สารภาพตามตรงว่าผมเพิ่งรู้จักหนังเรื่อง Hoppers ก็ตอนได้รับเชิญไปรับชมนี่แหละ ยิ่งประหลาดใจเข้าไปใหญ่เมื่อมันเป็นหนังของตัวเอ้ตัวมัมอย่าง Disney Pixar อีกต่างหาก มาแบบเซอร์ไพรส์มากๆ และคุณภาพของมันก็เซอร์ไพรส์เหมือนกัน เห็นหลายๆ คนบอกนี่เป็นหนัง Pixar ที่ให้ความรู้สึกคืนฟอร์มที่สุดในรอบหลายปี ผมเองก็เห็นจริงตามนั้น เพราะ Hoppers เดินเรื่องโดดเด้งได้อย่างลื่นไหล แทบไม่มีจุดติดใจ มันอาจเป็นหนังที่มีความโลกสวยสวนทางกับความเป็นจริงที่เรากำลังเห็นอยู่ตำตา
แต่ในจำนวนหนังที่พยายามสะท้อนความจริง มันควรต้องมีสักเรื่องที่พูดถึงโลกในอุดมคติได้อย่างไม่น่ารำคาญ น่ารัก สนุกสนาน และชวนให้คิดว่าเป็นจริงได้หรืออย่างน้อยๆ ก็ในหมู่น้องๆ หนูๆ ที่จะเติบโตเป็นพลโลกในอนาคตต่อไป ทั้งเมสเสจของมันก็ไม่เพียงเลิศหรูแต่ยังหนักแน่นในตัวเอง ในโลกความจริงที่พวกเรากำลังเดินอยู่ท่ามกลางยุคสมัยแห่งความขัดแย้ง ลูกปืน ระเบิด หรือควันไฟ หัวจิตหัวใจที่บริสุทธิ์ของ Hoppers คือสิ่งจำเป็นในยามนี้เพื่อจะฮีลใจทุกปุถุชนและสำทับถึงด้านดีๆ ของความเป็นมนุษย์ที่สิ่งมีชีวิตอื่นๆ ไม่ได้รับอภิสัทธิ์นั้น

Hoppers จะพาเราไปรู้จักกับ เมเบิล เด็กสาวแอคติวิสต์ตัวตึง ผู้เติบโตขึ้นมาพร้อมกับความรักในสรรพสัตว์และธรรมชาติจากการที่วัยเด็กได้ไปอยู่กับยายที่บ้านสวนบ่อยๆ แต่วันหนึ่งนายกเทศมนตรีต้องการจะทำทางด่วนตัดผ่านพื้นที่บ้านของยายเธอ ซึ่งจะส่งผลให้ธรรมชาติและสรรพสัตว์บริเวณนั้นหายไป เธอจึงพยายามต่อสู้ทุกวิถีทางจนท้ายที่สุดลงเอยด้วยการถอดจิตไปเป็นหุ่นยนต์บีเวอร์และทำการปลุกระดมสรรพสัตว์ทั้งผืนป่านั่นเอง

เห็นแค่เรื่องย่อก็ได้กลิ่นกาวที่พร้อมจะซู้ดเต็มปอดแล้วสำหรับ Hoppers แต่แท้จริงรากฐานของความกาวสิบแรงถีบนี้ก็มาจากเจตนาที่ดีของมนุษย์ที่ต้องการจะเข้าใจในสัตว์โลกให้มากขึ้น และด้วยพล็อตแบบนี้ทำให้การเดินเรื่องมีความใหม่พอสมควรเพราะมันไม่ใช่แค่คนพยายามเซฟสัตว์ หรือสัตว์เซฟสัตว์ด้วยกัน แต่เป็นคนที่กลายเป็นสัตว์สายลับเพื่อเข้าไปรู้จักโลกของมันและในทางหนึ่งก็พยายามชักจูงมันเพื่อศึกของตนเอง
เอาเข้าจริงแล้วประเด็นของ Hoppers ก็ไม่ได้เบามือ แต่ Pixar เลือกจะถ่ายทอดมันในแบบที่เคี้ยวง่ายกลืนง่ายเหมาะกับทุกเพศทุกวัยและอร่อยปาก เซ็ตติ้งของสัตว์โลกที่อาจไม่ได้ฮิวแมนไนซ์อย่าง Zootopia แต่อิงโลกความจริงขึ้นอีกสักหน่อย แม้จะเต็มไปด้วยต้าวก้อนขนปุย แต่หนังพูดถึงกฎของธรรมชาจิได้อย่างหน้าตาย ในสกรีนไทม์ของมันเราอาจเผลอหัวเราะให้กับฉากคร่าสังหารในหลายๆ ฉาก เพียงแค่เพราะมันถูกนำเสนอในแบบพาสเทลหรือเน้นความโปกฮา แต่นั่นไม่ใช่เรื่องผิดเพราะนี่คือกฏธรรมชาติ ถ้าหิวก็ต้องกิน อ่อนแอและพลาดท่าก็จะถูกกิน เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดได้ทุกเมือเชื่อวัน

