รีวิวหนัง Minions & Monsters - สนุกตามมาตรฐานแต่ความเป็นมินเนี่ยนทำให้มันพิเศษ

แชร์เรื่องนี้:
รีวิวหนัง Minions & Monsters - สนุกตามมาตรฐานแต่ความเป็นมินเนี่ยนทำให้มันพิเศษ

ช่วงไม่กี่ปีมานี้หากจะหาตัวละครที่สามารถเป็นไอค่อนและสร้างภาพจำให้กับตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยมคงไม่มีใครกังขาหากจะเสนอชื่อของ Minions ขึ้นมาครับ เพราะจากการเป็นตัวชูรสสร้างเสียงฮาในภาพยนตร์แฟรนไชส์อย่าง Despicable me สุดท้ายเราอาจจะต้องยอมรับได้แล้วว่า Minions นั้นเป็นชื่อที่โตเกินต้นขั้วมันไปแล้ว การมีภาคแยกออกมาก็เป็นเหตุผลอย่างดีหรือการที่ชาวบ้านร้านตลาดเรียก Despicable Me ว่า "หนังมินเนี่ยน" ก็สามารถบ่งบอกเรื่องราวเหล่านั้นได้เช่นกัน

สำหรับภาพยนตร์ภาคแยกอย่าง Minions นั้นมีมาก่อนหน้าแล้ว 2 ภาคและทำเงินรวมกันได้ราวๆ 2 พันล้านเหรียญ ตกเฉลี่ยภาคละพันล้านเหรียญ การที่มันไม่มีภาคต่อคงเป็นเรื่องประหลาด ซึ่งภาค 3 อย่าง Minions & Monsters ก็คงจะถูกคาดหวังไว้ในระดับใกล้ๆ กัน แต่จะทำได้หรือไม่ก็คงต้องมาลุ้นกับหลายๆ ปัจจัย ทว่าหากเอาแค่ตัวหนังว่าสนุกไหม ผมคิดว่า Minions & Monsters ไม่ได้มีอะไรหวือหวาหรือเหนือคาดสักเท่าไหร่ แต่ความพิเศษในตัวของมินเนี่ยนที่ไม่มีใครเหมือน ก็คงจะทำให้หลายๆ คนยังคงสนุกสนานไปกับกองทัพตัวเหลืองนี้ได้อย่างไม่ยากไม่เย็น

โดยภาพยนตร์ Minions นั้นแต่ไหนแต่ไรมาก็จะไม่ได้เล่าเรื่องในลักษณะไล่ไปตามภาคอย่างภาคหลัก Despicable Me แต่จะเป็นการตั้งประเด็นขึ้นมาในภาคนั้นๆ แล้วเล่าเป็นสปินออฟที่อาจจะทั้งเกี่ยวและไม่เกี่ยวกับเส้นเรื่องหลักของ Despicable Me ยังไงก็ได้ทั้งนั้น เรียกว่าค่อนข้างจะมีอิสระในการเล่าเรื่องทีเดียวครับ โดยรอบนี้ก็จะมาแบบแทบไม่เกี่ยวกับเส้นเรื่องหลักตามเคย เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจบในตอนระดับที่แทบไม่ต้องไปดูภาคไหนหรือทำการบ้านมาก่อนด้วยซ้ำไป เพราะตัวเรื่องเล่าแบบเรียบง่าย 1 ไป 2 และ 2 ไป 3 ไม่ได้ยากเย็นในการดู สามารถเก็ตเรื่องราวได้อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าการที่ Despicable Me มีมาแล้ว 4 ภาค และมี Minions อีก 3 ภาครวมภาคล่าสุด ทำให้ผู้ชมได้เป็นประจักษ์พยานการเกิดขึ้นของตัวละครกลุ่มนี้มาแล้วกว่า 7 ภาค มินเนี่ยนในปัจจุบันจึงเป็นตัวตนที่ไม่ได้สดใหม่อีกต่อไป แน่แหละว่ามันยังคงมีความน่ารักและสนุกสนานชวนหัวอยู่อย่างเต็มเปี่ยม แต่จุดหนึ่งที่พวกมินเนี่ยนพยายามจะมีให้เห็นตลอดคือความคาดเดาไม่ได้ ซึ่งไอ้ความคาดเดาไม่ได้สุดท้ายก็จะถูกรู้แกวในระดับหนึ่งและถูกลดทอนความตื่นเต้นลงไปอยู่ดีอย่างช่วยไม่ได้ ส่วนตัวแล้วคิดว่ามินเนี่ยนกำลังมาถึงสเตจนั้น เมื่อตัวละครที่คาดเดาไม่ได้ ถูกคาดหวังถึงความคาดเดาไม่ได้อยู่เสมอ จึงไม่แปลกเลยที่เราจะเริ่มรู้สึกว่ามนต์เสน่ห์ของมินเนี่ยนมันเริ่มเบาบางลงไปเรื่อยๆ ในทุกๆ ที

