มาถึงตอนที่ 5 อย่างรวดเร็วครับ และต่อไปจะเป็นตอนจบแล้ว ในตอนนี้จะเป็นการปะทะกันระหว่างลีออนกับเคราเซอร์เป็นหลัก เพื่อเพิ่มอรรถรสและการอินกับการต่อสู้ของทั้งคู่ ควรอ่านตอนที่ 1 ยุทธการจาเวียร์ก่อนจะเข้าใจมากขึ้นครับ ^^
เพื่อนๆ สามารถดูเนื้อเรื่องย้อนหลังได้ที่
หลังจากถูกส่งลงไปที่ทางเดินใต้ดิน ลีออนก็เดินทางหาทางออกจนกลับมายังปราสาทได้สำเร็จ และพบกับซาลาซ่าร์ ที่รออยู่ก่อนแล้ว ซึ่งซาลาซ่าร์บอกกับลีออนว่า เขาส่งแอชลี่ย์ไปยังเกาะฝึกทหารของลัทธิ Los Illuminados ในบริเวณใกล้เคียง เพื่อประกอบพิธีั พอได้ยินอย่างนั้นลีออนจึงปามีดปักใส่มือของซาลาซ่าร์
เวอร์ดูโก้ ก็ดึงมีดที่ปักอยู่ในมือของซาลาซ่าร์ออกมาและปากลับใส่ลีออน แต่ลีออนหลบได้
ซาลาซ่าร์ฉวยโอกาสนี้ ขึ้นลิฟต์หนีไปยังห้องพิธีของปราสาท ซึ่งเมื่อลีออนตามมาถึงห้องพิธี
ซึ่งที่นั่นมีราชินีพลาก้าที่มีรูปร่างเหมือนดอกไม้ขนาดใหญ่ที่กำลังหุบอยู่อยู่ด้วย ซาลาซ่าร์ยอมให้ราชินีพลาก้า สูบตัวเองและเวอร์ดูโก้เพื่อร่วมร่างในตัวราชินีพลาก้า
ซาลาซ่าร์ในร่างนี้จะมีหัวของเวอร์ดูโก้ขนาดใหญ่งอกออกมา พร้อมกับร่างของซาลาซ่าร์ที่ถูกห่อหุ้มด้วยเปลือกแข็งแรง
หลังจากปราบซาลาซ่าร์ลงได้ลีออนก็รีบตามออกไปทางท่าเรือของปราสาท ซึ่งก็พบกับเอด้าที่ขับเรือมารอรับลีออนอยู่ก่อนแล้ว
ระหว่างทางที่นั่งเรือไปยังเกาะฝึกทหารด้วยกัน ทั้งสองคนไม่ได้พูดอะไรกันแม้แต่คำเดียว จนก่อนถึงท่าเรือ บริเวณหอวิทยุ เอด้าหักเรือเทียบหน้าผา พร้อมยิงสลิงขึ้นไปบนหอวิทยุโดยบอกกับลีออนว่า "ขอไปทำธุระแปปนึง ไว้เจอกันใหม่"
เอด้าขึ้นไปบนหอวิทยุ เพื่อพบกับเคราเซอร์ และแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน โดยเคราเซอร์บอกกับเอด้าไว้ว่า เขาไม่ไว้ใจเอด้าเท่าไรนัก แต่ก็ต้องร่วมมือกันก่อนเพื่อปฏิบัติภารกิจให้สมบูรณ์ ซึ่งหากเอด้าทำอะไรตุกติกเคราเซอร์จะจัดการสังหารเอด้าซะ แต่สำหรับเอด้าแล้ว เคราเซอร์เป็นเพียงแค่เครื่องมือเท่านั้น ส่วนหนึงเพราะเคราเซอร์เป็นตัวทดลองที่ทาง องค์กรลับ กำลังตรวจสอบและเฝ้าจับตาอยู่เท่านั้น และหากเคราเซอร์ทำผิดแผนหรือคิดใช้พลังทำอะไรเกินเลย เอด้าเองก็เตรียมพร้อมจะสังหารเคราเซอร์ด้วยเช่นกัน เพราะสำหรับเอด้าได้เปรียบเคราเซอร์อยู่แล้วเพราะศึกษาเทคนิคการต่อสู้ของเคราเซอร์มาเป็นอย่างดี ก่อนที่จะถูกส่งมาทำภารกิจนี้
