Out Side the Box : เกมจากภาพยนตร์ ส่วนกลับของสมการที่ดูดี (ขึ้นมาบ้าง)

แชร์เรื่องนี้:
Out Side the Box : เกมจากภาพยนตร์ ส่วนกลับของสมการที่ดูดี (ขึ้นมาบ้าง)

     คราวที่แล้วผมได้เขียนบทความเกี่ยวกับความล้มเหลวของภาพยนตร์ที่สร้างจากเกม สาธยายถึงสาเหตุที่เป็นไปได้และความหวังที่เรารอคอย มาในเดือนนี้ผมขอนำทุกท่านมายลอีกด้านของกระจกเงา "เกมจากหนัง" ว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร? มีอะไรให้เราภาคภูมิใจบ้างไหม?

     บทความคราวก่อนผมบ่นถึงจำนวนที่ยังน้อยอยู่ของภาพยนตร์ที่สร้างมาจากเกมพีซีโดยเฉพาะ แต่ถ้าพูดถึงเกมพีซีจากหนังแล้วละก็บอกได้คำเดียวว่า มีมากมายมหาศาล ยิ่งถ้ารวมทุกแพลตฟอร์มยิ่งไม่ต้องพูดถึง ภาพยนตร์อย่าง Dirty Harry, Fight Club, The Ring, Independence Day และอื่นๆ อีกมากมายต่างเคยมีเกมเป็นของตัวเองมาแล้วทั้งนั้น

     ถ้ามันมีปริมาณเยอะขนาดนั้นแล้วคุณภาพล่ะจะขนาดไหน? น่าเสียดายที่มันไม่ได้แปรผันตามกันแต่อย่างใด แฟนเกมส่วนมาก (เกือบทั้งหมด) ต่างเมินหน้าหนีเกมที่สร้างจากภาพยนตร์ ด้วยอารมณ์ที่ไม่ต่างอะไรจากการที่ต้องทนนั่งดูภาพยนตร์ห่วยๆ ที่สร้างจากเกมดัง ถึงแม้ Transformer, Iron Man หรือ Pirates of the Caribbean จะโด่งดังมากขนาดไหน แฟนเกมระดับกลางถึงสุดโต่งทั้งหลายก็พร้อมใจกันเมินหน้าหนีเกมที่มีชื่อเดียวกันโดยพร้อมเพรียง มันเกิดอะไรขึ้น (อีกแล้ว)?

ท่าทางได้แล้ว แต่ความสนุกยังไม่ใช่!

1. ก็มันขายได้นี่นา

     เหตุผลหลักของการสร้างเกมจากภาพยนตร์ไม่ใช่อยากให้แฟนภาพยนตร์ได้สนุกสนานแบบต่อเนื่อง แต่เพียงเพราะอยากขยายผลกำไรต่างหาก เรื่องคุณภาพจึงไม่ต้องพูดถึง พวกนักบริหารทั้งหลายมักคิดแค่ว่า ชื่อภาพยนตร์ระดับ 5 ดาวติดหัวก็เพียงพอที่จะสะกดเงินในกระเป๋าของบรรดาผู้ไม่ช่ำชองหรือเด็กๆ จนลอยออกมาได้อย่างง่ายดายแล้ว ทำให้กว่า 90% ของเกมจากหนังจึงเป็นเสมือนของที่ระลึกซึ่งส่งผลทางด้านจิตใจว่าเรามี "อะไรก็ตามที่มีชื่อหนังติด" ครบหมดแล้วเท่านั้น

2. เกมดีต้องติดโรค (เลื่อน)

     ยังจำวันเวลาที่คุณต้องทนนั่งนับนิ้วรอเล่นเกมอย่าง Doom III, Brothers in Arms: Hell's Highway, Duke Nukem Forever!! หรือสารพัดยอดเกมอื่นได้หรือไม่? มันจะรู้สึกหอมหวานแค่ไหนเมื่อได้เล่นมันเสียที (ไม่จำเป็นต้องตอบ เพราะตัวผมเองเข้าใจดี) แต่เกมจากภาพยนตร์ไม่ใช่อย่างนั้น มันต้องเสร็จก่อนภาพยนตร์เข้าฉายถึงจะสามารถวางตลาดไปพร้อมๆ กันได้ อะไรนะ? คุณได้ทีมพัฒนาฝีมือดีมา เกมกำลังจะยอดเยี่ยมเลย แต่ขอเวลาพัฒนาและขัดเกลาอีก 2 ปีหรือ "เมื่อมันเสร็จ" จะบ้าเหรอ! หนังเข้าฉายพุธหน้าแล้วนะ ย้อนกลับไปดูข้อ 1 เลยไป

