รีวิวเกม DNF Duel – เกมไฟท์ติ้งหน้าใหม่ที่ยังต้องได้รับการบ่มเพาะอีกเยอะ

ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อหาในส่วนของรีวิวนั้น ต้องขอพาเพื่อน ๆ ทำความรู้จักเกม DNF Duel แบบรวบรัดกันสักหน่อยครับ โดยเกมนี้เป็นซีรีส์เกมแนวไฟท์ติ้งหน้าใหม่ที่นำเอาตัวละครจากเกมตระกูล Dungeon & Fighter ที่เป็นแนว Action- RPG มาออกแบบท่าทางใหม่เป็นรูปแบบตัวละครเกมต่อสู้ พร้อมทั้งจัดวางตัวเองในฐานะเกมสปินออฟของ Dungeon & Fighter และเมื่อพูดถึงเกมต่อสู้แนวเดียวกันก็ต้องนึกถึงเกมที่มีความคล้ายคลึงกันอย่าง Granblue Fantasy Versus เนื่องจากเป็นเกมต่อสู้สไตล์ 2D ที่พัฒนาโดย Arc System Works เหมือนกันแล้ว ระบบการเล่นหลายอย่างก็มีความใกล้เคียงกัน อาทิ วิธีการทำคอมโบและการกดคำสั่งใช้ท่าพิเศษที่ไม่ซับซ้อนเพื่อให้ผู้เล่นใหม่เข้าถึงได้ง่าย ฯลฯ

แพลตฟอร์ม: PS5, PS4, PC
ผู้พัฒนา: Arc System Works
แนวเกม: ไฟท์ติ้ง
วางจำหน่าย: 28 มิถุนายน 2022

เกมนี้จะมีตัวละครให้เล่นทั้งสิ้น 16 ตัว (ซึ่งรวมถึงบอส Lost Warrior ที่สามารถปลดล็อคมาเล่นได้หลังจบเกมด้วย) โดยแต่ละตัวละครจะเป็นคลาสอาชีพที่ถูกยกมาจากเกม Dungeon & Fighter นั้นจึงทำให้บรรดาตัวละครไม่มีชื่อจริง แต่จะถูกเรียกกันด้วยชื่อคลาสแทน

ขณะเดียวกัน นอกจากของตัวละครแต่ละตัวก็จะมีดีไซน์และคุณสมบัติเฉพาะตัวที่ถูกอ้างอิงจากเกมเดิมเช่นกัน ตัวอย่างเช่น Berserker จะเป็นผู้ใช้อาวุธเป็นดาบใหญ่ที่สามารถนำ HP ของตนเองมาเพิ่มพลังโจมตีและก็มีท่าดูด HP ของศัตรูด้วย ส่วนทางด้าน Striker จะเป็นนักสู้ที่สามารถออกท่าโจมตีพิเศษเป็นคอมโบ หรือ Dragon Knight ก็จะมีทักษะที่เรียกมังกรมาช่วยต่อสู้ได้ ตลอดจน Enchantress ที่สามารถเรียกตุ๊กตามาแท็กทีมกับเรา เป็นต้น ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ตัวเกมก็ยังคงจุดเด่นเดิมนี้ของต้นฉบับไว้ไม่มีเปลี่ยนแปลง

สกิลท่าโจมตีของเกมนี้จะมีหลัก ๆ อยู่ 2 แบบคือสกิลท่าพิเศษและสกิลท่า MP โดยท่าพิเศษจะสามารถกดใช้ได้เรื่อย ๆ วิธีใช้ก็เพียงแค่กดปุ่ม Special พร้อมดันปุ่มทิศทางซึ่งแต่ละทิศก็จะออกท่าที่แตกต่างกันไป ขณะที่สกิลท่า MP นั้นจะต้องใช้ MP ในการออกท่า ซึ่งจะเป็นท่าที่มีคุณสมบัติดีกว่าสกิลท่าพิเศษ ทั้งรุนแรงกว่าหรืออาจมีช่วงระยะเวลาที่ตัวละครเป็นอมตะชั่วครู่ในตอนใช้ ท่าไหนยิ่งดีก็จะยิ่งเสีย MP เยอะขึ้น ส่วนสกิลท่า MP นอกจากจะใช้วิธีกดดันทิศทางพร้อมปุ่ม MP แล้ว ยังสามารถใช้วิธีกดควงในสไตล์เกมต่อสู้ทั่วไปเหมือนท่าฮาโดเคนหรือโชริวเคนจากสตรีทไฟเตอร์ได้อีกด้วย ความแตกต่างของรูปแบบการกดก็คือ ถ้าเราใช้วิธีกดควงจะฟื้น MP ที่เสียไปได้เร็วกว่า

