รีวิวเกม Lost in Random – งานครึ่งๆ กลางๆ จากการผสมผสานแต่ดันไม่ยอมปรุงรสเพิ่ม

Play Video

ท่ามกลางพายุเกมดังๆ ที่เตรียมโถมกระหนํ่าเข้ามาให้เล่นกันในช่วงปลายปีนี้ ชื่อของ Lost in Random อาจจะไม่ได้อยู่ในสารบบหรือเรดาร์การซื้อเกมของใครหลายๆ คนเป็นแน่ แต่อยากบอกตั้งแต่หัวบทความเลยว่าถ้าคุณพลาดเกมนี้ไป… ก็ไม่เป็นไรครับ เพราะในภาพรวมมันไม่ได้ยอดเยี่ยมอะไรขนาดนั้น lol แต่ถ้าชื่อเกมนี้มันดันเข้าไปสะกิดใจคุณซะแล้วล่ะก็เอาเข้าจริงมันก็ไม่ได้แย่ถึงขนาดต้องถ่มถุยอะไร เพราะมันยังมีหลายๆ จุดที่เกมนี้ทำได้น่าสนใจอยู่เหมือนกัน แค่ไม่สุดสักอย่างก็เท่านั้น

Lost in Random
Lost in Random

Lost in Random เป็นเกมแนวแอคชั่น แอดเวนเจอร์ ผสมพัซเซิลเล็กๆ น้อยๆ พอให้ได้ใช้สมองแก้ปัญหาแต่ก็ไม่มากมายอะไร ตัวเกมโดดเด่นด้วยสไตล์ภาพและงานศิลป์ที่ออกแนวโกธิค ดูวิจิตรและชวนให้รู้สึกไม่น่าไว้วางใจในเวลาเดียวกัน ขับรับไปกับบรรยากาศชวนหม่นที่อึมครึมไปตลอดทั้งเกม

เนื้อเรื่องของ Lost in Random จะกล่าวถึงอาณาจักร Random ดินแดนที่ทุกอย่างเคยขึ้นกับกฎแห่งการสุ่มลูกเต๋า (Random Rules) แต่เมื่อราชินีองค์ปัจจุบันที่มาพร้อมกับลูกเต๋าสีดำล็อกผลได้ขึ้นเถลิงอำนาจ ทุกๆ อย่างก็เปลี่ยนไป และเด็กๆ ในดินแดนนี้เมื่ออายุครบ 12 ปีเมื่อไหร่ก็จะถูกเธอทอยเต๋า (ล็อก) พาตัวไปยังดินแดนในปราสาทของเธออยู่เสมอๆ และจะถูกเรียกว่า ‘Sixer’ ทั้งนี้ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Even เด็กสาวอายุกำลังจะย่าง 12 ปีผู้ได้รับเลือกจากลูกเต๋าขาวก้อนสุดท้ายให้เป็น ‘ผู้ถือครองลูกเต๋า (Dice Wielder)’ คนล่าสุด ในภารกิจพาพี่สาวตัวเองกลับบ้าน โดยที่ไม่รู้เลยว่าความบานปลายมันจะก่อตัวขึ้นในอนาคตข้างหน้า

ทว่าปัญหาของเกมนี้คือมันมีความน่าสนใจในทุกเอเลเมนต์แต่ดันทำไม่สุดสักอย่าง เช่นธีมที่คลุมเกมอยู่ มันมีกลิ่นอายชั่วร้ายแต่ผสานความเป็นนิทานของเด็กเข้าไป ซึ่งจริงๆ ก็คงไม่มีปัญหาอะไรถ้าจับมาผสมกันแต่ไปสุดในทางใดทางหนึ่ง อันนี้เหมือนจับมาชนกันแล้วก็ยำนัวๆ อยู่แค่นั่น ไม่มีปรุงรสหรือต่อยอดเพิ่ม ภาพรวมทั้งเกมมันเลยกลายเป็นว่ามีบรรยากาศแบบผู้ใหญ่ๆ แต่เกมเพลย์ดันหน่อมแน้มคล้ายงานที่ทำให้เด็กเล่น ซึ่งแทนที่จะก่นด่าผมกลับรู้สึกเสียดายมากกว่า

เสียดายแรกคือเวิร์ลบิลดิ้งที่ทำออกมาน่าสนใจมากๆ ในช่วงครึ่งแรก แต่หลังๆ เหมือนงบหมดซะอย่างนั้น โดยตัวอาณาจักร Random จะถูกแบ่งออกเป็น 6 ดินแดนตามหน้าลูกเต๋า ได้แก่ One Croft, Two-Town, Threedom, Fourburg, Fivetropolis และ Sixtopia ซึ่ง 3 ดินแดนแรกนำเสมอออกมาได้ดีมาก โดยเฉพาะ Two-Town และ Threedom ทั้งในแง่คอนเซ็ปต์และเรื่องราวที่ตัวเอกต้องช่วยเคลียร์ เช่น Two-Town ที่เป็นเมืองแบบ Upside-Down ผู้คนส่วนใหญ่เป็นแฝดหรือมี 2 บุคลิกสลับไปมาในตัว หรืออย่าง Threedom ที่เป็นเมืองซึ่งอยู่ระหว่างสงครามกลางเมืองแบบ 3 ก๊ก มาช้านานจนทำให้ผู้คนกลัวสงครามมากกว่าปีศาจชั่วช้าพื้นเมือง เป็นต้น

