รีวิวหนัง ยามซากุระร่วงโรย - จังหวะหน่วงอาจไม่คมเท่าอนิเมะ แต่เติมเต็มเรื่องราวได้แบบไม่ค้างคา

แชร์เรื่องนี้:
รีวิวหนัง ยามซากุระร่วงโรย - จังหวะหน่วงอาจไม่คมเท่าอนิเมะ แต่เติมเต็มเรื่องราวได้แบบไม่ค้างคา

รู้สึกโชคดีไม่น้อยที่ผมเพิ่งจะดูเวอร์ชั่นอนิเมะของยามซากุระร่วงโรยไปเมื่อไม่กี่วีคก่อน (จากความคิดว่าเขาเชิญไปดูไลฟ์แอคชั่น) ทำให้นอกจากจะเปรียบมวยได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น เรายังรับรู้ได้มากขึ้นว่าไลฟ์แอคชั่นนั้นพยายามจะทำอะไร หรือเป็นอะไร ผมคิดว่าหลายคนก็คงพยายามเชียร์อย่างหนักให้ยามซากุระร่วงโรยเวอร์ชั่นภาพยนตร์คนแสดงนั้นไปรอด ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม ซึ่งเป็นเรื่องเข้าใจได้เพราะนี่คืออนิเมะขึ้นหิ้งระดับตำนานที่ขมสะท้านจนคนจำมิรู้ลืม

ไม่ว่าเราจะมีความทรงจำกับเรื่องนี้อย่างไร หรือมันจะเคยทำให้เราอึน เจ็บปวด หรือตั้งคำถามมากมายขนาดไหน สิ่งสำคัญคือเราสามารถจำมันได้ นึกถึงเมื่อไหร่ก็ราวกับถูกทิ่มแทง นั่นคือคุณค่าที่ยอดเยี่ยมของมัน คือคำตอบในความสมบูรณ์ที่ไม่ตามขนบของมัน และกับเวอร์ชั่นภาพยนตร์ที่มีความยาวมากกว่าเดิมเกือบ 2 เท่า มันจึงแทบเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่จะให้ความรู้สึกคล้ายเดิม แต่ข่าวดีก็คือนั่นไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป ผมพบว่าทั้งสองเวอร์ชั่นรับส่งกันในความรู้สึกได้อย่างน่าประหลาดใจ ในขณะที่เวอร์ชั่อนิเมะจำจดกับความรู้สึกในความสัมพันธ์ที่ร้าวรานไปตามกาลเวลา แต่ในเวอร์ชั่นไลฟ์แอคชั่นเรายังได้เห็นโลกรอบข้างที่ยังคงหมุนไป และปลอบประโลมเราได้อย่างหนักแน่นยิ่งกว่า ราวกับพยายามจะบอกว่าขอบคุณที่ฝังจำกับเรื่องราวของพวกเรา แต่ไม่เป็นไรหรอก คุณเองก็มูฟออนได้เหมือนกันนะ

ยามซากุระร่วงโรยไลฟ์แอคชั่นมีจังหวะการดำเนินเรื่องที่อืดกว่าอนิเมะชัดเจน มีความเป็นญี่ปุ่นที่เพซเนิบๆ อยู่กับอะไรนิ่งๆ มากกว่า ขณะที่อนิเมะต้นฉบับมีความฉับไวในหลายๆ จุด เป็นจังหวะแปลกประหลาดยากที่ใครจะเหมือน โดยเฉพาะองค์สุดท้ายที่ตัวเรื่องเลือกจะใช้วิธีแรปอัปแบบนั้น แต่จะบอกว่าแค่จังหวะต่างกันก็คงผิดถนัด เพราะที่จริงมันแตกต่างตั้งแต่วิธีเล่าแล้วต่างหาก ในเวอร์ชั่นไลฟ์แอคชั่นตัวเรื่องจะไม่มีการแบ่งเป็น 3 ตอน แต่จะใช้วิธีเล่าเป็นเนื้อเดียว โดยอาศัยเทคนิคตัดสลับไทม์ไลน์ในบางช่วงบางตอน เพื่อให้เรื่องยังมีอารามชวนลุ้นในหลายช่วงเวลา

