Ninja Gaiden 3: Razor's Edge ภาคสมบูรณ์ที่อัพเกรดมาอย่างเหนือชั้น

แชร์เรื่องนี้:
Ninja Gaiden 3: Razor's Edge ภาคสมบูรณ์ที่อัพเกรดมาอย่างเหนือชั้น

Ninja Gaiden 3: Razor's Edge

ภาคสมบูรณ์ของ Ninja Gaiden 3 ที่อัพเกรดมาอย่างเหนือชั้น

แพลตฟอร์ม: Wii U ผู้พัฒนา: Team Ninja ผู้จัดจำหน่าย: Koei Tecmo Games เรต: 18 ปีขึ้นไป

 

     ภาคของ PS3 และ Xbox 360 นั้นถูกตำหนิว่าเป็นเกมที่ไม่ค่อยจะสมบูรณ์ และความสนุกก็ด้อยกว่าของภาค 1-2 ที่สร้างโดยแว่นดำอิตางากิหลายขุม นอกจากความสนุกที่ด้อยลง ความยากน้อยลง ชัดศัตรูขาดเป็นชิ้นๆ ไม่ได้ ทำให้เสียเอกลักษณ์ของซีรีส์ไปแล้ว ยังมีจุดด้อยอื่นๆ อีกมาก เช่น อาวุธหลักมีแต่ดาบมังกร ส่วนคาถานินจาก็มีแค่แบบเดียวเท่านั้น ต้องโหลด DLC เพิ่มจึงได้อาวุธใหม่อีกแค่ 2 ชนิด แต่พอมาเป็นภาค Razor's Edge บนเครื่อง Wii U แล้ว ก็แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ต้องขอแสดงความเสียใจต่อผู้ที่เล่นภาคของ PS3 กับ 360 ไปจริงๆ เพราะพูดได้เลยว่ามันเหมือนเวอร์ชั่นเดโมที่เล่นได้จนจบแค่นั้น


     ภาค Razor's Edge นี้ตัวเอกริวจะมีอาวุธถึง 6 ชนิดเลยทีเดียว ส่วนวิชาเวทก็จะมีถึง 3 ชนิด แม้ว่าจะยังน้อยกว่า ภาค 1-2 แต่ก็เรียกว่าเลือกมาแต่อันเด่นๆ ใช้เปลี่ยนใช้กันได้ไม่เบื่อแล้ว แถมเกมยังเพิ่มสาวๆ มาเป็นตัวละครเสริมให้เลือกใช้ได้อีก 3 คนคือ Ayane, Momiji และที่เด็ดที่สุดก็คือ Kasumi เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่มีเธอมาให้เล่นกันในเกม Ninja Gaiden ซึ่งระบบตัวละครเสริมก็เคยมีให้ใช้กันแล้วในภาค 2 แต่จะเล่นได้แค่โหมดมิชชั่นที่เป็นฉากเล็กๆ เท่านั้น และก็ไม่สามารถอัพเกรดสกิลได้ ซึ่งในคราวนี้เราจะสามารถนำเอาตัวละครเสริมมาเล่นแทนริวได้ในฉากยาวๆ ของโหมดสตอรี่ และก็จะมีการอัพเกรดสกิลต่างๆ ได้พอๆ กับริวเลย ซึ่งท่าโจมตีของพวกเธอแต่ละคนก็จะต่างกันไปและก็ไม่ซ้ำกับอาวุธทั้ง 6 แบบของริวด้วย

     ระบบของเกมจะยากขึ้นกว่าภาค 3 ปกติค่อนข้างมาก โดยเฉพาะพวกบอสไซส์คนทั้งหลายจะมีจังหวะการโจมตีและป้องกันที่รัดกุมมาก ยากว่าพวกปีศาจตัวใหญ่ๆ ซะอีก นอกจากนี้เกมก็ยังไม่มีการใช้ไอเทมฟื้นพลังแบบภาค 1-2 แล้ว พลังชีวิตจะฟื้นขึ้นมาในระดับหนึ่ง เมื่อจบการต่อสู้ในแต่ละช่วง หรือไม่มีศัตรูในบริเวณนั้น แต่ถ้าต้องการฟื้นพลังในช่วงที่ยังมีศัตรูอยู่หรือกำลังสู้กับบอส ก็ต้องอาศัยคาถานินจา ซึ่งถ้ายิงโดนก็จะได้รับพลังชีวิตฟื้นมาด้วย แต่คาถานินจาก็ต้องสะสมเกจจากการต่อสู้เช่นกัน ดังนั้นก็จะมีโอกาสฟื้นพลังตอนสู้อยู่แค่ 1-2 ครั้งแค่นั้นเอง แต่ผู้เล่นมือใหม่ก็ไม่ต้องกังวลเพราะมีโหมด Hero เพิ่มมาให้ ซึ่งโหมดนี้พอเราใกล้ตายก็จะป้องกันและหลบหลีกอัตโนมัติ


