การที่ภาพยนตร์สักเรื่องจะมีรายได้รวมตลอดการฉายทั่วโลกทะลุพันล้านดอลล่านั้นไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครๆ ก็ทำได้ และยิ่งยากขึ้นไปใหญ่เมื่อสโคป Category ลงมาเหลือแค่ภาพยนตร์แอนิเมชั่น เอาเข้าจริงก็นับได้เพียงไม่กี่หยิบมือเท่านั้น แต่ในปี 2023 The Super Mario Bros. Movie สามารถหักปากกาเซียนทำรายได้ไปเกือบ 1,400 ล้านเหรียญดอลล่าเลยทีเดียว แม้ว่าคะแนนจากนักวิจารณ์ในเว็บดังจะค่อนไปทางกลางๆ ทว่าฝั่งผู้ชมกลับเทใจให้อย่างล้นหลาม ซึ่งอาจหมายความได้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้พบเจอสูตรสำเร็จของตัวเองอย่างว่องไว
พอมาในภาคต่ออย่าง The Super Mario Galaxy Movie ทั้ง Nintendo และ Illumination ก็ดูเหมือนจะตกลงปลงใจขอใช้แนวทางเดิมที่อาจไม่ได้เน้นให้เนื้อเรื่องซับซ้อนหรือลึกซึ้งใดๆ และเพิ่มพลังอัดสเตียรอยด์ให้งานภาพ แอคชั่น และอีสเตอร์เอ้กที่แทบจะขนมาหมดสินทรัพย์บริษัทแบบกะให้แฟนเกมได้ฟินจนจุกไปข้าง
The Super Mario Galaxy Movie เล่าเรื่องต่อจากภาคแรก หลังจากสองพี่น้องช่างประปาอย่างมาริโอและลุยจิช่วยเจ้าหญิงพีชและอาณาจักรเห็ดด้วยการกำราบบาวเซอร์ลงไปได้ ก็กลายเป็นว่าเหนือตัวพ่อก็ยังมีตัวลูกที่ก้าวขึ้นมาเป็นวายร้ายระดับจักรวาลกับบาวเซอร์จูเนียร์ผู้ลักพาตัวเจ้าหญิงโรซาริน่าไปเพื่อเหตุผลบางอย่างได้สำเร็จ ร้อนถึงเจ้าหญิงพีชและลุงหนวดช่วงประปาต้องออกทำภารกิจช่วยเหลือกันอีกครั้ง
ต้องยอมรับตรงๆ ครับ ว่าในด้านของเนื้อเรื่องนั้นมีทั้งความเข้าใจง่ายและไม่สามารถเข้าใจได้ปะปนกันไป โดยในความเข้าใจง่ายก็คือตัวเนื้อเรื่องไม่ได้เล่นท่ายากอะไรเลย ทุกสิ่งถูกเล่าอย่างเรียบง่ายจนแทบจะเรียกได้ว่าไม่มีชั้นเชิงให้ลุ้น เหมือนอ่านนิทานด้วยเสียงโมโนโทน ยากจะบอกว่าเนื้อเรื่องจะเร้าผู้ชมในตอนไหน ยังไม่นับรวมถึงการแก้ไขสถานการณ์ง่ายๆ ด้วยการให้กลุ่มตัวเอกนั้นเก่งพอจะจัดการกับทุกสถานการณ์ได้อย่างไม่ยากไม่เย็น และในภาพรวมคือโครงเรื่องก็แทบไม่ต่างจากในภาคแรก ซึ่งคุณอาจมองได้ว่าผู้สร้างอาจอยากรักษาไอเดนติตี้อันเข้มข้นของมันเอาไว้ กับการที่มีเจ้าหญิงสักคนโดนจับตัวไปและกลุ่มของมาริโอ้ต้องออกไปช่วยเหลือ
ส่วนของความเข้าใจไม่ได้ก็อาจจะเป็นการกระทำของหลายๆ ตัวละคร ที่ไม่ได้ให้เวลากับคนดูในการทำความรู้จักกับตัวละครนั้นมากมาย หรือกระทั่งขาดไร้เวลาในการจะขยี้หรือขยายความการตัดสินใจของหลายๆ ตัวละครในหลายๆ เหตุการณ์ที่ชวนให้คนดูขมวดคิ้วอยู่ไม่น้อย ยกตัวอย่างเช่นคาแรคเตอร์ของตัวละครบางตัว ที่เหมือนจะมีอะไร แต่สุดท้ายก็ไม่ ชีวิตลงเอยไม่ต่างจากภาคก่อน จนเราไม่เข้าใจว่าจะใส่บทให้ตัวละครนี้สับสนกับการกระทำต่างๆ มาทำไมในเมื่อสุดท้ายผู้สร้างก็ปัดสิ่งนั้นทิ้งดื้อๆ และหักเขาให้กลายเป็นตัวละครที่มีนิสัยและตัดสินใจแบบเดิมๆ อยู่ดี





