เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมาก็จัดว่าเป็นวันครบรอบ 1 เดือนแห่งการเดบิวท์อย่างเป็นทางการของวงไอดอลน้องใหม่แห่งประเทศนี้ BNK48 ซึ่งในความใหม่ที่ว่าก็คือความใหม่ทั้งรูปแบบวงทั้งรูปแบบการนำเสนอ รวมไปถึงรูปแบบการทำการตลาด หลายคนอาจจะมองว่าความเสี่ยงนั้นเยอะเหลือเกิน ในยุคที่วงการเพลงไทยอยู่ในช่วงซบเซา แต๋ก็ด้วยเพราะความใหม่นี่แหละครับ ถึงทำให้โมเดลนี้มันน่าสนใจ และกลายเป็นเทรนด์ฮิตที่ก่อกำเนิดโอตะหน้าใหม่กันมากมาย อีกทั้งโอตะหน้าเก่าๆ หลายๆ คน ก็คัมแบคกลับมาคึกคักๆ กับปักกิ่งกันหลายต่อหลายคน จนทำให้ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ครับว่าการเดบิวท์อย่างเป็นทางการของ BNK48 เป็นประหนึ่งเครื่องช็อตไฟฟ้าที่กระตุ้นวงการเพลงญี่ปุ่นในไทยให้กลับมามีชีวิตชีวารวมถึงทวงคืนพื้นที่บนหน้าสื่อได้อีกครั้ง แม้อาจจะยังไม่ได้แมสต์ขนาดนั้น แต่มันก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี จริงไหมครับ?

     ตัวผมเองก็เพิ่งมาตามน้องๆ ได้ไม่นาน พอๆ กับหลายๆ คนนั่นแหละครับ แบบว่าเริ่มสนใจตั้งแต่เห็นข่าวการประกาศตัวเมมเบอร์ 29 คน ในงาน Japan Expo จนมานั่งดู OS ฟายเดย์เทป 108 แล้วจู่ๆ ก็เกิดอยากตามจริงจังขึ้นมาครับ ก็ตามข่าวมาเรื่อยๆ พอ BNK48 Senpai มาก็ตามดูแบบไม่พลาดสักเทป ออกโฟโต้เซทชุดแรกมาขายก็ซื้อด้วยกำลังเท่าที่พอทำได้ (ไม่ต้องถามครับ เกลือล้วนแถมจั่วลมทูซ็อต ฮ่า!) อย่างไรก็ตามในช่วงนั้นผมก็ยังรู้สึกว่าตัวเองยังไม่ถึงกับเข้าสู่สภาวะโอตะแต่อย่างใด เพราะความสนใจหลักก็ยังเดิมๆ มีชีวิตเช่นทุกๆ วัน แค่เพิ่มสิ่งให้ติดตามขึ้นมาอีกเรื่อง ประหนึ่งโหลดเกมมือถือใหม่ๆ มาลงเครื่องก็แค่นั้น

     จนถึงวันที่ 2 มิถุนายนนั่นแหละครับกับงาน BNK48 The Debut ที่เกิดขึ้น ซึ่งถึงแม้ตัวเองเองจะไม่ได้ไป และต้องหาดูวิดีโอย้อนหลังจาก Fancam เพราะคุณภาพไลฟ์ออฟฟิซเชี่ยลชวนส่ายหัวรัวๆ แต่คงต้องบอกอยากจริงจังเลยครับว่ามันเป็นวันอันเปรียบเป็นจุด Turning Point หรือจุดเปลี่ยนชีวิตผมจริงๆ เปลี่ยนแบบไม่น่าหันหลังกลับง่ายๆ ด้วยเมื่อลองพิจารณาจากชีวิตประจำวันตลอด 1 เดือนมานี้ที่ผันแปรไปจากเมื่อก่อนแบบสิ้นเชิง ฮ่า!

