รีวิวหนัง Supergirl - สิ่งเดียวที่ซูเปอร์คือสเน่ห์ของ Milly Alcock

แชร์เรื่องนี้:
รีวิวหนัง Supergirl - สิ่งเดียวที่ซูเปอร์คือสเน่ห์ของ Milly Alcock

ตอนที่เราดู Superman ของ James Gunn นั้น 1 ในโมเมนต์ที่เป็นที่พูดถึงมากที่สุดของหนังนอกไปเสียจากความสนุกองค์รวมของมันแล้ว ก็คงเป็นช่วงท้ายที่มีการเผยโฉมแรกของนักแสดงสาว Milly Alcock ในชุดและบทบาท Supergirl นั่นเอง โผล่มาแล้วกลายเป็นไวรัลสุดๆ และทำให้แฟนๆ หลายคนตั้งตารอการมาถึงของภาพยนตร์ภาคแยกอย่าง Supergirl อย่างใจจดใจจ่อกันเลยทีเดียว

แต่การถูกคาดหวังแน่นอนว่ามันเปรียบดั่งดาบสองคม การเป็นที่พูดถึงอยู่ตลอดนั่นอาจหมายความว่าหนังไม่สามารถไปเวย์เพลย์เซฟได้ ยิ่งภาคแรกของจักรวาล DC ยุคใหม่ถูกทำออกมาอย่างฉวัดเฉวียนจัดจ้าน ตัวละครอย่าง Supergirl ที่เป็นอีสาวขี้เมาเคล้าปาร์ตี้ก็ย่อมถูกคาดหวังว่ามันต้องสุดสวิงริงโก้ยิ่งกว่าไอ้หนุ่มเนิร์ดพนักงานสิ่งพิมพ์เป็นไหนๆ และในเมื่อผลลัพท์มันออกมาไม่จี๊ดจ๊าดเท่าที่ควร ไปทางกลางๆ ในระดับความชั่วไม่มีแถมความดีก็ปรากฎน้อย มันก็ช่วยไม่ได้ที่หลายๆ คนจะรู้สึกว่าใจสลายไม่ต่างจากถูก Milly Alcock หักอกสดๆ ตรงหน้าโรงหนัง

Supergirl ไม่ได้บอกชัดว่าไทม์ไลน์ของเรื่องอยู่ในช่วงไหน เกิดหลังหรือเกิดก่อนเหตุการณ์ใน Superman แต่มันก็อาจจะไม่ได้สลักสำคัญนัก เพราะความเป๊ะของไทม์ไลน์ดูจะยังไม่มีผลกับภาพรวมจักรวาลสักเท่าไหร่ โดยเรื่องราวจะโฟกัสไปที่ตัวของ Supergirl หรือ คาร่า ซอร์เอล ที่ทำตัวสำมะเลเทเมาไปวันๆ ในระบบดวงดาวที่มีดวงอาทิตย์สีแดง ซึ่งจะทำให้ชาวคริปตอนอย่างเธอโดนเนิร์ฟจนเกือบๆ จะกลายเป็นคนธรรมดา (แต่ยังแรงเยอะอยู่ดี) และเมาแอลกอฮอร์ได้ แต่แล้วชีวิตที่ไม่อยากสุงสิงกับใครของเธอก็ต้องจับพลัดจับผลูมาร่วมหัวจมท้ายกับเด็กสาวลูกช่างตีเหล็กอย่าง รูธี ที่ต้องการออกตามล่า เคร็ม วายร้ายที่สังหารล้างครอบครัวของเธอ

สิ่งที่ผมชอบและอาจจะรู้สึกว่าเป็นรสชาติแปลกใหม่ของแฟรนไชส์ DC นอกเสียจากความดีงามของ Milly Alcock แล้ว ใน Supergirl เราจะได้เห็นชาวต่างดาวมากหน้าหลายตารวมถึงระบบการเดินทางผ่านดวงดาวในอวกาศในแบบที่ไม่ค่อยได้เห็นจากเรื่องก่อนๆ พูดตรงๆ คือให้ไวบ์ที่ใกล้เคียง Starwars อยู่เหมือนกัน ตัวประหลาดๆ เพียบ นอกจากนี้การพูดถึงดวงอาทิตย์หลายๆ สีก็น่าสนใจ และอาจถูกนำมาเป็นเงื่อนไขและปรับใช้ในอนาคตได้เช่นกัน รวมไปถึงภาพจากหนังหลายๆ ฉากก็ดูพยายามปั้นช็อตวางเฟรมได้สวยดี การที่หนัง Film for IMAX ก็ทำให้ความงดงามนั้นเต็มตาไปอีกระดับ ถ้าสะดวกยังไงก็แนะนำ IMAX เช่นเคยครับ

เอาล่ะนั่นคือสิ่งที่ผมรู้สึกว่าชอบหรือน่าสนใจของ Supergirl ครับ และทุกสิ่งนอกเหนือจากที่กล่าวมาคือความน่าผิดหวังไปเสียทั้งหมด เพราะว่าหวังไว้สูงนัยยะหนึ่งความผิดหวังรอบนี้จึงไม่ได้หมายความว่าตัวหนังมันแย่อะไร แต่เพราะความธรรมดาและไปไม่สุดเลยสักทางของมัน ไม่ว่าจะทั้งการดำเนินเรื่องหรือฉากต่อสู้ที่ควรจะเป็นจุดขาย ก็ราวกับจะฉุดรั้งให้ Supergirl ไม่อาจเหาะละลิ่วได้ดั่งฝันเช่นญาติผู้พี่ของเธออย่างซูเปอร์แมน