โดยระหว่างที่เราเล่นอยู่ในเมืองเหล่านี้ก็จะได้รับรู้ถึงเรื่องราวคร่าวๆ ของเมืองอื่นๆ หลังจากนี้ที่กำลังจะไป เช่น Fivetropolis เป็นเมืองใหญ่ของผู้สร้างการ์ด หรือ Sixtopia ที่เปรียบประหนึ่งแดนสวรรค์ก็ไม่ปาน ที่แม้ในแง่คอนเซ็ปต์อาจจะยังดูดี แต่การนำเสนอรวมถึงเนื้อเรื่องประจำพื้นที่กลับทำได้ตื้นเขินลงอย่างมากเมื่อเราดำเนินเกมไปถึง สวนทางกับเนื้อเรื่องที่กำลังขมวดปมสู่จุดไคลแมกซ์ คล้ายเร่งรีบหรืองบหมดกะทันหันยังไงยังงั้น

เสียดายที่สองคือเกมเพลย์ เกมเพลย์ของเกมนี้มีทั้งความเป็นแอคชั่นและพัซเซิลพร้อมกันในตัวซึ่งผมมองว่าแปลกใหม่ดีไม่ค่อยเห็นใครทำกัน คือการผสมทั้งเกมเดินฟัน, เกมการ์ด และเกมลูกเต๋า เข้าด้วยกัน กล่าวคือในโปรเซสของมันจะมีทั้งการเก็บแต้มคริสตัลจากศัตรูมาทอยเต๋าเพื่อเลือกการ์ดมาใช้ทำลายศัตรูอีกที

เหมือนจะยุ่งยากแต่เอาเข้าจริงแล้วโฟลวมากๆ จนน่าตกใจ แรกๆ อาจมีติดขัด แต่ช่วงหลังคือคล่องจัดๆ หยิบจับอะไรออกมาก็ง่ายดายไปหมด ปัญหาของมันคือเรื่องเดิมๆ คือทำดีได้ไม่สุด โดยเฉพาะแอคชั่นของเกมที่มีแค่ตีธรรมดากับชาร์จตีเท่านั้น ไม่มีการต่อท่าใดๆ ทำให้รู้สึกชืดไปหน่อย รวมถึงการที่ต้องเก็บคริสตัลจากศัตรูที่หลังๆ มีตัวที่ยิงเก็บแต้มได้ยากขึ้นเพิ่มเข้ามา ก็กลายเป็นว่าแทนที่จะท้าทาย กลับน่ารำคาญขึ้นกว่าเดิมเสียอย่างนั้น ทว่าในภาพรวมผมยังมองว่าระบบนี้น่าสนใจและนำไปต่อยอดได้สบายๆ โดยเฉพาะตอนเอาไปประยุกต์ใช้กับภารกิจแนวๆ บอร์ดเกมก็รู้สึกว่าเจ๋งไม่หยอก

เสียดายสุดท้ายคือฉากจบ บอกก่อนว่าในภาพรวมเนื้อเรื่องของเกมไม่ได้เหนือคาดอะไร (เพราะความนิทานนั่นแหละ) แต่พอมันเล่าเรื่องใช้ได้ และเรื่องราวเสริมก็โอเคทำให้รู้สึกว่าฉากจบถึงจะเดาได้ก็ไม่เป็นไร แต่มันควรสรุปทุกอย่างได้ลงตัวกว่านี้ ทว่าสิ่งที่เห็นคือการตัดฉับน้องๆ ปาหมอนชาแมนคิง ซึ่งสอดคล้องกับประเด็นคล้ายว่างบจะหมดตามที่ได้พูดถึงไปก่อนหน้า

Lost in Random มีความยาวกำลังพอดีๆ ไม่สั้นไม่ยาวเกินไป ความยากของเกมไม่สูงนัก ทั้งยังมีระบบและการนำเสนอหลายๆ ส่วนที่น่าสนใจ แต่สุดท้ายก็ไม่รู้เพราะอะไรครึ่งหลังถึงได้ดรอปลงอย่างน่าใจหาย กับสนนราคาราวๆ 900 บาท ผมคงไม่สามารถเชียร์เต็มปากว่าซื้อมาเล่นได้เลยไม่มีผิดหวัง แต่ถ้าถามว่าจะเสียดายเงินใช่ไหมก็คงไม่ถึงขนาดนั้น ใครที่ชอบธีมหรือรูปแบบเนื้อเรื่องที่มีความเป็นนิทานแบบนี้ ก็อาจจะชื่นชอบมันมากกว่าผมก็ได้ครับ แต่ถ้าถามผมล่ะก็ Lost in Random ดูจะเป็นงานที่เต็มไปด้วยความครึ่งๆ กลางๆ เสียทั้งหมด ไม่ว่าจะทั้งธีม, เนื้อเรื่อง, คาแรคเตอร์, เกมเพลย์, ราคา และแน่นอนว่ารวมถึงคะแนนที่ให้ด้วยครับผม


VERDICT

6.5/10

คำที่เกี่ยวข้อง

คุณอาจสนใจเรื่องนี้