Multiplayer เริ่มกลายเป็นระบบไม่จำเป็นสำหรับโลกออฟไลน์

แชร์เรื่องนี้:
Multiplayer เริ่มกลายเป็นระบบไม่จำเป็นสำหรับโลกออฟไลน์

     หลังจากยุคอินเตอร์เน็ตเริ่มมีบทบาทในโลกของเกม ทำให้เกมพีซีและคอนโซลประเภทเกมออฟไลน์เริ่มมุ่งหน้าพัฒนาเกมให้มีระบบ Multiplayer ทั้ง Offline และ Online เสริมเข้ามาด้วยเพื่อให้ผู้เล่นมีทางเลือกมากยิ่งขึ้น บางเกมก็ประสบความสำเร็จดี อย่างซีรีส์ Call of Duty หรือ Halo อีกทั้งปัจจุบันระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงก็มีประสิทธิภาพมากทุกปีในหลายประเทศ จนแนวโน้มเกมประเภท Co-Op หรือออนไลน์สู้กันน่าจะเพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มคุณค่าและความน่าซื้อกว่าโหมด Single Player เพียงอย่างเดียว แต่เมื่อทำการวิเคราะห์จากสถิติ พบว่าระบบ Multiplayer แบบ Online กลับลดจำนวนลงทุกปี และมีแนวโน้มที่จะเหลือแค่เกมจำนวนไม่มากที่ยังมีระบบ Multiplayer อยู่

ผลสำรวจของ EEDAR

     ผลการสำรวจในช่วงที่ 6 ปีที่ผ่านมา ของทาง EEDAR ที่จะนำไปแสดงในงาน GDC วันที่ 28 มีนาคมนี้ ได้เผยว่าเกมประเภทคอนโซลบนเครื่อง Xbox 360 และ PS3 ที่วางจำหน่ายในอเมริกา พบว่าปี 2006 จนถึงปี 2012 พบว่าเกมออฟไลน์ที่มี Online Multiplayer เริ่มลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว ถึงในปี 2012 กราฟจะเริ่มขยับขึ้นจาก 38% เป็น 42% แต่เกมที่ไม่มีระบบ Multiplayer เลยไม่ว่าจะ Online หรือ Offline ยังคงเพิ่มขึ้นจาก 38% เป็น 41% ส่วนเกมประเภท Offline Multiplayer แบบเกมฟุตบอล, ต่อสู้ หรือเกมกีฬาส่วนใหญ่ถึงแนวโน้มลดลงจากปีก่อนๆ แต่ยังคงมีให้เห็นอยู่บ้าง มากน้อยก็ขึ้นกับประเภทของเกมที่ออกในแต่ปีว่ามีเกมแนวนี้มากน้อยแค่ไหน

     แนวโน้มจากตารางข้างต้นน่าจะบ่งบอกถึงอนาคตของเกมออฟไลน์ ที่ผู้พัฒนาเริ่มลดบทบาทของระบบ Multiplayer ลงตามเวลา ซึ่งน่าจะมาจากการที่ระบบ Multiplayer ไม่สามารถดึงดูดผู้เล่นได้มากพอ อีกทั้งพฤติกรรมผู้เล่นของเกมออฟไลน์ส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการเล่นเกมใดเกมหนึ่งนานเกินไป ถ้าอยากเล่นนานก็จะเลือกทำภารกิจภายในเกม, เก็บ Rank หรือเก็บ Achievement ภายในเกมมากกว่าโหมดต่อสู้กับผู้เล่นอื่น ถ้าอยากเล่นเกมที่ออนไลน์สนุกจริงๆ ก็นิยมไปเลือกเกมที่ดังและคนเล่นมากกว่า หรือหันไปเล่นเกมออนไลน์เต็มตัวแทน แบบ EVE Online, World of Warcraft หรือ Guild Wars 2 แทน

     ถึงสื่อต่างประเทศบางเจ้าจะเคยเอาระบบออนไลน์ไปเป็นเกณฑ์ในการให้คะแนน ทำให้คะแนนบางเกมที่ระบบออนไลน์ไม่ดีถูกกดคะแนนบ้าง แต่เกมที่ประสบความสำเร็จด้านยอดขายนั้น แทบจะไม่ต้องพึ่งระบบเกมออนไลน์เลย มีหลายเกมที่รู้จักกันดี อย่าง Skyrim, Fall Out 3, Dragon Age, Batman Arkham Asylum กับ Arkham City และล่าสุด BioShock: Infinity ที่กวาดคะแนนมากมายแม้จะไม่มีระบบออนไลน์ภายในเกมและยืนยันไม่ทำระบบออนไลน์ตั้งแต่แรกแล้ว

BioShock ไม่มี Multiplayer ก็ขายดี คะแนน Review 3 Platform เฉลี่ยเกิน 95%

     ส่วนเกมออฟไลน์ที่เพิ่มระบบออนไลน์เข้าไปถึงบางเกมจะระบบสนุกเล่นเพลินๆ แต่ผู้เล่นก็ยังให้ความสำคัญกับระบบ Single Player มากกว่า (ไม่ได้หมายถึงแผ่นเถื่อน ต่อให้คนเล่นแผ่นแท้ก็อาจไม่สนใจระบบออนไลน์) อย่าง Assassin Creed 3, Crysis 3 , Far Cry 3 หรือ Tomb Raider (2013) ส่วนระบบ Co-Op บางเกมก็ออกจะบังคับเกินไปจนทำให้ผู้เล่นรู้สึกเกินความจำเป็นมากกว่า จนเหมือนกับ AI ไม่ฉลาด ต้องไปหาคนอื่นเล่นด้วย

     ด้วยเหตุผลเหล่านี้ จึงทำให้บริษัทเกมมีแนวโน้มที่จะไม่ลงทุนกับการพัฒนาระบบออนไลน์ที่ไม่ได้รับความสนใจมากนัก แล้วเลือกนำงบส่วนนั้นไปพัฒนาระบบการเล่นมากกว่า ส่วนเกมภาคต่อของ PC และ Console ที่มีระบบออนไลน์ดีๆ อยู่แล้ว ก็น่าจะยังมีอยู่ต่อไป เพียงแต่พวกเกมใหม่ที่เพิ่มระบบเกม Multiplayer เข้าไปน่าจะถูกลดบทบาทลงอีกในอนาคต แต่มองในอีกมุมหนึ่ง น่าจะทำให้เกมยุคต่อไปที่คิดจะเพิ่มระบบ Multiplayer ต้องคิดและทำการบ้านกันมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เกมมีคุณภาพยิ่งกว่าเดิม ไม่ใช่ใส่เข้าไปให้เป็นแค่ทางเลือกของผู้เล่น

อ้างอิงข้อมูลจาก : PA Report

แชร์เรื่องนี้:

เรื่องที่คุณอาจสนใจ