     ดังนั้นเรามาย้อนกันดูดีกว่าครับว่าตลอด 1 เดือนหลังการเดบิวท์นั้นมีอะไรเกิดขึ้นบ้างกับ BNK48

เซนบัตสึกับเคงคิวเซย์

     ประกาศให้เซอร์ไพรส์กันตั้งแต่วันงานกันเลยทีเดียวสำหรับกลุ่มเซนบัตสึ 16 คน ซึ่งถูกเลือกออกมาเพื่อทำหน้าที่ทีมโปรโมตหลักของ 3 ซิงเกิลแรก โดยหากสังเกตดีๆ เราจะพบเหตุผลว่าทำไมถึงต้องเป็น 16 คนนี้ที่ผมคิดว่าเป็นการคัดเลือกที่ลงตัวมาก คือมี 2 คนที่ดังที่สุดไว้เป็นตัวดึงดูดกลุ่มแมส, กลุ่มสาวๆ เด็กโตที่รู้วิธีใช้เสน่ห์ตัวเองและรับมือกับสื่อเป็น, 2 คนที่เต้นเก่งสุดในวง, กลุ่มเด็กที่ชูภาพลักษณ์ในแง่ความหลากหลายทางด้านอายุ อะไรอย่างงี้เป็นต้น แต่แน่นอนว่าสาวๆ เหล่านี้นอกจากคุณสมบัติที่กล่าวมาก็ต้องมีศักยภาพที่ดีด้วยครับ ไม่งั้นโชว์ก็จะเหลวอีก ในขณะที่กลุ่มเด็กฝึกอีก 13 คนหรือเคงคิวเซย์ก็จะเป็นเมมเบอร์เบอร์รองๆ ลงไปและต้องอดทนพร้อมพัฒนาตัวเองอย่างเข้มข้น เพื่อจะได้ปล่อยของเมื่อเวลามาถึง ซึ่งเอาเข้าจริง ณ ปัจจุบันนี้ก็มีหลายๆ คนที่ฉายแววโดดเด่นไม่น้อยครับ เอาเป็นว่าเดี๋ยวเก็บไว้พูดถึงตอนท้ายก็แล้วกัน 

     ทั้งนี้ตลอดช่วง 1 เดือนมานี้เราก็จะได้เห็นน้องๆ กลุ่มเซนบัตสึออกงานกันถี่ๆ รัวๆ แบบวันต่อวัน บางวันก็ไป 3-4 ที่ก็มี แม้จะเหนื่อยกันแต่ผมก็คิดว่าน้องๆ เข้าใจว่ามันเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ซึ่งพอความนิยมกำลังมาก็ต้องพยายามตักตวงโอกาสเอาไว้ครับ เพื่อปูทางสู่อนาคตอีกยาวไกลนั่นเอง แต่ในความเยอะก็ถือว่าเป็นโอกาสดีของเหล่าเด็กฝึกเพราะจะได้โอกาสเสียบแทนเซนบัตสึบางคนที่ออกงานจนเหนื่อยและต้องมีพักบ้างครับ ตรงนี้ก็ถือเป็นจังหวะปล่อยของของน้องๆ เขาล่ะ และตลอด 1 เดือนที่ผ่านมาก็มีหลายงานเหมือนกันที่ต้องเรียกเด็กฝึกไปเสริมครับ

 