เชื่อผมเถอะ เกมดีต้องรอนานๆ

     เมื่อเวลามันจำกัดแบบเลื่อนไม่ได้ ผลงานที่ออกมาย่อมไม่เต็มที่บวกกับเหตุผลตามข้อ 1 เกมจากภาพยนตร์ส่วนใหญ่จึงมีลักษณะครึ่งๆ กลางๆ รูปแบบการเล่นเดิมๆ ไม่มีอะไรใหม่และให้ลืมคำว่า ทีมพัฒนาฝีมือดีที่ผมเพิ่งกล่าวถึงไปได้เลย เพราะเกือบทั้งหมดจะเป็นใครก็ไม่รู้

3. เหมือนภาพยนตร์ทุกกระเบียดนิ้ว

     ก็มันสร้างมาเพื่อภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ นี่นา แล้วจะต้องไปนั่งปวดหัวคิดอะไรใหม่ๆ ทำไม เดินทุกอย่างตามภาพยนตร์ให้หมดก็พอ อาจใส่ฉากจากในโรงลงไปบ้างเล็กน้อยพอเป็นกระสาย เอาดาราสักคนสองคนมาพากย์เสียง แค่นี้คนดู (ที่ไม่ค่อยฮาร์ดคอร์) ก็วิ่งมาซื้อกันขาขวิดแล้ว แต่ขอโทษเถอะครับ ถ้ามันเป็นเช่นนั้น พวกผมจะซื้อมาเล่นหาอะไรล่ะครับ เนื้อเรื่อง จุดหักมุมหรือฉากอันยิ่งใหญ่ (ถ้ามี) มันผ่านสายตาไปหมดแล้ว แน่นอนความน่าตื่นเต้นย่อมลดลงไปกว่าครึ่ง รวมกับความสนุกที่ไม่ค่อยจะมีอยู่แล้วช่วยกันฉุดตัวเกมให้ลงเหวลึกกว่าเก่า

Do you want to play a game?

     พูดกันตรงๆ ถ้าเจ้าของลิขสิทธิ์ภาพยนตร์เลิกคิดเพียงแค่ผลกำไรนิดๆ หน่อยๆ หันมาใส่ใจคุณภาพของเกมจากหนังของพวกเขามากกว่านี้ละก็ ดีไม่ดีพวกเขาอาจได้แฟรนไชส์ใหม่โดยไม่รู้ตัวหรืออย่างแย่ก็ได้รับคำชมอย่างล้นหลาม ซึ่งเมื่อรวมกับรายได้จากภาพยนตร์ที่มหาศาลอยู่แล้ว พวกเขาไม่มีอะไรต้องเสียสักหน่อย

     โชคยังดีที่มีคนคิดแบบนั้นอยู่บ้าง ต่อไปนี้คือตัวอย่างบางส่วนของเกมที่อ้างอิงมาจากภาพยนตร์ที่ได้รับการยอมรับจากแฟนเกมโดยทั่วไปว่า มีดีไม่แพ้หรืออาจดีกว่าตัวหนังเลยด้วยซ้ำ

The Thing

ภาพยนตร์ออกฉาย: พ.ศ. 2525
เกมวางตลาด: พ.ศ. 2545
ผู้พัฒนา: Computer Artworks

     บรรยากาศความหนาวเหน็บของขั้วโลกที่จำลองมาไว้ในเกมได้อย่างสมจริง (เล่นตอนหน้าหนาวนี้จะเข้ามาก) และเป็นครั้งแรกที่การมีเพื่อนร่วมเดินทางทำให้เรารู้สึกกลัว เมื่อพวกเขาเริ่มมีท่าที "ไม่น่าไว้วางใจ" ตัวเกมเดินเรื่องต่อจากภาพยนตร์และสานต่อได้เป็นอย่างดี

Tron 2.0

ภาพยนตร์ออกฉาย: พ.ศ. 2525
เกมวางตลาด: พ.ศ. 2546
ผู้พัฒนา: Monolith Productions

     แค่ชื่อทีมพัฒนาก็หายห่วงแล้ว คุณจะได้ต่อสู้กับไวรัสคอมพิวเตอร์หรือวิ่งหนีการฟอร์แมทไปกับเนื้อเรื่องอันลุ่มลึกที่เป็นส่วนต่อจากภาพยนตร์ ผนวกกับโลกของคอมพิวเตอร์อันวิจิตรและแปลกตาซึ่งถูกใช้เป็นฉากหลังของเกม นี่ยังไม่รวมกับอาวุธสุดแจ่มอย่าง "กงจักรแห่งแสง" และมินิเกมแข่งรถ Light Cycles ที่ไม่เหมือนใคร

The Chronicles of Riddick: Escape from Butcher Bay-Director's Cut

ภาพยนตร์ออกฉาย: Pitch Black พ.ศ. 2543, The Chronicles of Riddick พ.ศ. 2547
เกมวางตลาด: พ.ศ. 2547
ผู้พัฒนา: Starbreeze Studios และ Tigon Studios

