชนิดถึงเนื้อหนังต่อสถานการณ์หนึ่งๆ มากขึ้น (บอกลาได้เลยกับกับระเบิดปริศนา ต้องเห็นและยิงกันจะจะเท่านั้น) ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ในขณะที่มันสูญเสียความลุ่มลึกในการวางแผนของโหมดนี้ไป แต่อย่างน้อย ผมก็เชื่อว่าบรรดาเพื่อนร่วมเกมและเพื่อนร่วมงานทั้งหลายคงจะต้องหันกลับมาปะทะกันในภาค Double Agent นี้กันเสียทีหลังจากที่หลบเลี่ยงจากภาค Chaos Theory ดูท่าความเปลี่ยนแปลงทั้งหลายนี้ก็มีแต่จะดีวันดีคืนเสียจริงๆ
[p]
[color=blue][b]Credit :[/b][/color] นิตยสาร Electronic Gaming Monthly (EGM)