กัปตันคนแรก

     อีกหนึ่งเรื่องเซอร์ไพรส์ทั้งแฟนๆ และน้องๆ เองในงานวันเดบิวท์ก็คือการประกาศตัวกัปตันคนแรกของวงครับ ซึ่งก็คือน้องเฌอปรางนั่นเอง (เอ้า! ปรบมือสิ รออะไรล่ะพีเพิ่ล!) แม้เอาเข้าจริงๆ หลายๆ คนอาจจะเก็งไว้อยู่แล้ว ด้วยคุณสมบัติตของน้องที่น่าจะบอกได้ว่าครบเครื่องสุดในวงทำให้ได้รับตำแหน่งไปตามคาด แต่เราก็ยังอดร่วมยินดีกับน้องไม่ได้จริงๆ ครับ (วินาทีสำคัญแบบนี้แต่ยังไม่มีวิดีโอย้อนหลังแบบ HD ให้ดู เศร้าแปบ) ซึ่งช่วงที่ผ่านมาเราก็ได้เห็นการทำหน้าที่เป็นกัปตันที่ดี ไปในแทบทุกที่ที่วงไปโปรโมต จนแอบเหนื่อยแทนและภาวนาในใจให้น้องพักผ่อนบ้าง นอกจากนี้ตัวของเฌอปรางยังมีการวางตัวที่ดีมากๆ ทั้งกับสื่อ, น้องๆ พี่ๆ เมมเบอร์ในวง และยังยิ้มแย้ม ให้กับแฟนๆ ตลอด ทำให้เราไม่เคยสงสัยเลยว่าน้องได้ตำแหน่งนี้มายังไร เพราะมันประจักษ์ชัดในใจโอตะทุกคนนั่นเองครับ โอ้โฮ แหม่!


สมาชิกลำดับที่ 30

     แม้จะประกาศตั้งแต่เนิ่นๆ ว่าจะย้ายมา แต่หลายๆ คนก็ยังอดตื่นเต้นไม่ได้อยู่ดีกับการทรานสฟอร์มตัวเองของ อิสึตะ รินะ อดีต AKB48 ที่ ณ เวลานี้กลายเป็น BNK48 เต็มตัวเรียบร้อย ก็ทำให้ตัวเลขเมมเบอร์ของ BNK48 กลับมาเป็นจำนวนเต็มอีกครั้งหนึ่ง (ใครอยากรู้ว่าทำไมผมบอกอีกครั้งหนึ่ง แนะนำว่าลองย้อนกลับไปดู BNK48 Senpai ตอน 2 นะครับ) แน่นอนว่าในวันเดบิวต์เธอก็ขึ้นไปปรากฎตัวบนเวทีด้วยชุดของ BNK ด้วยครับ สร้างความฮือฮาให้กับคนที่ไปงานได้มากทีเดียว แต่แน่นอนว่าการมาของเธอก็ทำให้เกิดประเด็นคำถามถึงบทบาทอยู่บ้าง เพราะต้องยอมรับว่าอิสึตะซังแม้จะมาทีหลังสุด แต่เธอคือคนที่ผ่านงานไอดอลมาโชคโชนยิ่งกว่าใครนั่นแหละ งานนี้ก็คงต้องติดตามกันต่อไปครับ

BNK48

 

การออกสื่อกระแสหลัก

     ด้วยความที่ประเทศไทยยังคงใหม่กับโมเดลของวงไอดอลแบบนี้ และการทำธุรกิจจะมีเพียงหมู่มวลแฟนคลับเดนตายดั้งเดิมก็คงไม่พอ พวกเขาจึงต้องพยายามทำให้ชื่อวง BNK48 เข้าไปอยู่่ในกระแสของกลุ่มแมสให้ได้ครับ ทั้งนี้ก็เพื่อให้วงเป็นที่รู้จักในสเกลที่กว้างขึ้น และเพื่อขยายฐานแฟนคลับออกไป ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ ที่เราจะต้องเห็นน้องๆ พยายามกัดฟันออกสื่อทุกวี่วัน ในการโปรโมททั้งวงทั้งซิงเกิ้ล แม้ว่าจะเหนื่อยจะกรอบขนาดไหนก็ตาม พวกเราแฟนคลับก็ได้แต่เป็นกำลังใจให้ครับ

 

เพลง

     มีออกมาแล้ว 3 ซิงเกิ้ลอันได้แก่ "Aitakatta อยากจะได้พบเธอ", "Oogoe Diamond ก็ชอบให้รู้ว่าชอบ" และ "365 วันกับเครื่องบินกระดาษ" ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเพลงที่แปลงมาจากภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด และก็ต้องบอกว่าในการนำมาเรียบเรียงเป็นเนื้อไทยนั้นทำได้ดีมากๆ โดยเฉพาะเพลง 365 ที่ผมยกให้เป็นเดอะเบสต์ของชุดแรกในแง่การเรียงร้อยคำร้องเลยทีเดียว ติดอยู่อย่างคือ MV เพลงเต็มนี่แหละครับที่มันไม่ออกซะที!