แต่ก็เพราะเป็นมินเนี่ยนอีกนั่นแหละ ที่ทำให้หนังธรรมดาๆ ยังมีความพิเศษขึ้นมาได้ สิ่งนี้คือความพิเศษเฉพาะตัวที่ยากจะมีใครเสมอเหมือน ว่ากันตามตรงใน Minions & Monsters หากไม่นับตัวมินเนี่ยนเองหนังก็ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ เนื้อเรื่องพอเพลินๆ ไม่ได้มีการดึงอารมณ์ไปในทางใดทางหนึ่ง มีช่วงที่รู้สึกเนือยๆ นิ่งๆ เสียด้วยซ้ำไป และเพราะมินเนี่ยนมักจะพูดภาษาตัวเองที่ผู้ชมไม่เข้าใจเป็นทุนเดิม ทำให้ในหลายๆ ฉาก การต่อปากต่อคำของพวกมันหรือกับตัวละครอื่นๆ ในเรื่องกลายเป็นสิ่งที่ชวนคิ้วขมวดอย่างช่วยไม่ได้ด้วยซ้ำไป

ทว่าด้วยการเป็นตลกแบบลงมือกระทำและความคาดไม่ถึงที่ทีมงานยังพยายามเนรมิตมันออกมาก็ทำให้หลายๆ มุขของมันยังคงทำงานกับผู้ชม ฮาบ้างแป้กบ้างสลับกันไป แล้วแต่ความเก็ตของแต่ละคน ใครเก็ตมุขมากกว่าคนอื่นก็จะได้ฮามากหน่อย ส่วนตัวผมเองมุขของเรื่องนี้ยังคงทำงานกับผมเสียส่วนใหญ่ ความบ้าๆ บวมๆ ของแก๊งค์ตัวเหลืองนี้ยังคงทำงานกับผมอย่างดีแม้มันจะเริ่มยากขึ้นทุกที

ในภาพรวมผมอาจจะคาดหวังกับ Minions & Monsters ไว้มากกว่านี้แต่พอมันออกมาค่อนข้างเพลย์เซฟก็รู้สึกว่าแอบเฟลอยู่สักหน่อย แต่ในความเพลย์เซฟของมันก็อาจหมายถึงความสนุกสนานที่แฟนๆ หรือผู้ชมสามารถเก็ตและนึกออกถึงดีกรีของมันได้ทันที นอกจากนี้ด้วยระบบ IMAX ยังทำให้ภาพของมอนสเตอร์ที่เหล่ามินเนี่ยนต้องเผชิญนั้นใหญ่โตโอฬารยิ่งกว่าปกติ อาจไม่ได้รู้สึกว่าต้อง Must IMAX อะไรขนาดนั้น แต่ถ้าโอกาสอำนวยก็แนะนำเช่นเดิม สรุปแล้ว Minions & Monsters ยังคงเป็นหนังที่ดูง่ายสนุกง่าย และเสน่ห์ของมินเนี่ยนยังคงถูกใช้อย่างเต็มที่ เพียงแต่ในภาคถัดๆ ไปทีมสร้างอาจจะถึงเวลาต้องพาเจ้าตัวเหลืองพวกนี้ออกจากเซฟโซนกันบ้างแล้วครับ


VERDICT
8

ดูรอบและสำรองที่นั่งได้ที่ - https://majorcineplex.com/movie/supergirl/

Minions & Monsters มีกำหนเฉายวันที่ 1 กรกฎาคมในโรงภาพยนตร์

ขอบคุณ Major Cineplex สนับสนุนการรับชม
 


ติดตามข่าวหนังอื่นๆ ได้ที่ Online Station

แชร์เรื่องนี้:
Dark_Libra
About the Author

Dark_Libra

Everything in this world comes down to the matter of ponytail

เรื่องที่คุณอาจสนใจ