หลังจากที่เอด้าแยกตัวจากเคราเซอร์ เวสเกอร์ก็ติดต่อมา บอกกับเอด้าว่าให้โฟกันไปที่การชิงตัวอย่างปรสิตมาจากแซดเลอร์ให้ได้ โดยไม่ต้องสนใจพวกลีออน เพราะเวสเกอร์มอบหมายให้เคราเซอร์จัดการกับลีออนเอง แต่หลังจากวางสาย เอด้าเตรียมไปช่วยลีออนก่อนที่จะถูกเคราเซอร์ฆ่า โดยไม่ฟังคำสั่งเวสเกอร์
ทางด้านลีออน เมื่อขึ้นฝั่งได้ ก็เจอการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเหล่าทหารลัทธิ Los Illuminados ที่กระหน่ำเม็ดกระสุนใส่ลีออนเป็นว่าเล่น แต่ด้วยความเทพของลีออน ทำให้สามารถเอาตัวรอดมาได้จนสามารถช่วยแอชลี่ย์กลับมาไ้ด้สำเร็จ
ไม่ทันไร ลีออนและแอชลี่ย์ก็มาเผชิญหน้ากับ ออสมุน แซดเลอร์ อีกครั้ง ซึ่งแซดเลอร์ได้ใช้พลังบางอย่าง ควบคุมปรสิตพลาก้า ในตัวของลีออน จนทรุดลงไปกองกับพื้น พร้อมกับควบคุมแอชลี่ย์ ให้ตามแซดเลอร์ไปอย่างง่ายดาย แต่ลีออนยังได้สติควักเครื่องส่งสัญญาณปาติดไว้ที่ตัวแอชลี่ย์ ก่อนที่เํธอจะเดินจากไป
และเมื่อลีออนเข้ามาถึงส่วนของโกดัง ก็ถูกซุ่มโจมตีโดย แจ็ค เคราเซอร์ สหายเก่าที่เคยปฏิบัติภารกิจ ยุทธการจาเวียร์ด้วยกันเมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่งลีออนได้ข่าวว่าเขาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปแล้ว ลีออนหลบได้หวุดหวิด แต่ก็ถูกคมมีดของเคราเซอร์บาดที่ข้างแก้ม
จากการคุยกันอยู่พักหนึ่ง ทำให้ลีออนทราบว่า เคราเซอร์เป็นผู้ลักพาตัวแอชลี่ย์มาให้ ออสมุน แซดเลอร์ เพื่อสร้างความไว้วางใจจากลัทธิ Los Illuminados และเพื่อแฝงตัวเข้ามาโขมยปรสิตพลาก้าไปให้เวสเกอร์อีกด้วย
ลีออนและเคราเซอร์เริ่มปะทะกันอีกครั้งโดยการใช้มีด ซึ่งทั้งสองต่างใช้ความสามารถที่ฝึกมาจากการเป็นเจ้าหน้าที่พิเศษ มาดวลมีดกันอย่างดุเดือด ลีออนใช้เทคนิคเฉพาะตัว ทำให้ปาดมีดเป็นรอยยาวกลางอกของเคราเซอร์ได้สำเร็จ
ทั้งสองคนยังคงดวลมีดกันต่อไป และเป็นลีออนที่พลาดท่า โดนเคราเซอร์ถีบกระเด็นลงไปกองกับพื้น เคราเซอร์ฉวยโอกาสกระโดดคร่อมพยายามเอามีดแทงลีออน แต่โชคยังดีที่ขณะนั้น เอด้ามาช่วยลีออนทัน โดยการยิงมีดของเคราเซอร์กระเด็นหลุดมือไป
จากการช่วยเหลือลีออนในครั้งนี้ ทำให้เคราเซอร์ไม่พอใจเอด้าเป็นอย่างมาก และมองเอด้าเป็นศัตรูก่อนจะหลบหนีไป ส่วนลีออนพยายามจะถามเอด้า ถึงเหตุผลว่าทำไมถึงมาที่เกาะนี้ แต่เอด้าก็บอกว่าตอนนี้ยังไม่ว่าง ไว้ค่อยคุยกัน แล้วก็โดดออกไป