PV แรก

     ในความชื่นมื่นยินดียังคงมีดราม่าอยู่บ้างครับ กับการประกาศปล่อย PV แรกของวงออกมา โดยที่เรื่องมันดราม่าก็เพราะว่าตอนแรกทีมงานประกาศว่าจะเป็น PV เพลง Aitakatta แต่พอเอาเข้าจริง ภายใน PV ความยาว 20 นาที มันดันมีทั้ง 3 เพลงอยู่ในนั้น แถมยังเป็น Short Ver. ทั้งหมด เท่านั้นไม่พอคือเนื้อหายังชวนดราม่าขนาดหนัก ทำให้หลายๆ คนที่รอเสพย์ความน่ารักของน้องๆ ใน MV ต้องหัวร้อนกันเป็นแถบ (1 ในนั้นคือนายแว่นดลลี่ที่ออฟฟิศ) คือปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้นเลยหากว่าทีมงานสามารภสื่อสารออกมาได้ชัดเจนว่าแฟนๆ กำลังจะได้ดูอะไร เพราะโดยส่วนตัวผมคิดว่าแฟนๆ พร้อมจะเสพย์ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณปล่อยออกมาอยู่แล้วล่ะครับ เพราะอย่างนั้น... เราจึงยังคงรอ MV เพลงตัวเต็มด้วยความหวังกันอยู่นะครับคุณณณณณณ


ช่องทางการติดตามหลากหลาย

     หลังจากหลายเดือนแห่งความเงียบงัน กลับกันช่วง 30 วันที่ผ่านมา พวกเราเหล่าๆ โอตะก็ได้เห็นหน้าน้องๆ กันทุกวันเลยครับ ซึ่งสาเหตุก็ไม่ใช่แค่เพราะน้องๆ ออกอีเวนท์หรือออกสื่อถี่อย่างเดียว แต่น้องๆ ยังมีมาไลฟ์ทั้งที่ ดิจิตอลสตูดิโอ (aka ตู้ปลา) รวมถึงแอพพลิเคชั่น VooV กันทุกวัน ยํ้าว่าทุกวันครับ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี เพราะนอกจากแฟนๆ จะได้ตามดูน้องๆ อย่างต่อเนื่องแล้ว ตัวน้องๆ เองก็ได้นำเสนอตัวตนรวมถึงคาแรคเตอร์ของตัวเองในแบบที่เต็มที่ขึ้นด้วย โดยเฉพาะเหล่าน้องๆ เคงคิวเซย์นี่ถือเป็นโอกาสอันมีค่ามากๆ ครับ เพราะงานโชว์ตัวไม่เยอะเท่าเหล่าเซนบัตสึนั่นเอง ก็จัดเป็นข้อดีและจุดแข็งของการฟอร์มวงในยุคนี้จริงๆ ที่มีช่องทางสื่อสารกับแฟนๆ มากมายขนาดนี้ครับ อ้อแล้วก็ยังมีช่องทางหลักๆ อย่าง Facebook, Instagram และ Twitter (#BNK48) ด้วยนะเออ