     ลูกเล่นการใช้เกมแพดอาจจะไม่มีอะไรมาก แค่แสดงคอมโบและเมนูอัพเกรดต่างๆ ส่วนทัชสกรีนใช้เพื่อโจมตีด้วยคาถานินจา หรือกดให้แสดงตำแหน่งที่ต้องเดินทางไป ซึ่งก็สามารถกดจากปุ่มได้อยู่แล้วโดยไม่ต้องพึ่งทัชสกรีน แต่อย่างไรเสียเกมนี้ก็เป็นอีกเกมที่สามารถเล่นบนจอทัชสกรีนได้สมบูรณ์โดยไม่ต้องพึ่งจอทีวี แม้ว่าการใช้เกมแพดเล่นเกมแอ็กชั่นแบบฮาร์ดคอร์นั้นไม่น่าจะเหมาะ แต่พอลองเล่นซักพักก็จะรู้สึกว่าไม่ได้ยากอย่างที่คิด ท่ายากๆ ที่ต้องใช้หลายปุ่ม หรือท่าที่ต้องควงคอมมานด์ก็กดออกได้อย่างไม่มีปัญหาเลย


     ส่วนการเล่นหลายคนผ่านการออนไลน์ ยังเป็นที่น่าเสียดายว่าไม่สามารถเล่นในโหมดสตอรี่หรือเล่นฉากขนาดใหญ่ๆ ได้ แค่เล่นช่วยกันในโหมด Trial ที่จะให้เลือกเล่นเป็นมิชชั่น โดยเป็นฉากขนาดเล็กที่มีศัตรูระดับลูกน้องถึงบอสตั้งแต่ภาคแรกกำจัดศัตรูได้ครบก็จบมิชชั่น แต่ก็ยังดีที่มีตัวละครให้เลือกหลายตัว นอกจากนี้ยังมีตัวละครนินจาฝึกหัดให้เลือกใช้ด้วย ซึ่งท่วงท่าวิชาอะไรก็แทบจะไม่มีในตอนแรก เราจะต้องเก็บเลเวลกันยาวนานทีเดียวแต่สุดท้ายแล้ว เขาก็จะมีวิชาหลากหลายไม่แพ้ริวเลย นอกจากนี้ยังมีโหมด Clan Battle ที่จะให้ใช้นินจาฝึกหัดของตนสู้กับเหล่านินจาของผู้เล่นคนอื่น

 


     โดยรวมก็เหมือนจะดีไปหมด แต่ก็ยังคงมีข้อเสียอยู่บ้าง เช่น ตอนที่เลือกเล่น ตัวละครสาวๆ มาเล่นแทนริวนั้น จะไม่มีคัตซีนมูฟวี่เลย แต่ที่แย่ก็คือทำให้เกมดูข้ามไปมาไม่ต่อเนื่อง อย่างเช่น คัตซีนที่ริวบินข้ามตึกระหว่างสู้บอสที่ถูกตัดไป ถ้าเราเล่นอายาเนะช่วงนี้ก็จะเหมือนอยู่ดีๆ วาร์ปย้ายที่มาเลย หรือบอสที่พอใกล้ตายแล้วจะเป็นคัตซีนริวเข้าไปฆ่า ก็กลายเป็นตัดผ่านฉากมาเฉยๆ ซะงั้น แต่ยังไงก็ยังเป็นเกมที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้ภาค 1-2 เลย ขอแนะนำโดยเฉพาะผู้ที่เคยผิดหวังกับภาคปกติ รับรองได้ถึงความเหนือชั้น

คะแนน 8.5
รีวิวโดย
Kiba

 

แชร์เรื่องนี้:

เรื่องที่คุณอาจสนใจ