อย่างไรก็ตาม เกมนี้จะพลิกแพลงการโจมตีได้ค่อนข้างยาก ฝ่ายรุกที่เข้าใจระบบดีแล้วจะบุกโจมตีได้อย่างต่อเนื่อง ฝ่ายรับหากพลาดเพียงเล็กน้อยจะนำไปสู่ความเสียหายอย่างใหญ่หลวง ฉะนั้นเลยเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ที่จะหาช่องว่างโจมตีสวนกลับได้ ถึงแม้ว่าผู้เล่นจะกดท่าพิเศษได้ง่ายก็ตาม แต่ในความเป็นจริงแล้ว การแข่งขันกับผู้เล่นอื่นกลับต้องใช้การฝึกฝนเรียนรู้ในระดับสูง หรืออาจพูดได้ว่าเกมนี้เล่นง่าย แต่จะเล่นให้เก่งจริงนั้นแสนยาก

สำหรับระบบ MP ก็เหมือนเอาระบบคูลดาวน์ท่าไม้ตายของเกม Granblue Fantasy Versus มาปรับใช้ โดยตัวละครแต่ละตัวจะเริ่มการต่อสู้ด้วย MP 100 ที่จะแสดงเป็นแถบสีน้ำเงินและตัวเลขอยู่ข้างใต้เกจ HP ซึ่งหลัก ๆ แล้ว MP จะมีไว้ใช้ออกสกิลท่า MP ที่จะดีกว่าท่าสกิลพิเศษและมีโอกาสช่วยให้รอดพ้นจากสถาณการณ์ที่ยากลำบากได้ หรือใช้ในการต่อคอมโบได้หลากหลายและรุนแรงขึ้น ทั้งนี้ MP จะฟื้นฟูเอง ยกเว้นจังหวะที่กำลังใช้สกิลท่า MP ดังนั้นหากใช้อย่างต่อเนื่อง ตัวละครก็จะไม่ได้รับ MP ฟื้นกลับคืนมามากพอ ถ้าผู้เล่นมี MP เหลือน้อยก็ต้องใช้ต้องใช้ท่าโจมตีปกติแทนจนกว่า MP จะฟื้น แม้ว่า MP สูงสุดของผู้เล่นจะเริ่มต้นที่ 100 คะแนน แต่มันจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นได้เมื่อถูกโจมตีหรือกดใช้ Conversion เพื่อแลก HP ส่วนหนึ่งเป็น MP โดยแต้ม MP สูงสุดที่มีได้คือ 200 ด้วยแต้ม MP ที่มากขึ้นก็มีโอกาสพลิกสถาณการณ์ได้ง่ายขึ้นด้วย การบริหารการใช้ MP อย่างมีประสิทธิภาพก็เป็นอีกปัจจัยในการเอาชนะคู่ต่อสู้ดี ๆ นี่เอง

ระบบ Awakening เป็นอีกเมคานิกของเกมที่เปิดช่องให้ผู้กำลังอยู่ในสถานะเสียเปรียบมีโอกาสพลิกเกมได้ โดยเมื่อผู้เล่นถูกโจมตีจนพลังชีวิตลดลงเหลือประมาณ 20% ตัวละครก็จะเข้าสู่สภาวะพิเศษที่เรียกว่า “Awakening” ในสถานะที่ว่านี้ตัวละครแต่ละตัวจะได้รับโบนัสที่แตกต่างกัน บ้างก็เพิ่มพลังโจมตี หรือเพิ่มพลังป้องกัน หรือช่วยให้ต่อคอมโบได้เยอะขึ้น และในระหว่างนั้นยังสามารถใช้ท่า Awakening Skill ที่เป็นท่าที่มีพลังโจมตีอันรุนแรง รวมถึงมีอนิเมชั่นของการใช้ท่าที่ดูอลังการ แถมสามารถใช้ได้โดยไม่เสีย MP ด้วย เพียงแต่จะใช้ได้แค่ครั้งเดียวในการต่อสู้นั้น ๆ แล้วก็จะหลุดจากสภาพ Awakening กลับคืนสู่สภาวะปกติ ผู้เล่นจึงควรเลือกใช้ในจังหวะที่เหมาะสมหรือใช้ในการทำคอมโบเท่านั้น

เอาเข้าจริง ๆ ตัวละครในเกมที่มีอยู่ 16 ตัวนั้นอาจพูดได้ว่ายังมีสมดุลไม่ค่อยดีเท่าไหร่ อาจจะเพราะเป็นเกมที่เพิ่งเกิดใหม่ ยังทดลองระบบอะไรใหม่ ๆ ดูเชิงไปก่อน ด้วยเหตุนี้การออกแบบท่าโจมตีจึงยังไม่ลงตัวนัก จะเห็นได้ว่าตัวละครบางตัวมีท่าที่ดูเอาเปรียบตัวอื่นไปพอสมควร อย่างเช่น Lost Warrior ที่เป็นตัวละครระดับบอสของเกมนั้นจะมีท่า MP ที่มีประสิทธิภาพสูง อีกทั้งมีสกิลควบคุมมิติและหยุดเวลาได้ ซึ่งทำให้คลาสนี้สามารถโจมตีคู่ต่อสู้แบบเป้านิ่งได้นานกว่าตัวละครอื่น แต่ถึงกระนั้น Lost Warrior ก็ยังมีจุดอ่อนในเรื่องการใช้ MP เปลืองเข้ามาบ้าง ไม่เช่นนั้นคงหาข้อด้อยไม่เจอเลย