     หนึ่งในความยอดเยี่ยมเข้าขั้นตำนาน เรื่องราวบอกเล่าความเป็นมาและความแสบสันของอาชญากรสันดานฮีโร่ Richard B. Riddick ก่อนมาเป็นตัวเป็นตนในภาพยนตร์ คุณจะได้เล่นทั้งในแบบวิ่งยิงแหลกและลอบเร้นสังหาร ตัวเกมทำทุกอย่างได้ดีจนผู้คนลืมเลือนความห่วยของภาพยนตร์ The Chronicles of Riddick ไปจนหมด ตัวผมเองไม่เคยชอบความมืดครั้งไหนเท่าในเกมนี้มาก่อนเลย

Peter Jackson's King Kong: The Official Game of the Movie

ภาพยนตร์ออกฉาย: พ.ศ. 2548
เกมวางตลาด: พ.ศ. 2548
ผู้พัฒนา: Ubisoft Romania และ Ubisoft Montreal

      ถึงแม้จะวางตลาดพร้อมๆ กับภาพยนตร์และมีเนื้อเรื่องที่เดินตามแป๊ะๆ แต่ด้วยรูปแบบการเล่นที่เน้นความสมจริง (หอกพิฆาตของข้า) การได้สวมบทเป็น Kong ไล่ฉีกปาก V-Rex และฉากจบใหม่ ทำให้เกมเกมนี้ได้รับความนิยมไม่น้อยหน้าตัวภาพยนตร์อย่างสวยสดงดงาม

Lego Series

ภาพยนตร์ออกฉาย: มากมายนับไม่ไหว
เกมวางตลาด: ตั้งแต่ พ.ศ. 2548 และคาดว่าจะตามมาอีกเยอะ
ผู้พัฒนา: Traveller's Tales

     ใครว่าตัวละครน่ารักๆ จะดึงดูดนักเล่นเกมเพศชายไม่ได้ ตัวต่อเลโก้ทั้งหลายก็ทำสำเร็จมาแล้ว ด้วยรูปแบบความสดใสที่ดูแปลกตาอย่างสร้างสรรค์ มุกตลกฮาแตก ความเป็นการ์ตูนที่เล่นได้ทุกเพศทุกวัย และเกือบทุกคนที่เล่นก็ชอบเสียด้วย

หน้าไหนคิดว่าสร้างเกมจากภาพยนตร์ได้ดีกว่าพวกเราก็เข้ามาเลย!

โปรแกรมหน้า...กำลังจะมา

Heat

ภาพยนตร์ออกฉาย: พ.ศ. 2538
เกมวางตลาด: พ.ศ. 2552
ผู้พัฒนา: Gearbox Software

     ดูแค่ชื่อทีมพัฒนาและชื่อภาพยนตร์ความหวังของเราก็พุ่งสูงลิบ แม้จะยังไม่มีข้อมูลอะไรมากนัก แต่ค่อนข้างแน่ชัดว่า Heat น่าจะเป็นเกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่งที่จมดิ่งลงในโลกของอาชญากรรม ซึ่งเราสามารถจะเลือกเล่นเป็นฝ่ายโจรหรือตำรวจก็ได้ ขอแค่อย่าให้มีใครในทีม "ทำผิดแผน" ก็พอ

จะได้เล่นเป็นใครหนอ?

Avatar

ภาพยนตร์ออกฉาย: พ.ศ. 2552
เกมวางตลาด: พ.ศ. 2552
ผู้พัฒนา: Ubisoft

     เกมจากภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ของสุดยอดผู้กำกับ James Cameron ที่ในตอนนี้ยังมีความไม่แน่ชัดในหลายๆ เรื่อง แม้กระทั่งแนวเกมและแพลตฟอร์มที่จะลง แต่ด้วยชื่อชั้นของ James และ Ubisoft พวกเราก็ได้แต่คาดหวังสูงเช่นเคย

Saw

ภาพยนตร์ออกฉาย: พ.ศ. 2547
เกมวางตลาด: พ.ศ. 2552
ผู้พัฒนา: Brash Entertainment

      ผมรู้ว่าชื่อของภาพยนตร์ทำให้หลายๆ คนตัวสั่น (อยากเล่น) ตัวเกมจะใช้ Unreal Engine 3 เป็นขุมพลังในการบอกเล่าเรื่องราวที่ช่วยเต็มเติมตัวหนัง แต่เมื่อเหลือบมองชื่อทีมพัฒนาแล้ว ความหวังอาจต้องผ่อนลงบ้างเล็กน้อย

แชร์เรื่องนี้:

เรื่องที่คุณอาจสนใจ