ส่วนหนึ่งผมคิดว่าหนังมีเงื่อนไขเยอะเกินไปในการจะสโคปให้มันพบเจอกับความสนุก คือการเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่พยายามก้าวข้ามความระทมของตัวเอกและต้องไม่ละเลยการพูดถึงความดีงามของมนุษย์ โดยที่มีกลุ่มตัวร้ายชายแทร่ไล่จับผู้หญิงไปเป็นเมีย พร้อมตัวสอดแทรกที่เป็นฆาตกรล้างเผ่าพันธุ์ แถมมีเด็กผู้หญิงคอยติดสอยห้อยตามไปทุกที่ ตบท้ายด้วยการที่ต้องทำให้หนังอยู่ในเรตที่เด็กๆ เข้ามาดูได้ มันก็มีความยากและลักลั่นในตัวของมันเองอยู่ และทำให้หนังไม่สามารถเลือกให้สุดได้สักทาง จนออกมาเป็นความอิลั่กอีเหลื่อครึ่งๆ กลางๆ เบาหวิวไปเสียทั้งหมด

ขณะที่ฉากแอคชั่นแม้ไม่ได้แย่แต่ไม่สามารถดึงความมันส์ สะใจ หรือหนักแน่นในการต่อยตีของเหล่าผู้แข็งแกร่งออกมาได้เลย เรารับรู้อยู่ตลอดว่าชาวคริปตอนแพ้อะไร ชาวคริปตอนก็รู้ว่าตัวเองแพ้อะไร แต่กลับติดประมาทอยู่ร่ำไป บางฉากกำลังฟาร์มออร่ามาสวยๆ กำลังจะมันส์ก็โดนขัดอีกแล้ว เข้าใจว่าอยากจะเนิณืฟตัวละครแต่มุขที่ใช้ไม่ค่อยสร้างสรรค์หรือเร้าให้เรื่องราวชวนลุ้นขึ้นมากนัก กลายเป็นความรู้สึกชวนหงุดหงิดใจว่าเมื่อไหร่คุณจะเก่งสักทีคาร่าเข้ามาแทน ตัวร้ายเองก็ธรรมดามากๆ ไม่มีลูกเล่นหรือรู้สึกว่าเก่งกาจเป็นพิเศษแท้ๆ แต่คนที่เก่งสุดในเรื่องยังเอาแทบไม่ลง หรือแม้แต่ Lobo ที่สามารถเป็นตัวสร้างสีสันกว่านี้ได้ หนังก็กลับใช้ไม่คุ้มค่าเลย สิ่งที่เขาแสดงออกมาเรายังไม่แน่ใจเลยว่าเขาเก่งกาจด้านไหนหรือโดดเด่นเพราะอะไรกันแน่ นอกจากขี่มอเตอร์ไซค์แล้วยิงมุขแป้กไปมาก็เท่านั้น

แต่ที่ชวนให้คิ้วขมวดที่สุดคงเป็นเรื่องเคมีและความสัมพันธ์ของ คาร่า และ รูธี ปกติแล้วหนังคู่หูแบบนี้มันอาจจะต้องมีจุดที่ทำให้ผู้ชมเห็นว่าสองคนนี้สามารถก้าวข้ามอุปสรรคมาด้วยกันจนกลายเป็นมิตรสหายที่แท้จริง ทว่าเรากลับไม่รู้สึกแบบนั้นจากหนังเเรื่องนี้เลย ทั้งคู่ดูเคมีไม่เข้ากัน แถมการกระทำหลายๆ อย่างก็ยากจะเข้าใจ ในแง่หนึ่งตัวละครที่สร้างความรำคาญให้คนดูอย่างรูธีนั้นผู้สร้างอาจจะอยากมีไว้เพื่อใช้งานในบางองค์ของเรื่อง แต่เท่าที่ดูสิ่งนั้นไม่เกิดขึ้น ส่งผลให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนดูไม่เป็นธรรมชาติหรือชวนให้เอาใจช่วยสักเท่าไหร่

แต่ก็อย่างทีท่บอกไปว่า Supergirl ไม่ใช่หนังที่ถึงขั้นเลวร้ายอะไรนะครับ แค่ทุกอย่างมันกลางๆ พื้นๆ จนชวนให้ผิดหวังก็เท่านั้น เพราะผู้คนต่างคาดหวังว่าหนังจะมีอะไรเจ๋งๆ มาต่อยอดสิ่งที่เกิดขึ้นใน Superman แต่พอมันไปไม่ถึงระดับที่ตั้งหวังก็ชวนให้ทอดถอนใจเป็นธรรมดา แต่ก็อีกแหละ ความชอบคนเราเป็นปัจเจกยังไงลองไปพิสูจน์ด้วยสายตาตัวเองครับ คุณอาจจะชอบมันมากกว่าเราก็เป็นได้นะ

VERDICT
6/10

ดูรอบและสำรองที่นั่งได้ที่ - https://majorcineplex.com/movie/supergirl/

ขอขอบคุณ Major Cineplex สนับสนุนการรับชม


ติดตามข่าวหนังอื่นๆ ได้ที่ Online Station

แชร์เรื่องนี้:
Dark_Libra
About the Author

Dark_Libra

Everything in this world comes down to the matter of ponytail

เรื่องที่คุณอาจสนใจ