รีวิวหนัง "โกฮัง..หัวใจโกโฮม" - ความหมายของชีวิตที่เหนือล้ำกว่าการเป็นหรือตาย

แชร์เรื่องนี้:
รีวิวหนัง "โกฮัง..หัวใจโกโฮม" - ความหมายของชีวิตที่เหนือล้ำกว่าการเป็นหรือตาย

รีวิวหนัง "โกฮัง..หัวใจโกโฮม" - ที่จริงแล้วแม้ผมจะเป็นหนึ่งในคนที่แอบรู้สึกโล่งใจกับการประกาศกึ่งสปอยล์ของทางค่ายว่าน้องหมาไม่ตาย แต่ก็รู้สึกเช่นกันว่าอาจจะไม่ค่อยเห็นด้วยนักในแง่ของเหตุผลทางภาพยนตร์ ถึงอย่างนั้นก็พอเข้าใจได้ เพราะกระแสสังคมที่แม้อาจจะพูดกันเล่นๆ ว่า "ถ้าหมาตายไม่ดูนะ" แต่หนึ่งคนพูดคงไม่เป็นไร สิบคนพูดก็อาจจะยังพอทำเนา แต่พอเป็นพันเป็นหมื่น ไม่ว่าจะจิตแกร่งขนาดไหนก็ต้องหวั่นไหวกันบ้าง โดยเฉพาะแล้วกับสภาพอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในประเทศที่ยังคงต้องสู้สิบทิศกับนานาปัจจัยทั้งในและนอกประเทศโดยหวังว่าหนังของตนจะสามารถประสบความสำเร็จ ซึ่งมันไม่ใช่แค่ในเรื่องของตัวเงิน แต่ยังอาจพิสูจน์ว่าไอเดียที่กล้าหหาญและออกนอกกรอบจะสามารถยืนหยัดในทะเลธุรกิจสีเลือดนี้ได้

ซึ่งผมหวังจริงๆ ว่ามันจะเป็นมูฟที่ถูกต้อง ย้ำอีกครั้งว่าผมอาจจะไม่สามารถเห็นด้วยได้ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ถ้าทำแล้วมันจะชักจูงผู้คนให้มาดูหนังได้อย่างสบายใจขึ้นก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะเนื้อหาของโกฮังนั้นเลอค่าเกินกว่าจะตัดสินใจดูหรือไม่ดูเพราะแค่ตอนจบของมัน ส่วนตัวแล้วคิดว่าหนังอาจจะเปลี่ยนมายด์เซ็ตของใครหลายๆ คนได้ เพราะเมื่อถึงตอนใกล้จบด้วยเนื้อหาที่ร้อยเรียงอย่างดี ด้วยความน่ารักของโกฮัง ด้วยโลกที่มันได้ประสบพบเจอ คุณก็อาจจะรู้สึกได้ว่าความเป็นหรือความตายที่รออยู่ในช่วงนาทีสุดท้ายของหนังมันก็อาจไม่ได้สลักสำคัญอะไรเท่ากับความงดงามเปี่ยมความหมายในระหว่างทางของมัน สำหรับผมแล้วโกฮังไม่ใช่แค่หนังสัตว์เลี้ยงดูเอาฟิน แต่เป็นดราม่าของอีกหนึ่งชีวิตที่มองโลกกันคนละเลนส์กับเรา จูงมือเราด้วยความเดียงสา สัตย์ซื่อ จริงใจ และเรียบง่าย สู่โลกที่เต็มไปด้วยซับซ้อน หน้าไหว้หลังหลอก แต่ยังคงมีความดีงามไล้เรียงอยู่ในทุกอนูของเหล่านุด เพียงเพื่อจะหาบ้านแห่งสุดท้ายที่สามารถเอนกายลงนอนได้อย่างไม่ต้องพะว้าพะวงอะไรอีก

ความยอดเยี่ยมของโกฮัง..หัวใจโกโฮมคือความเป็นภาพยนตร์ที่มี 3 ผู้กำกับ 3 พาร์ท และ 3 Vibe ซึ่งแม้จะแตกต่างกันในด้านรสชาติแต่ยังสามารถเชื่อมโยงจนกลายเป็น SAGA เดียวกันได้อย่างแทบจะไร้รอยต่อ เล่าผ่าน 3 ช่วงเวลา วัยเด็ก วัยรุ่น และวัยชรา ผ่านน้องหมา 3 ตัวที่มาแสดงเป็นโกฮังทั้ง 3 วัยได้อย่างน่าประทับใจ โดยมีหลายจังหวะที่น้องหมาน่ารักและตลกได้ออแกนิคอย่างเหลือเชื่อ ซึ่งแม้จะเล่าเรื่องของหมาตัวเดียว แต่ใน 3 ช่วงอายุชื่อของโกฮังจะถูกเปลี่ยนไปตามเจ้าของเช่นว่าตอนแรกชื่อโกฮัง ถัดมาเป็นบราวนี่ และลงเอยด้วยหิมะ

ใน 3 ช่วงเวลา 3 เจ้าของนั้น เราจะได้พบเจอกับเรื่องราวของมนุษย์ในหลากหลายแบบ ชายแก่ชาวต่างชาติบ้างาน, แรงงานข้ามชาติสู้ชีวิต และคู่รักวัยรุ่นที่พยายามใช้มันเป็นเครื่องมือในการจูนเข้าหาอีกฝ่าย แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั้นสำหรับน้องหมาจรอย่างโกฮังมีเรื่องเดียวคือการตามหาบ้านและเจ้าของที่จะใช้ชีวิตด้วยกันตราบวันสุดท้าย

