รีวิวหนัง Exit 8 - อยากเจอทางออกย่อมต้องผ่านปัญหาให้ได้

แชร์เรื่องนี้:
รีวิวหนัง Exit 8 - อยากเจอทางออกย่อมต้องผ่านปัญหาให้ได้

ถ้าจะมีโปรเจกต์ไลฟ์แอคชั่นจากอนิเมะหรือเกมโปรเจกต์ไหนชวนคิ้วขมวดที่สุดตอนถูกประกาศสร้าง สำหรับผมแล้ว Exit 8 คือ 1 ในเรื่องดังกล่าวอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะในฐานะเกมเมอร์หรือนักข่าวสายเกม โหมเราต่างรับรู้กันดีว่า Exit 8 นั้นเป็นเกมอินดี้ที่เน้นเกมเพลย์บนวนลูป ต้องสังเกต ต้องจดจำ ต้องอดทน บนคอนเทนต์ที่มีความ RNG ไม่มีเนื้อเรื่อง ไม่ได้เน้นเล่าเรื่อง เป็นเกมที่มีขายเกมเพลย์กันแบบเพียวๆ ดังนั้นแล้วกับฟอร์แมตของภาพยนตร์ที่ไม่ได้มีการเล่นแถมยังเน้นการเล่า มันจะเข้ากันไปได้ยังไง

ถึงจะสงสัยแต่ก็แอบตั้งตารอเช่นกัน แม้อาจไม่ได้อยากคาดหวังขนาดนั้น เพราะไลฟ์แอคชั่นจากฝั่งญี่ปุ่นไม่ค่อยทำงานกับตัวผมนัก แต่ชีวิตคนเราความผิดคาดก็เป็นส่วนหนึ่ง และ Exit 8 คือผลงานพิสูจน์กึ๋นของผู้สร้างอย่างแท้จริง ในความสนุกสนานก็อาจพูดยากอยู่บ้าง เพราะทั้งเรื่องเต็มไปด้วยความอึดอีด ความหม่นหมอง บรรยากาศไม่น่าไว้วางใจ แต่ทั้งหมดทั้งมวลคือสิ่งที่ผมนึกไม่ออกจริงๆ ว่าหนังจะสื่อออกมาได้เข้มข้นและชัดเจนขนาดนี้หากยังไม่ได้ดู นี่คือไลฟ์แอคชั่นที่อยากใช้คำว่ามหัศจรรย์ทางความคิดสร้างสรรค์ มันชวนฉงน และคาดไม่ถึงไปพร้อมๆ กัน

Exit 8

Exit 8 โดดเด่นด้วยการเล่าเรื่องผ่าน 3 (+1) ตัวละครที่มีความข้องเกี่ยวกันในทางใดทางหนึ่งผ่านมิติลี้ลับที่มีเพียงกฎเดียว คือหากมีอะไรผิดปกติ ให้หันหลังกลับ หากไปผิดทางต้องเริ่มใหม่ และต้องไปให้ถึงทางออกหมายเลข 8 เพื่อกลับสู่โลกปกติ ซึ่งการใช้ 3 ตัวละครมาเล่าเรื่องตรงนี้ ช่วยให้ผู้ดูสามารถเข้าใจกฎและความเป็นไปได้อย่างค่อนข้างครบถ้วนครอบคลุม และ 3 คนนี้ก็เป็นคนใน 3 วัย ความคิดอ่าน การตัดสินใจ และความอดทนย่อมมีความต่างกัน ซึ่งนั่นคือความชาญฉลาดในการเลือกเล่าเรื่องแบบนี้ เพราะทำให้สถานการณ์ที่ต้องวนอยู่กับฉากซ้ำๆ เดิมๆ ไม่น่าเบื่อจนเกินไป ถือเป็นการแก้เพนย์พ็อยต์ที่ดี

Exit 8

งานฉากเองก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่ช่วยขับเคลื่อนความไดนามิคของเรื่องราว ด้วยความยาวหนังเราอาจจะไม่พบคอนเทนต์ทั้งหมดจากเกมภายในหนัง แต่ทีมสร้างเจ๋งมากที่พอจะทำฉากออกมาให้คนดูรู้สึกใกล้เคียงกับตอนเล่นเกมมากๆ ในแง่ของอารมณ์ร่วม เพราะผู้ชมจะไม่รู้สึกเลยว่าวางใจมันได้ พยายามหาจุดผิดช่วยตัวละครอยู่ตลอด การออกแบบเหลี่ยมโค้ง รวมไปถึงเทคนิคการถ่ายทำที่เน้นลองช็อตทั้งแท้และเทียบในหลายๆ ช่วง ก็ทำให้คนดูหลังตรงด้วยความลุ้นอย่างช่วยไม่ได้ นอกจากนี้ด้วยการถ่ายทำแบบลองช็อต ยังทำให้นักแสดงโชว์พลังอารมณ์ที่สวิงไปสวิงมาได้แบบเรียลไทม์ ผู้ชมจะลุ้นไปกับเขา แตกสลายไปกับเขา และรู้สึกอึดอัดจนอยากจะลงไปชักดิ้นชักงอด้วยกัน

Exit 8

และความยึดโยงของ 3 (+1) ตัวละครก็ไม่ได้แค่มาเปลี่ยนหน้าแก้เบื่อ แต่ยังมีมีนนิ่งเฉพาะตัวที่คมคายชวนให้ตีความ ก่อนจะควบรวมสู่บทสรุปเดียวให้กับตัวเอกหลักในการสู้กับมิติลี้ลับต่อไป ถึงแม้ว่าช่วงท้ายอาจจะรู้สึกว่าให้ทางลงได้ห้วนไปสักหน่อย แต่ก็เป็นซีนกินอารมณ์ที่ใช้ได้ และที่สุดคือมันแลนดิ้งอย่างสวยงามบริบูรณ์ในแบบของมันเอง อิ่มหนำและไม่ติดค้างอะไร

Exit 8

ส่วนตัวแล้วคิดว่าคนเล่นเกมหรือเคยดูคนอื่นเล่นมาก่อนจะเก็ตกับทุกองคาภยพของเรื่องและซึบซับความสนุกได้มากกว่าคนดูหนังทั่วไปสักหน่อย อย่างเช่นเรื่องของกฎเจอสิ่งผิดปกติให้เดินกลับเนี่ย คิดตามคอมเมนเซนส์เจอปุ๊บเลี้ยวกลับปั้บก็ไม่แปลกและทำได้ แต่ตัวละครในเรื่องมักจะยืนแช่หรือเดินเข้าใส่มันก่อน ซึ่งส่วนตัวผมว่ามันคือตัวละครเราตอนเล่นเกมเลย คือเจอคอนเทนต์ใหม่โผล่มาก็อยากรู้ก่อนว่ามันจะหลอกอะไรกัน ขอรอดูหรือวิ่งไปดูสักหน่อยอะไรแบบนี้ ซึ่งผมว่านี่แหละโคตรจะเกมเลยล่ะ

Exit 8

VERDICT
8/10

Exit 8 มีกำหนดเข้าฉายวันที่ 4 ธันวาคมนี้ในโรงภาพยนตร์ 


ติดตามข่าวหนังอื่นๆ ได้ที่ Online Station

แชร์เรื่องนี้:
Dark_Libra
About the Author

Dark_Libra

Everything in this world comes down to the matter of ponytail

เรื่องที่คุณอาจสนใจ