รีวิวหนัง Master of the Universe - ฮีแมนที่จริงใจ เก่าแล้วไง แค่รู้ว่าตัวเองกำลังจะเสิร์ฟอะไรก็ได้ใจแฟนๆ แล้ว

แชร์เรื่องนี้:
รีวิวหนัง Master of the Universe - ฮีแมนที่จริงใจ เก่าแล้วไง แค่รู้ว่าตัวเองกำลังจะเสิร์ฟอะไรก็ได้ใจแฟนๆ แล้ว

ในยุคที่สื่อฯ บันเทิงยุค 90 กลายเป็นสิ่งเร้าของกลุ่มคนที่ถูกเรียกคุณลุงหรือคนแก่แล้ว เราพบว่าพวกการ์ตูนหรือป๊อปคัลเจอร์จากยุคก่อนหน้าก็ยิ่งดูเป็นของดึกดำบรรพ์เข้าไปอีก ผมลองถามๆ คนมาดูรอบสื่อฯ พวกเพจหนังหรือเหล่าอินฟลูในวงการภาพยนตร์ที่เจอกันตามงานหนังบ่อยๆ ก็พบว่ามีน้อยมากที่เคยผ่านตา Master of the Universe มาก่อนไม่ว่าจะในเวอร์ชั่นใดก็ตาม และส่วนใหญ่ก็จะคุ้นตามาบ้างจากมีมของ Skeletor ที่เพิ่งมาฮิตเล่นกันในช่วง 2-3 ปีมานี้ ดังนั้นแล้วในแง่หนึ่งหนังเรื่องนี้จึงมีโจทย์เฉพาะตัวในการอาจจะต้องพยายามทำให้คนที่ไม่เคยดูมาก่อน

แต่เรืองราวที่ชวนให้กังวลอยู่ไม่น้อยแบบนั้นกลับถูกสลายหายไปอย่างรวดเร็ว เพราะ Master of the Universe เลือกที่จะตีโจทย์ที่ว่าด้วยการแทบไม่ทำอะไรเลย มันยังคงมีธรรมชาติความเป็นตัวเอง นำเสนอเรื่องราวผ่านความซื่อตรง ความจงใจจะเชย ความดูง่ายย่อยง่ายไม่ซับซ้อน ไม่พยายามจะเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเอง อาจมีปรับบางจุดให้ทันสมัยขึ้นบ้างแต่ก็ไม่ได้หลุดจนเกินไปนัก ก่อนออกมาเป็นงานที่เรียกได้ว่าเคารพทั้งต้นฉบับและเปี่ยมซึ่งความเคารพในตัวเอง แม้อาจจะไม่ได้การันตีว่าหนังจะประสบความสำเร็จด้านรายรับ แต่อย่างน้อยก็ถูกใจแฟนๆ ที่เติบโตมาด้วยกันอย่างแน่นอน

Master of the Universe เป็นเรื่องราวของ Adam เจ้าชายหนุ่มที่ถูกวาร์ปมายังโลกมนุษย์หลังจากอาณาจักรของพ่อเขาถูกรุกรานโดยจอมวายร้ายอย่าง Skeletor พร้อมดาบแห่งพลังที่เขาเผลอทำตกไประหว่างข้ามมิติ เจ้าตัวจึงต้องพยายามค้นหาดาบดังกล่าว เพื่อตามหาหนทางกลับบ้านและกอบกู้อาณาจักรของตนกลับคืนมา

จะเห็นได้ว่าเส้นเรื่องของหนังนั้นเล่าแบบง่ายมาก เบสิคสุดๆ แม้หนังจะเพิ่มเอเลเมนต์ความเป็นปัจจุบันเข้ามาแต่ภาพรวมคือมันเป็นหนังที่รู้จักตัวเองและจงใจจะเชยอย่างมีนัยยะ Vibe แบบ 80 มาเต็มๆ ทุกๆ ตัวละครราวกับจะถูกถอดแบบมาจากต้นฉบับ คอสตูม จังหวะจะโคนหรือการเล่นมุก คือเหมือนยกยุคนั้นมาเลย ซึ่งจุดนี้บางคนอาจจะไม่ชอบเพราะมันดูตกยุคสุดๆ แต่ถึงอย่างนั้นการยกความเชยมาทั้งแพคเกจก็สะท้อนถึงตัวตนของหนังได้เป็นอย่างดี และแฟนๆ จะรู้สึกถึงความ Nostalgia ระลึกความหลัง เหล่าลุงๆ จะได้กำหมัดชูมือเฮดังๆ เพราะนี่คือฮีแมนที่พวกเขาเคยรู้จักมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก และอีสเตอร์เอ้กบานตะเกียงก็ช่วยให้การคาดเดาต่างๆ สนุกมือขึ้นเป็นเงาตามตัว