แต่ละพาร์ทมีรสชาติที่แตกต่างกันไปและดีกันคนละแบบ พาร์ทวัยเด็กกับลุงชาวญี่ปุ่นนี่ได้ไวบ์หนังฟีลกู๊ดน่ารักๆ มากๆ คือนอกจากสูตรสำหรับความอบอุ่นระหว่างชายชรากับหมาเด็กแล้ว ในพาร์ทนี้ยังมีคามิโอเยอะสุดๆ อินฟลูเอนเซอร์สายญี่ปุ่นดังๆ มาเพียบ แถมยังมีบักเซียงมาเว่าอีสานในฐานะคนขับรถในบางแสนอีก เป็นการตีหัวเข้าบ้านได้อย่างสุด เพราะผมเอนจอยมากๆ ก่อนจะหักเลี้ยวสู่พาร์ทวัยรุ่นที่เรื่องราวกลับตาลปัตรได้อย่างน่าสนใจ

ในพาร์ทวัยรุ่นโกฮังจะเปลี่ยนชื่อเป็นบราวนี่และต้องพบเจอสถานการณ์ที่ต่างออกไป ผู้ชมจะได้เห็นการจับเอาประเด็นคนหากินกับหมามาตีแผ่ ควบคู่ไปกับความไร้พลังและไร้สิทธิ์ของแรงงานข้ามชาติที่พยายามทำสิ่งที่ถูกต้องด้วยความจำกัดกำเขี่ย ซึ่งพาร์ทนี้จะมีความทริลเลอร์รวมถึงความรุนแรงที่เพิ่มเข้ามา แต่ตัวหนังจะใช้การหลบมุมกล้องอยู่ตลอด ใครเซนซิทีฟกับตรงนี้ก็เบาใจได้ครับ แต่ต้องบอกว่าคุณ ปู มะมี ตา นักแสดงสาวชาวเมียนม่าฝีไม้ลายมือไม่ธรรมดาสุดๆ สะกดสายตาจริงๆ ทั้งสวยทั้งแกร่ง อยากให้จับตาเธอไว้เลย

ขณะที่พาร์ทสุดท้ายบางคนอาจมองว่าธรรมดาที่สุด แต่กับหลายๆ คนความสามัญนี่แหละที่กรีดลึกกินใจได้อย่างดี กับคู่รักวัยรุ่นที่เลิกรากันไปและฝ่ายชายต้องการจะใช้หมาจรตัวนี้เพื่อกลับเข้าไปในชีวิตของฝ่ายหญิงที่เายังรักอีกครั้ง และความผูกพันธ์ที่เพิ่มพูนก็ทำให้แต่ละฝ่ายได้ค้นพบกับบางสิ่งที่อาจจะสำคัญยิ่งกว่าความปรารถนาข้างต้นในท้ายที่สุด พาร์ทนี้จะมีความหวือหวาน้อยลงมาก เพราะนี่คือวัยชราของโกฮังแล้ว แต่ก็เป็นพาร์ทที่สะท้อนมุมมองและแง่คิดของคำว่าชีวิตได้อย่างดีไม่ว่าจะในฐานะ เจ้าของชีวิต หรือผู้รับมอบชีวิต เพราะแม้จะเป็นหมาจร แต่ก็คือชีวิต คุณพร้อมรับผิดชอบมันรึเปล่าล่ะ

แม้อาจจะรู้สึกว่าหากหนังจบแบบอีกทางมันน่าจะเรียกความฟูมฟายจากผู้ชมได้มากกว่านี้ แต่จบแบบที่เป็นอยู่ก็ไม่เลวเลยอีกทั้งเป็นการตอกย้ำกลายๆ ว่าหนังเรื่องนี้ไม่ได้เรียกร้องหรือบีบเค้นให้คุณฟูมฟายอะไร ทุกหยาดน้ำตามาจากความออร์แกนิคสะสมพลังจนเอ่อล้น ส่วนตัวคิดว่าหนังน่าจะทำงานกับคนที่กำลังเลี้ยงหมาเลี้ยงแมวหรืออย่างน้อยก็เคยเลี้ยงเคยผูกพันธ์ เพราะหนังจะนำเอาภาพจำที่สวยงามที่สุดในช่วงชีวิตซึ่งพวกคุณๆ มีกันและกันกลับมากระแทกสมองแบบอัตโนมัติ ฉายภาพทาบทับตัวของโกฮังบนจอของโรงหนังด้วยเขาหรือมันที่คุณรักหรือเคยรักนั่นแหละ

โกฮัง..หัวใจโกโฮม

แต่ถึงไม่ได้เลี้ยงหรือไม่เคยเลี้ยงก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรเลย เพราะเนื้อหาและมีนนิ่งของโกฮังมันไปไกลกว่านั้นมากๆ และเป็นหนึ่งในหนังไทยของปีนี้ที่อยากเชียร์ให้ได้ดูกันจริงๆ ครับ

VERDICT
9

ขอขอบคุณ Major Cineplex สนับสนุนการรับชม

โกฮัง..หัวใจโกโฮมฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์ครับ


ติดตามข่าวหนังอื่นๆ ได้ที่ Online Station

แชร์เรื่องนี้:
Dark_Libra
About the Author

Dark_Libra

Everything in this world comes down to the matter of ponytail

เรื่องที่คุณอาจสนใจ