หนึ่งในตัวละครสำคัญคือราชาฝ่ายแมมมอลซึ่งก็คือบีเวอร์ นี่น่าจะเป็นหนังไม่กี่เรื่องที่หยิบบีเวอร์เป็นตัวนำซึ่งน่าสนใจ เพราะบีเวอร์เป็นสัตว์ที่มีความเป็นวิศวกรในตัวเอง เป็นนักสร้างที่สนุกกับงานและพร้อมจะผ่อนคลายตัวเองเมื่อถึงเวลา สะท้อนภาพของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ดูมีวรรณะและอารยะเหนือกว่าสัตว์อื่นๆ ได้อย่างเห็นภาพ และด้วยเหตุนี้เราจึงได้เห็นราชา สภา และโลกของสัตว์นานาชนิดที่ถูกเติมแต่งเข้ามาให้ล้อไปกับความกาวของเรื่องที่ยืนพื้นอยู่บนรากฐานของความเป็นจริงประมาณหนึ่ง ไม่ถึงขั้นสมจริงแต่มีความจริงเป็นส่วนหนึ่ง ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Hoppers เป็นภาพยนตร์ที่เข้าถึงหลายๆ คนได้ง่ายๆ และสนุกกับมันไปได้ไม่ยาก

ท้ายที่สุดผมชอบความพยายามจะโลกสวยของเรื่องราว เพราะมันธรรมชาติอยู่พอสมควร และให้ความรู้สึกว่าเป็นไปได้ ทุกอุปสรรคหรือความขัดแย้งมันจะอันตรธานไปหากได้พูดคุยกัน คือมันคลีเชมากๆ แต่ในโลกจริงที่ยิงมิสไซล์ซัดกันอยู่เนืองๆ ตอนจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งของหนังสักเรื่องที่โชว์ด้านดีซึ่งคุณก็เป็นได้ของมนุษย์ก็น่าจะเป็นที่ต้องการไม่น้อยอยู่เหมือนกัน และถึงแม้จะเป็นหนังโลกสวย แต่คาแรคเตอร์ของมนุษย์ในเรื่องก็ไม่ได้ดีหรือเลวร้ายไปเสียหมด ทุกคนมีด้านกำมือ มีด้านที่จำเป็นต้องทำ มีด้านให้ชวนทดท้อใจ แม้จะเป็นหนังที่เหมือนจะเกี่ยวกับสัตว์ แต่กลับพูดถึงสัตว์ประเสริฐอย่างมีนัยยะสำคัญ

Hoppers เป็นภาพยนตร์ที่ฉายถูกช่วงมากๆ อาจเป็นความผ่อนคลายบันเทิงไม่กี่อย่างในช่วงนี้ที่อุณภูมิโลกกำลังเดือดทะลุปรอต ยกความดีความชอบให้กับ Pixar ที่กลับมาคืนฟอร์มได้อย่างน่าดูชม อาจแค่รู้สึกว่าอยากให้มันบ้ากว่านี้อีกสักหน่อย แต่ที่เป็นอยู่ก็ดีมากๆ แล้ว และใช่ครับสำหรับผมก็รู้สึกคล้ายๆ กับหลายต่อหลายคน ว่า Hoppers เป็นหนังจาก Pixar ที่เข้าข้อที่สุดในรอบหลายปีจริงๆ

VERDICT
9
Hoppers เด้งโดดเปลี่ยนโหมดเป็นบีเวอร์ มีฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์
ติดตามข่าวหนังอื่นๆ ได้ที่ Online Station