ปี 2017 เป็นอีกหนึ่งปีที่กระแสเกมมือถือยังแรงอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเติบโตของตลาดมือถือเอง ทั้งความเร็วของอินเตอร์เน็ตเอง และการที่เกมมือถือนั้นแถบจะไม่มีข้อจำกัดด้านการเล่น เล่นที่ไหนก็ได้ (ในห้องน้ำยังเล่นเลย ผมก็เป็น) เวลาไหนก็เล่นได้ (ตื่นมาปุ๊บ ขอเก็บผักสักหน่อย) ทำให้เกมมือถือยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงรายได้ขอเกมมือถือเองแซงเกมบนแพลตฟอร์มอื่นไปไกลเลย
โดยจากการสรุปภาพรวมประจำปี 2017 ของทาง SuperData Research ได้เปิดเผยข้อมูลของตลาดเกมโดยรวม แต่เราจะมาโฟกัสกันที่ตลาดเกมมือถือ ซึ่งโดยรวมตลาดยังเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในฝั่งของเอเชียที่เพิ่มจาก 26,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 832,000 ล้านบาท) ในปี 2016 พุ่งขึ้นเป็น 36,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1,152,000 ล้านบาท) ในปี 2017 และจากการคาดการณ์ตลาดเกมมือถือก็ยังจะเพิ่มขึ้นต่อในปี 2018 แต่อาจจะไม่พุ่งแรงเหมือนปี 2017
มาดูในส่วนของสรุปรายได้ของเกมมือถือ 10 อันดับแรกกันบ้าง โดยรวมปีนี้ผู้พัฒนาของฝั่งเอเชียถือว่าทำได้ดีมาก กวาด 3 อันดับแรกของเกมที่ทำรายได้สูงสุดไปครอง คือเกม Arena of Valor ของ Tencent, Fantasy Westward Journey ของ NetEase และ Monster Strike ของ Mixi ส่วนเจ้าตลาดฝั่งตะวันตก อย่าง Supercell และ KING ก็ยังรักษาผลงานได้เป็นอย่างดี แม้จะมีขึ้นๆ ลงๆ แต่ก็ยังติดอยู่ใน Top 10 อย่างต่อเนื่อง
เรามาดูสรุปรายได้ของทั้ง 10 อันดับดีกว่าว่าแต่ละอันดับเป็นใคร และมีรายได้เท่าไหร่กันบ้าง
อันดับ 1 Arena of Valor จาก Tencent
หลายคนอาจจะไม่รู้จัก Arena of Valor แต่ถ้าบอกว่าคือ ROV น่าจะร้อง อ๋อ กันทุกคน Arena of Valor คือชื่อที่ใช้โปรโมทในฝั่งตะวันตก แถบยุโรปและอเมริกา ซึ่งพึ่งเปิดให้เล่นไปช่วงปลายปีที่แล้ว เกมนี้ถือว่าฮิตในแถบเอเชียหลายประเทศเลย โดยเฉพาะไทย แต่ที่ทำให้เกมนี้ติดอันดับหนึ่ง ส่วนหนึ่งก็น่าจะเป็นเพราะเกมนี้ได้เปิดในจีน ถ้าเกมไหนที่เปิดในจีนแล้วดัง รายได้ดีแน่นอน ซึ่ง Arena of Valor ก็กวาดเงินไป 1,900 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 60,800 ล้านบาท
อันดับ 2 Fantasy Westward Jouney จาก NetEase
เกมแนว MMORPG เทิร์นเบสจาก NetEase ผู้พัฒนายักษ์ใหญ่จากจีน ซึ่งใช้ดัดแปลงเนื้อเรื่องมาจากนิยายยอดฮิตอย่าง ไซอิ๋ว ซึ่งได้รายรับไปถึง 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 48,000 ล้านบาท
อันดับ 3 Monster Strike จาก Mixi
เกมวางแผนสุดฮิตจากประเทศญี่ปุ่น ที่ครั้งหนึ่งเคยเปิดเวอร์ชั่นอังกฤษ แต่ว่าต้องปิดตัวไปเมืองวันที่ 1 สิงหาคมปีที่แล้ว ซึ่งแม้จะต้องปิดตัวลงไป แต่รายได้จากในประเทศก็ช่วยทำให้เกมนี้ รับรายได้รวมไปถึง 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 41,600 ล้านบาท
ส่วนรายละเอียดทั้ง 10 อันดับ ดูต่อตามตารางได้เลย
ที่มา: SuperData Research