ซึ่งแม้ผมจะชอบความเด็ดขาดรุนแรงด้านอารมณ์และวิธีเล่าของอนิเมะมากกว่า แต่ก็คงไม่เกินไปนักหากจะบอกว่าถ้าจะหายามซากุระร่วงโรยที่ถ่ายทอดเรื่องราวในแง่มุมต่างๆ ได้หมดจรดในอีกเลเวล ผมก็คงผายมือมาทางเวอร์ฯ ไลฟ์แอคชั่นนี่แหละครับ เพราะในความยาวที่มากขึ้น และเนื้อเรื่องอาจจะเดินอืดลงไปบ้าง แต่มันก็นำเสนอได้ครบถ้วนกระบวนความและมีในสิ่งที่ไม่ถูกถ่ายทอดในเวอร์ชั่นอนิเมะอยู่มากมาย ผู้ชมจะได้เห็นโลกที่กว้างขึ้น ตัวละครที่มากขึ้น เรื่องราวจะไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าถูกขับเคลื่อนโดยตัวละครไม่กี่ตัว แต่ให้ความรู้สึกว่าโลกใบนี้มันยังคงหมุนไปเรื่อยๆ และผู้คนก็ใช้ชีวิตกันแบบไม่หยุดหย่อน อดีตคือสิ่งที่เคยเกิดขึ้นและไหลผ่านเวลามาเนิ่นนานแล้ว ชีวิตถึงหันกลับไปมองมันได้ ก็ต้องก้าวเดินไปข้างหน้าอิยู่ดี ซึ่งพอเป็นแบบนี้ผู้ชมก็จะรู้สึกว่าสามารถทำใจและเข้าใจในความเป็นไปได้ง่ายกว่า เก็ตในเมสเสจหลักของเรื่องได้ง่ายยิ่งขึ้น ไม่บาดลึกเท่าแถมยังช่วยพยงเราขึ้นมาตบบ่าอีกต่างหาก

และถึงแม้ผมจะย้ำหลายรอบว่าผมชอบจังหวะเล่าแบบอนิเมะมากกว่า แต่ผมดีใจมากๆ ที่ไลฟ์แอคชั่นเล่าแบบนี้ มีท่าทางแบบนี้ ทำให้มันไม่เหมือนเป็นงาน Copy + Paste แต่มีแนวทางและความเป็นตัวของตัวเอง ที่ช่วยเติมเต็มเรื่องราวให้สมบูรณ์ในแง่ของเนื้อหามากยิ่งขึ้น ซึ่งการมาด้วยท่าทางที่แตกต่างของมัน ทำเอาผมลุ้นอยู่ช่วงหนึ่งว่า "หรือเรื่องจะจบคนละแบบกับในอนิเมะนะ?" คือมันให้ความรู้สึกแบบนั้นจริงๆ แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่ามันแทบเป็นไปไม่ได้ก็ตาม

เรื่องที่น่าชื่นชมของเวอร์ชั่นไลฟ์แอคชั่นอีกอย่างก็คือตัวเรื่องพยายามอย่างมากในการวางเฟรมให้ถอดแบบมาจากอนิเมะ คือไม่ใช่แค่ถ่ายทำในโลเคชั่นสถานที่จริงๆ (ซึ่งอนิเมะก็เรฟฯมาอีกที) แต่การกำกับมุมกล้องหรือจังหวะขยับเขยื้อนของนักแสดงก็ดูจะหนีจากตัวอนิเมะไม่มาก แบบแทบจะเป๊ะ 100 เปอร์เซ็นต์ในหลายๆ ฉาก รู้สึกว่าคราฟต์อยู่ไม่น้อย และนั่นน่าประทับใจมากๆ

ยามซากุระร่วงโรย

ผมเชียร์อย่างหนักแน่นว่าใครที่ชอบยามซากุระร่วงโรยเวอร์ชั่นต้นฉบับก็ควรจะได้ลองดูเวอร์ชั่นไลฟ์แอกชั่นครับ มันอาจเป็นรสที่ละมุนกว่าไม่กระแทกกระทั้นหัวใจเท่าของเก่า แต่ก็ถูกเติมเต็มด้วยเนื้อหาจากเดิม จนผู้ชมสามารถอิ่มได้โดยไม่มีอะไรต้องค้างคาอีกแล้ว โดยสรุปก็คือชอบน้อยกว่าของเก่านิดหน่อย แต่ก็ยังชอบมากๆ อยู่ดี

VERDICT
8.5

ยามซากุระร่วงโรย มีกำหนดเข้าฉายวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้ในโรงภาพยนตร์


ติดตามข่าวหนังอื่นๆ ได้ที่ Online Station

แชร์เรื่องนี้:
Dark_Libra
About the Author

Dark_Libra

Everything in this world comes down to the matter of ponytail

เรื่องที่คุณอาจสนใจ