ลีออนเดินทางตามหาแอชลี่ย์ต่อจนมาถึง เขตเหมืองที่มีตะแกรงขนส่งสินค้าอยู่ ที่นี่ลีออนพบว่าเครื่องส่งสัญญาณที่ติดตัวแอชลี่ย์ไว้หลุดออกมา และในขณะนั้นเอง ลีออนก็รู้สึกว่าเหมือนมีอะไรบางอย่างพุ่งตรงมาหา ซึ่งมันคือ B.O.W.s ที่มีนามว่า U-3 ซึ่งแซดเลอร์ส่งมาให้จัดการกับลีออน
ลีออนหลบเข้าไปในตะแกรงขนส่ง และหนีการไล่ล่าของ U-3 จนมาถึงอีกฝั่งหนึ่งซึ่งระหว่างทางลีออนก็พยายามปลดล็อคตะขอที่เกี่ยวตะแกรงนี้ไว้ จนสุดท้ายลีออนกระโดดหนีออกมาคว้าตะขอเกี่ยวเอาไว้ได้ ส่วนเจ้า U-3 พยายามพุ่งมาคว้าแต่ไม่ทัน ตกไปพร้อมกับตะแกรงขนส่งนั้น
เมื่อลีออนข้ามฝั่งมาได้ แต่เจ้า U-3 ยังไม่ยอมลดละ ปีนขึ้นผาตามไล่ล่าลีออนต่อไป ซึ่งตรงนี้พื้นที่กว้างพอที่จะให้ลีออนหันมาต่อกรกับมันได้ และฆ่ามันได้สำเร็จ
ลีออนเดินตามเส้นทางในเหมืองใต้ดินไปเรื่อยๆ จนออกมาอีกฝั่ง ที่มีซากสิ่งก่อสร้างอยู่ ที่นี่ ลีออนพบกับเคราเซอร์อีกครั้ง ซึ่งคราวนี้เคราเซอร์เตรียมตัวมาพร้อมจัดการกับลีออนเต็มที่ ทั้งปืนกลและระเบิดครบมือ เคราเซอร์บอกกับลีออนว่า แอชลี่ย์อยู่ในประตูถัดไป แต่ก่อนจะเข้าไปได้ เขาซ่อนแผ่นหินรูปปีศาจ Chimera ทั้ง 3 ส่วนเอาไว้ตามที่ต่างๆ และชิ้นส่วนสุดท้าย อยู่ที่ตัวของเคราเซอร์เอง
ไม่พูดพร่ำทำเพลงมาก เคราเซอร์เปิดฉากยิงใส่ลีออนทันทีั แต่ลีออนควักตะขอปาใส่เคราเซอร์เบี่ยงวิถีปืนได้ทัน ส่วนตัวเองก็วิ่งหลบไปตามทางเรื่อยๆ จนหาแผ่นหินชิ้นแรกพบ แล้วเคราเซอร์ก็ตามมาประจัญหน้ากับลีออนอีกครั้ง
การต่อสู้ครั้งนี้ ลีออนได้เปรียบกว่า เคราเซอร์จึงฉวยโอกาศปาระเบิดแฟลชแล้วหลบหนีไปได้ จนลีออนหาแผ่นป้ายที่ 2 พบ เคราเซอร์ก็มาประจัญหน้ากับลีออนอีกครั้ง โดยคราวนี้ เขาได้ปลดปล่อย สิ่งที่เขาปิดซ่อนไว้ในแขนซ้ายนั่นก็คือปรสิตพลาก้า ที่เขาใส่มันเข้าไปในแขนซ้าย ที่เคยเกือบเป็นอัมพาตจนเวสเกอร์รักษาให้หายมาแล้ว แขนของเคราเซอร์ตอนนี้เป็นใบมีดเล่มใหญ่ที่พร้อมจะเชือดลีออนได้ขาดครึ่งได้ทุกเมื่อ
หลังจากการต่อสู้อันยาวนานระหว่างเพื่อนทั้งสอง สุดท้ายลีออนก็พลิกโอกาสจัดการกับเคราเซอร์ได้ เคราเซอร์กระอักเลือดอยู่สักพัก ก่อนจะล้มลงไปกองกับพื้น
ลีออนสามารถรวบรวมแผ่นหินทั้ง 3 ชิ้นได้สำเร็จเปิดทางประตูลับได้และออกตามหาแอชลี่ย์ต่อไป..
To be Continue....
ตอนต่อไปก็จะไปตอนจบของภาค 4 แล้วล่ะครับ ขอบคุณเพื่อนๆ ที่ตามอ่านมาตลอด คาดว่าพรุ่งนี้น่าจะจบภาค 4 โดยสมบูรณ์ได้ครับ ^^