สินค้าออฟฟิเชี่ยลและตลาดของแฟนๆ

     ในแง่สินค้าหากไม่นับพวก Goodie สุดเอ็กซ์คลูซีฟตามอีเวนท์ต่างๆ แล้ว สิ่งที่ขายกันอย่างกว้างขวางก็คือ Photo Set นั่นเองครับ โดยนับถึงวันนี้ (3 กรกฎาคม) มีออกมาแล้ว 3 ชุดคือ ชุดเดบิวต์, ชุดไทย และชุดที่ 3 ซึ่งผมไม่รู้ว่าจะเรียกว่าชุดอะไร สถานะคือชุดแรกไม่มีขายในเว็บแล้ว ชุด 2 รอรีสตอร์ก และชุด 3 ขายตามอีเวนท์โร้ดโชว์พร้อมทั้งมีกำหนดขายบนเว็บปลายเดือนกรกฎาคม อย่างไรก็ตามหากใครยังอยากได้ภาพเหล่านี้ก็มีอีกวิธีคือกลุ่มตลาดของแฟนๆ บน Facebook ครับ ตอนนี้เท่าที่เห็นก็มีอยู่ 2-3 กลุ่ม ส่วนราคาถ้าเป็นเมมเบอร์ที่ไม่ดังมากก็พอหายใจหายคอได้ครับ แต่หากเป็นพวกระดับท็อปๆ อย่าง เฌอปราง หรือ มิวสิค อะไรเทือกนี้ ราคาก็จะถีบตัวโดดขึ้นไปหลายเท่าจนต้องคิดหนักทีเดียวครับ นี่ยังไม่นับแบบขายครบเซทคอมพ์นะเออ อันนั้นส่วนใหญ่จะมาในแนวประมูลกันมากกว่า และโดยมากราคาก็จะไปจบในระดับที่คุณต้องอ้าปากค้างกันอยู่รํ่าไป ก็ต้องเตือนกันสักหน่อยว่าก่อนจ่ายอะไรก็คิดกันให้หนักครับ ว่าหลังจากนี้จะมีขีวิตรอดกันยังไง แต่หากชั่งใจแล้วคำตอบคือซื้อ ก็จัดไปเลยครับ ใครใคร่ซื้อก็ซื้อ ใครใคร่ขายก็ขาย มีดีมานด์ก็ต้องมีซัพพลาย แต่หากโชคดีหน่อย การตามเก็บรูปแบบเทรดกับโอตะท่านอื่นก็ยังมีนะเออ!


ทีมงานทุกภาคส่วน

     เรื่องทีมงานอาจจะเข้าใจว่ามีหลายส่วน แต่ผมขอพูดรวมๆ จากมุมมองของแฟนคนหนึ่งแล้วกันครับ โดยตลอด 1 เดือนที่ผ่านมาจะเห็นว่ามีปัญหาตะกุกตะกักตลอด หลักๆ ที่ลิสต์ไว้ในความทรงจำผมมีอยู่ 3 เรื่องคือ ปัญหาไลฟ์สดวัน Debut, ปัญหาไลฟ์สดที่ตู้ปลาครั้งที่ 2 ของชราไลน์ และสุดท้ายคือการสื่อสารกับแฟนๆ ในเรื่อง PV ครับ อย่างไรก็ตามแม้จะยังไม่เด่นชัดแต่ทีมงานก็มีแนวโน้มในการทำงานที่ดูดีขึ้นครับ อย่างเพจ Facebook หลักหลังๆ ก็มีการแชร์อีเวนท์ของน้องๆ มากขึ้น ส่วนทีมงานถ่ายทอดสด หลังล่องจุ๊นไป 2 ครั้งก็ไม่มีข้อผิดพลาดใหม่ๆ เลย แถมตอนนี้ยังมีเอฟเฟกต์ระหว่างไลฟ์ รวมถึงอินโทรรายการแบบวันต่อวัน ตรงนี้ถือว่ามีพัฒนาการที่ดีและน่าชื่นชมครับ พูดโดยรวมก็ต้องบอกว่าขอให้ทีมงานพัฒนายิ่งๆ ขึ้่นไปและช่วยผลักดันน้องๆ ไปให้ถึงจุดหมายให้ได้ครับ