มันแบนราบไร้มิติ แต่ความพิเศษของหนังเรื่องนี้ที่ชวนให้รู้สึกว่าเหลือเชื่ออยู่สักหน่อย คือแม้จะขาดไร้สิ่งละอันแสนสำคัญที่กล่าวมาข้างต้น The Super Mario Galaxy Movie ยังสามารถสนุกได้ด้วยอาวุธหนักอย่าง Easter Egg ที่ขนมาเป็นตัน ชนิดที่กลัวว่าจะไม่มีภาคหน้าอีกแล้ว นึกอะไรออกก็จับใส่ทั้งไม่ใช่ใส่มาลวกๆ แต่มีการคิดคำนวนมาอย่างดีว่าสิ่งนี้ต้องใส่ตอนไหน หรือจะใช้ไอ้นั่นไอ้นี่เมื่อไหร่ รู้สึกเลยว่าความใส่ใจถูกโถมมาตรงนี้หมด จึงไม่แปลกเลยว่าในขณะที่เด็กๆ สนุกสนานไปกับการผจญภัยสีสันฉูดฉาดและตัวละครน่ารักน่าชังมากมาย เด็กหนวดก็จะโห่ร้องอยู่ในใจถึงนานาองค์ประกอบที่ราวกับจะจูงมือพาพวกเขาทะลุมิติย้อนเวลากลับสู่วัยเด็กในคราที่เพิ่งได้จับหรือสัมผัสกับเครื่องเกมเป็นครั้งแรก ช่วงเวลาอิ่มอกล้นใจครั้งหนึ่งในชีวตที่ไม่ต่างหรืออาจเหนือกว่าจังหวะความรู้สึกที่เห็นสาวสวยหนุ่มหล่อในห้องเรียนยิ้มให้ราวกับมีใจ
อย่างไรก็ตามในฐานะของคนดูหนังที่เป็นเกมเมอร์แต่ไม่ใช่แฟนเดนตายมาริโอ้ เรื่องของอิสเตอร์เอ้กอาจจะพอสะกิดต่อมให้รู้สึกว่าเจ๋งอยู่บ้าง ทว่าสิ่งที่ผมรู้สึกว่ายอมให้กับเรื่องนี้จริงๆ คืองานภาพแบบทั้งองคาภยพ ไม่ว่าจะไดเรคชั่น การวางเฟรม การกำกับซีนแอคชั่น และคุณภาพความละเอียดงานที่สูงปรี๊ดของมัน ในระดับที่ดูแอนิเมชั่นยุคปัจจุบันมาก็หลายเรื่องก็ยังอดทึ่งกับงานภาพของ The Super Mario Galaxy Movie ไม่ได้ โดยเฉพาะกับช่วงท้ายๆ ที่ผสมผสานทั้งการกำกับซีนฝ่าด่าน แอคชั่น อิสเตอร์เอ้ก และการทรานซิชั่นภาพสลับไปมาระหว่างกราฟิก 3D ตามปกติและภาพแบบคลาสสิคสุดบ้าคลั่งที่อยากลุกขึ้นปรับมือให้เดี๋ยวนั้น เป็นช่วงที่ไดเรคชั่นสุดยอดมาก ยิ่งดูบนจอใหญ่ๆ อย่าง IMAX ยิ่งตาจะระเบิดแสงสีเสียงความใหญ่โตโอฬารวิ่งเข้ารุมสกรัมลูกตารัวๆ จนสามารถหยวนๆ ให้กับความไม่เอาอะไรของเนื้อเรื่องได้ง่ายๆ เลย






The Super Mario Galaxy Movie อาจไม่ใช่ภาพยนตร์ที่สมบูรณ์แบบ มันมีแผลเหวอะในด้านของเนื้อเรื่องที่ราวกับถูกโยนทิ้ง ความบ้งในการตัดสินใจหรือพัฒนาการตัวละคร แต่ก็ถูกทดแทนด้วยงานภาพสุดพรีเมี่ยมและไดเรคชั่นในแง่ของแอคชั่นกับการผจญภัยที่ดูเพลินตาเหลือเกิน พร้อมท็อปปิ้งด้วยอิสเตอร์เอ้กจุกๆ แม้อาจไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้สึกสนุกสนาน แต่กับเด็กๆ และแฟนเกมหรือเกมเมอร์ที่รู้จักมาริโอ้ หรือกระทั่งคนที่ชอบในแนวทางของภาคแรก ก็จะสนุกสนานกับภาคนี้ได้อย่างแน่นอนครับ
VERDICT
8
The Super Mario Galaxy Movie ฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์
ขอบคุณ Major Cineplex สนับสนุนการรับชม
ติดตามข่าวหนังอื่นๆ ได้ที่ Online Station