Master of the Universe

แต่ถึงจะเก่าขนาดไหน มันก็ยังมีความใหม่อยู่บ้าง เช่นเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์กราฟิกที่ค่อนข้างจัดเต็ม มีความเป็นหนังฟอร์มยักษ์ สาดเอฟเฟกต์กันหูดับตับไหม้โดยเฉพาะช่วงครึ่งหลัง เป็นหนังแฟนตาซีที่มีความฉูดฉาดและให้พูดภาษาบ้านๆ ก็คือภาพสวยไม่เบา โดยเฉพาะกับในโรง IMAX ที่จัดหนักทั้งในเรื่องของแสง สี และเสียงเป็นทุนเดิม หากคุณเป็นแฟนของฮ๊แมนอยู่แล้ว การได้รับชมความหลังวัยเด็กบนจอยักษ์กับระบบที่ดีที่สุดมันก็คงจะฟินอยู่ไม่น้อย

นอกจากการเดินเรื่องที่เรียบง่ายแต่สนุกสนานแล้ว Master of the Universe ยังมีแคสต์ที่ยอดเยี่ยม Nicholas Galitzine ในบทของ Adam นั้นจัดว่ายอดเยี่ยม การไปขุนตัวเองให้บึกบึนก็นับว่าใส่ใจในบทบาทแล้ว แต่การแสดงที่ต้องฉายภาพความอ่อนต่อโลกแต่ก็มุ่งมั่น ไม่ชอบต่อสู้แต่ก็ต้องต่อต้านในบางสิ่งก็ถือว่าสอบผ่านและสามารถเป็นภาพจำของความเป็นฮีแมนต่อจากลุงดอล์ฟ ลุนด์เกรนได้อย่างสบาย ทว่าที่แย่งซีนจนไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ Jared Leto ในบทของ Skeletor โอเคแหละว่าเทคโนโลยีภาพในปัจจุบันการจะทำหน้ากระโหลดให้เนียนและเยี๊ยบก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ แต่การแสดงให้หน้ากระโหลดนั้นดูมีชีวิตชีวาและแมตช์กับคาแรคเตอร์ก็ยิ่งสมควรต้องพูดถึง เพราะ Skeletor เป็นตัวร้ายที่แบนราบมากๆ โอลด์สคูลสุดๆ นอกจากเรื่องอยากจะทำชั่วและมีตัวตนให้ฮีแมนกระทืบไปวันๆ ก็ไม่ค่อยมีอะไรนัก แต่ Jared กลับแสดงออกถึงความน่าค้นหาบางอย่างของตัวละคร เพิ่มมิติให้ดูลึกลับขึ้นทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้มีอะไรนั่นแหละ สำหรับผมแล้ว Skeletor เป็นตัวร้ายโคตรสีสันและรู้สึกเกลียดไม่ลงจริงๆ

ในภาพรวม Master of the Universe เป็นหนังที่เชยระเบิด แต่เป็นความเชยที่เราคิดถึงและรู้สึกว่าห่างหายจากมันไปนาน แม้อาจจะรู้สึกย้วยในบางช่วงบางตอนไปบ้าง แต่หนังก็มอบรางวัลให้กับผู้ชมในช่วงท้ายได้อย่างสาสมด้วยการอัดทุกอย่างที่มีให้อย่างไม่บันยะบันยัง หลังหนังจบลงผมเห็นทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ต่างดูจะเอนจอยกับมันมากๆ จึงตระหนักได้อย่างชัดเจนว่ามันเป็นหนังที่ดูได้ทุกเพศทุกวัยไร้พิษภัย เด็กๆ ได้ดูหนังที่คนดีเอาชนะผู้ร้ายในแบบที่ย่อยง่ายไม่ซับซ้อน ขณะที่ผู้ใหญ่ก็เหมือนได้กลับไปนั่งคุยกับตัวเองในวัยเด็กอีกครั้งนั่งมองความสวยงามที่ครั้งหนึ่งชีวิตเคยสัมผัสและพาดผ่านมา แน่นอนว่าหนังไม่มีอะไรใหม่และคงไม่ได้จะชิงรางวัลอะไร แต่มันก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการใช้เวลาชีวิตและให้เวลาครอบครัวอย่างมีคุณภาพแน่นอน

VERDICT
8

Master of the Universe เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

ขอบคุณ Major Cineplex สนับสนุนการรับชม


ติดตามข่าวหนังอื่นๆ ได้ที่ Online Station

แชร์เรื่องนี้:
Dark_Libra
About the Author

Dark_Libra

Everything in this world comes down to the matter of ponytail

เรื่องที่คุณอาจสนใจ