อีกด้านหนึ่ง ตัวละครที่ถูกพูดถึงกันอย่างแพร่หลายว่าแข็งแกร่งที่สุดในเกมก็คือ Swift Master หรือผู้ใช้เวทลมของเกม นั่นก็เพราะว่าตัวละครนี้มีสปีดสูงที่สุดในเกม มิหนำซ้ำยังมีท่าโจมตีไกลที่ดีมาด้วย ไม่ว่าจะระยะโจมตีที่สุดจอ รวดเร็ว และยังพลิกแพลงหลอกล่อได้มาก จะมีข้อเสียเพียงอย่างเดียวก็แค่พลังชีวิตที่มีน้อยกว่าคนอื่นหน่อย (แต่ลำพังการจะหาช่องเข้าไปโจมตีตัวละครนี้ก็ยากมากแล้ว)

ในทางกลับกัน Grappler หรือนักต่อสู้มือเปล่า มองเผิน ๆ อาจเป็นตัวละครที่เล่นได้ยากที่สุดครับ แม้ว่าพลังชีวิตจะมีสูงกว่าตัวละครอื่น แต่ดันเป็นตัวละครโจมตีระยะประชิดที่ไม่ได้มีความว่องไวอะไร ท่าโจมตีก็สั้น และส่วนมากเป็นท่าจับทุ่ม พอเป็นเช่นนี้ Grapple เลยฝ่าท่าโจมตีระยะไกลของตัวละครสายตั้งป้อมโซนนิ่งเข้าไปได้ยาก ครั้นจะไปสู้กับสายใช้อาวุธก็แพ้เรื่องระยะโจมตีประชิดด้วย จริงอยู่ที่ว่าหากเล่นจนเข้าถึงแก่นแท้ของเกมแล้วไม่ว่าตัวไหนก็เก่งได้ แต่การเล่นบางตัวให้เก่งมันก็ยังต้องใช้สมาธิและความอดทนสูงมาก ๆ อยู่ดี

นอกเหนือไปจากโหมดเล่นแข่งกับผู้เล่นอื่นแล้ว โหมดเนื้อเรื่องของเกม (Story) จะสามารถเล่นได้ 15 ตัวละคร ยกเว้นตัวละครบอสอย่าง Lost Warrior ทว่าสิ่งที่น่าผิดหวังกว่าดันเป็นการเล่าเรื่องที่เป็นเพียงการคุยและบรรยายแบบสั้น ๆ ฉากตอนเริ่มและจบของตัวละครแต่ละตัวก็แทบจะเหมือนกัน เล่นไปเล่นมาดันมาเฟลหนักก็โหมดเนื้อเรื่องนี่แหละ

ภาพรวมของเกม DNF Duel นั้นเป็นเกมต่อสู้ที่ดีครับ ระบบของเกมถูกดีไซน์มาเอื้อให้ผู้เล่นสามารถออนไลน์แข่งขันได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องเสียเวลาไปฝึกมากนัก การแข่งขันจริงจะวัดกันที่ประสบการณ์และไหวพริบในการตัดสินแพ้ชนะ แม้ว่าตัวเกมจะยังมีข้อบกพร่องบ้างในด้านสมดุลแต่ในฐานะของเกมหน้าใหม่แล้วคิดว่าจะได้รับการแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นในอนาคตค่อนข้างแน่นอน


จุดเด่น

  • การต่อสู้มีอนิเมชั่นที่สวยงาม ดูเพลินตา
  • การกดท่าต่าง ๆ ทำได้ง่าย ไม่ต้องฝึกควง เกมถูกออกแบบมาให้เข้าหาผู้เล่นที่ไม่สันทัดเกมไฟท์ติ้งระดับหนึ่ง
  • สามารถตั้งออนไลน์หาคู่แข่งไปด้วยในตัวได้ในขณะที่เรากำลังเล่นโหมดอื่น

จุดด้อย

  • เนื้อเรื่องในโหมดเนื้อเรื่องจืดชืดมาก ความสนุกส่วนใหญ่ไปกองอยู่ในโหมดมัลติเพลเยอร์เกือบหมด
  • สมดุลของตัวละครในเกมยังไม่ดีนัก
  • โหมดที่เล่นได้คนเดียวมีน้อยเกินไป

คะแนน 7


ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ภายในเว็บไซต์ Online Station ได้ที่ https://www.online-station.net

คำที่เกี่ยวข้อง

คุณอาจสนใจเรื่องนี้