ASSASSIN'S CREED : ROGUE ถึงเวลาสวมบทเป็นอัศวินเทมพลาร์ล่ามือสังหาร

แชร์เรื่องนี้:
ASSASSIN'S CREED : ROGUE ถึงเวลาสวมบทเป็นอัศวินเทมพลาร์ล่ามือสังหาร

เมื่อสิ่งที่คุณคิดว่าคือความจริงและศรัทธากลับไม่เป็นดังคาด... เมื่อสหายร่วมอุดมการณ์กลับทรยศและหันหลังให้... จากผู้ถูกล่ากลับเปลี่ยนเป็นผู้ล่า จากสหายกลายเป็นศัตรู และจากมือสังหารกลับกลายเป็นเทมพลาร์...ขอต้อนรับสู่เรื่องราวของ Shay Patrick Cormac ตัวเอกของเกม Assassin’s Creed: Rogue ผู้บัญญัติมือสังหารภาคใหม่ที่จะมาเติมเต็มความฝันของแฟนๆ ที่ต้องการจะได้สวมบทเป็นเหล่าอัศวินเทมพลาร์...

ในขณะที่ปีนี้เราจะได้สนุกกับตัวเกมมือสังหารในฉบับปรับปรุงใหม่ในภาค Assassin’s Creed: Unity ซึ่งเป็นการยกเครื่องตัวเกมครั้งใหญ่และมาพร้อมลูกเล่นหลากหลาย ในช่วงต้นปีหน้า Assassin’s Creed: Rogue ก็จะออกวางจำหน่ายบนเครื่องพีซีให้เราได้สัมผัสและตัวเกมมีลูกเล่นมีไม้เด็ดอะไรซ่อนอยู่ น่าสนใจในมุมมองไหนวันนี้เราจะพาทุกท่านไปสัมผัสกัน

ปิดฉากไตรภาคแห่งตระกูล Kenway

เนื้อเรื่องของ Assassin’s Creed: Rogue จะเป็นการหยิบเอาช่วงเวลาของเหตุการณ์ “สงครามเจ็ดปี” ในช่วงปี 1756 ถึงปี 1763 ซึ่งเป็นความขัดแย้งครั้งใหญ่ของเหล่าประเทศมหาอำนาจในช่วงเวลานั้นโดยเฉพาะอเมริกา ฝรั่งเศส และอังกฤษ ทำให้ตัวเกมในภาคนี้ถือเป็นภาคต่อของเหตุการณ์จากภาค Black Flag และจะเป็นการปูเนื้อหาไปสู่เหตุการณ์ในเกม Assassin’s Creed 3  

โดยในภาคนี้ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Shay Patrick Cormac มือสังหารหนุ่มวัย 21 ปี หลังเหตุการณ์ร้ายแรงบางอย่างทำให้ Shay ถูกทรยศโดยสหายฝ่ายมือสังหาร ส่งผลให้เขาเข้าร่วมมือกับเหล่าเทมพลาร์กลายเป็นนักล่าที่ออกไล่สังหารอดีตพวกพ้องของตนเอง จุดเด่นของ Rogue ในส่วนของเนื้อเรื่องคือ เราจะได้เห็นการต่อสู้ระหว่างมือสังหารและเทมพลาร์จากมุมมองของฝ่ายอัศวินแทนที่เหล่ามือสังหารที่เราคุ้นเคยกันมาในทุกภาค เราจะได้รับรู้ว่าอะไรคือแนวคิดของพวกเขา และที่สำคัญที่สุดก็คือในภาคนี้เราจะได้ไปเห็นด้านมืดของเหล่ามือสังหารที่เราไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน การผจญภัยและการต่อสู้ของ Shay จะส่งผลสำคัญต่ออนาคตของเหล่ามือสังหารอย่างแน่นอน

นอกจากการจะได้สัมผัสกับเกม Assassin’s Creed ในมุมมองใหม่แล้ว Rogue ยังถือเป็นโอกาสดีที่คุณจะได้กลับไปพบกับตัวละครโปรดหน้าเก่าของคุณอีกครั้ง ซึ่งที่ได้รับการยืนยันแล้วก็มีทั้ง Haytham Kenway บิดาของ Connor, Adewale ต้นหนเรือของ Edward และตัวเอกของภาคย่อย Freedom Cry และ Achilles อาจารย์ของ Connor ซึ่งในภายในเกมเราจะได้เห็นความสัมพันธ์ของตัวละครเหล่านี้และได้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนเหตุการณ์ใน Assassin’s Creed 3 เรียกได้ว่าด้านเนื้อหานั้น Rogue จะมีความสำคัญในฐานะเป็นภาคที่ผนวกเนื้อหาเรื่องราวทั้งหมดของตระกูล Kenway ลงเรียกได้ว่าเป็นภาคปิดท้าย Assassin’s Creed ในยุคเก่าลง นอกจากนั้น Ubisoft ยังออกมายืนยันว่าตัวเกมในภาคนี้จะมีเหตุการณ์เชื่อมโยงไปหาภาค Unity อีกด้วย

หวนกลับคืนสู่ท้องทะเล

ในส่วนของรูปแบบการเล่นนั้นจะหยิบเอาเกมการเล่นของภาค Black Flag กลับมาปรับปรุงและใส่ลูกเล่นใหม่เข้าไป ถือเป็นข่าวดีของเกมเมอร์ที่ยังอยากสัมผัสกับการเดินทางในทะเลอีกครั้ง เพราะการเดินเรือจะถือเป็นแก่นหลักสำคัญของภาคนี้เช่นเดียวกับในภาค Black Flag โดยใน Rogue ผู้เล่นจะได้พบกับสภาพแวดล้อมแบบใหม่ในแถบอเมริกาเหนือรวมไปถึงเขตพื้นที่หนาวเย็นอย่างแอตแลนติกเหนือ สภาพแวดล้อมอันหนาวเหน็บพายุหิมะและภูเขาน้ำแข็งคือสนามเด็กเล่นอันกว้างใหญ่ของภาคนี้ แน่นอนว่าการนำเอาภาค Black Flag มาเป็นต้นแบบก็ทำให้ระบบและเกมการเล่นทุกอย่างที่เคยมีในภาค Black Flag จะถูกยกกลับมาในภาคนี้ เช่น ระบบการออกสำรวจตามหาสมบัติ, การล่าปลา,การเข้าสำรวจซากเรือที่อับปาง, การช่วยเหลือเหล่าผู้รอดชีวิตที่ลอยคออยู่ในน้ำและการตามหาทรัพยากรหลากหลายแบบกิจกรรมต่างๆ ที่ผู้เล่นชื่นชอบต่างถูกยกกลับมาในภาค Rogue จนครบถ้วน
 

เรื่อง: ณัฐวุฒิ อภิรัตน์วรากุล
อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร Future Gamer Iss.218

แชร์เรื่องนี้:

เรื่องที่คุณอาจสนใจ