สารภาพตามตรงว่าตอนแรกนึกว่าทางค่ายเชิญมาดูเวอร์ชั่นไลฟ์แอคชั่น จนหนึ่งวันก่อนฉายเพิ่งจะมาไหวตัวทันว่าเป็นเวอร์ชั่นอนิเมะต้นฉบับเอากลับมาฉายใหม่ แต่ที่พิเศษคือฉายเวอร์ชั่น IMAX ซะด้วย ก็เลยตามเลยแล้วกัน ถือว่าอุ่นเครื่องก่อนเวอร์ชั่นไลฟ์แอคชั่นจะมา
จำได้ว่าผมดู 5 centimeters per second หรือ ยามซากุระร่วงโรย ในช่วงตอนยังเรียนอยู่มัธยมในยุคที่แผ่น DVD อนิเมะบ้านเรากำลังรุ่งเรือง แม้อาจไม่ใช่แนวที่โปรดปรานแต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นหนึ่งในเรื่องระดับฝังใจจำได้ไม่ลืมโดยเฉพาะกับองค์สุดท้ายที่เราในวัยใสได้รับชมก็ขมเจียนตายอยู่เหมือนกัน ความมหัศจรรย์ของมันคือการกำกับองค์สุดท้ายที่สั้นกระชับ แต่ร้าวร้านและจบลงไปอย่างนั้นของ ชินไค มาโคโตะ ทำให้เรารู้สึกกับมันไปอีกหลายวันทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้คลิกกับ 2 องค์ก่อนหน้ามากนักแท้ๆ การที่คู่พระนางในองค์แรกสุดท้ายแล้วกลับจบลงไปแบบนั้นมันทำให้เราในวัยช่างฝัน ซึ่งไล่ตามความรักอย่างเอาเป็นเอาตาย และเชื่อสุดใจว่าคนที่รักกันสุดท้ายก็จะได้ลงเอยอยู่ดี ได้แต่นั่งมึนงงตอนเครดิตขึ้นว่ามันเป็นไปได้ยางงายวะ

เวลาผ่านไปในระดับที่ซากุระร่วงโรยไปหลายรอบ การได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้อีกครั้งในวัย 37 ขวบกลับไม่ได้ฟูมฟายเหมือนก่อน เรายังคงขมกับมันแต่เป็นความขมที่คาดการณ์ได้ ส่วนหนึ่งเพราะเราจำไม่เคยลืมนับตั้งแต่ที่ดูมันครั้งแรก กอปรกับการที่เข้าใจในความเป็นไปของโลกมากขึ้น ในช่วงเวลาหนึ่งเราเองก็เคยใช้ชีวิตซ้อนทับกับตัวเอกของเรื่อง การผ่านมาได้รู้จักไม่ได้หมายความว่าจะผูกพันธ์กันตลอดชีวิต ในหลายๆ ครั้งพวกเรากลับไปเป็นคนที่ไม่เคยรู้จักกันอีกครั้ง แต่นั่นก็ไม่ได้ส่งผลกับชีวิตมากมายอะไร พราะสุดท้ายชีวิตยังคงเดินไปในหนทางที่เห็นอยู่ต่อหน้า เราอาจหันหลังกลับไปยิ้มให้สิ่งที่ผ่านมา แต่เราจะไม่เดินกลับไป

ในด้านอารมณ์ของภาพยนตร์มันจึงไม่ได้กระทำอะไรกับตัวผมมากนักเพราะอย่างที่บอกว่าจำมันได้ดีอยู่แล้ว รอบนี้จึงได้โฟกัสกับงานโปรดักชั่นเต็มๆ ซึ่งงานของชินไคเองก็ถือว่าเหนือกาลเวลาไม่หยอก มันยังมีคุณภาพสุดๆ แม้ในยุคนี้ โอเคแหละว่าในด้านความคมของภาพ หรือความเสถียรของลายเส้นอาจจะสู้ยุคหลังๆ ไม่ได้ แต่กับเรื่องนี้ก็ถูกทดแทนด้วยจังหวะจะโคนการเล่าที่ไม่มีใครเหมือน ไม่ใช่แค่ในหมู่งานของชินไค แต่นับรวมถึงอนิเมะในสไตล์ญี่ปุ่น ด้วยความยาวที่ไม่มาก ตัวหนังไปเร็ว กระชับ ไม่เยิ่นเย้อ ตรงประเด็น และการคัตแบบฉับไวก็สร้างอารมณ์ร่วมในอีกทางได้อย่างน่าเหลือเชื่อ เป็นงานที่มีความเฉพาะตัวสูงเอามากๆ

และการได้กลับมาฉายบน IMAX ก็ทำให้เราได้เห็นงานศิลป์ชิ้นเยี่ยมนี้อีกครั้งในแบบที่เต็มตาเต็มอารมณ์ยิ่งกว่าเดิม ใครที่เคยดูแล้วชอบ การได้ดูบน IMAX อีกสักทีก็นับว่าเปิดประสบการณ์ ส่วนใครที่ไม่เคยดูก็อยากเชียร์มากๆ เพราะนี่คือความขมในตำนานที่ควรได้ลิ้มลอง ก่อนที่ความขมฉบับไลฟ์แอคชั่นล่าสุดจะเข้ามาเขย่าใจพวกคุณกันในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้ครับ
VERDICT
9
ขอขอบคุณ Major Cineplex สนับสนุนการรับชม
ยามซากุระร่วงโรย IMAX เข้าฉายแล้ววันนี้ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม - 4 กุมภาพันธ์ในโรงภาพยนตร์ครับ
ติดตามข่าวหนังอื่นๆ ได้ที่ Online Station