เมมเบอร์หลายๆ คนมีพัฒนาการน่าสนใจในรอบ 1 เดือน

     ต้องบอกว่า 30 วันผ่านไปเราได้เห็นอะไรที่เยอะแยะมากมายตามข้อที่ไล่มาด้านบนนั่นแหละครับ แต่ที่สำคัญที่สุดคือในช่วงเวลาประมาณนี้น้องๆ หลายคน เริ่มฉายแสงออกมามากขึ้นทั้งเซนบัตสึ ทั้งเคงคิวเซย์เลย เรียกว่าคาแรคเตอร์แต่ละคนค่อยๆ เด่นชัด และแตกต่างขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในทางกลับกันมันก็สะท้อนให้เห็นว่าทีมงานที่ทำการออดิชั่นน้องๆ เข้ามาฝึกนั้นตาแหลมเพียงใดครับ อย่าง แจน ที่กลายเป็นนักตกมือทองไปแบบงงๆ ด้วยความเป็น สาวเด๋อ2017 แสนธรรมชาติ หรือ โมบาย ในร่าง โมบิล ที่สถาปนาตัวเองเป็น คนดีด2017 เรียบร้อย ซึ่งการที่แฟนๆ มอบฉายาบางอย่างให้ มันก็เป็นเครื่องสะท้อนให้น้องๆ เห็นได้เป็นอย่างดีว่าโอตะมองเห็นคาแรคเตอร์อะไรในตัวน้องคนนั้นๆ ครับ ซึ่งเอาเข้าจริงมีเยอะกว่านี้มาก สำหรับคนที่มีพัฒนาการน่าสนใจ อย่างไรก็ดีก็มีน้องๆ บางคนที่เหมือนจะยังก้าวข้ามกำแพงบางอย่างไม่ได้ และโชว์ของไม่เยอะเท่าที่ควร อันนี้ก็เอาใจช่วยมากๆ ครับ อยากให้น้องนึกอยู่เสมอว่าน้องสามารถออฯ ชนะคนกว่า 1,300 มาได้ ดังนั้นน้องไม่ธรรมดาแน่นอน แค่มั่นใจในความเป็นตัวเองเข้าไว้ เหล่าโอตะเอาใจช่วยอยู่เสมอครับ!

     ก็ประมาณนี้ครับสำหรับการสรุป 1 เดือนที่ผ่านมาของวงไอดอล BNK48 ที่กำลังมาแรงมากๆ ในขณะนี้ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งเลยทีเดียว แต่ก็ยังไม่ถึงกับแมสมากนักครับ อนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไรต่อก็ขึ้นอยู่กับการสนับสนุนของแฟนๆ และโอตะ นั่นแล

     สุดท้ายหากผมขาดตกหรือบกพร่องอะไรไป ก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ ส่วนใครที่ต้องการติดตามน้องๆ BNK48 ในช่วงนี้ ก็จะมีทาง Facebook ที่พิมพ์แค่ BNK เดี๋ยวขึ้นมาให้ติดตามกันเกือบครบทั้งวง รวมถึงทาง Instagram ก็มีเช่นกัน นอกจากนี้ก็มีชาแนล Youtube BNK48 Official ด้วยครับ (อันนี้แนะนำให้ไปไล่ดูรายการ BNK48 Senpai จะรู้จักน้องๆ มากขึ้น) ส่วนช่วงนี้จะมีการไลฟ์ผ่านทางแอพ VooV และทางช่อง Facebook หลัก แต่หากใครอยากเจอตัวเป็นๆ ก็เช็คตารางไลฟ์ตู้ปลาให้ดีแล้วตรงรี่ไปที่ Emquartier ชั้น 1 ได้เลยครับ! สนับสนุนน้องกันเยอะๆ นะพวกเธอว์!

ขอขอบคุณรูปภาพบางส่วนจาก Oficial Facebook BNK48

แสดงความคิดเห็น

สินค้าแคสเตอร์