รีวิวหนัง ธี่หยด 3 - จากรถไฟเหาะในภาคก่อน สู่รถไฟวิ่งวนห้างในภาคนี้

แชร์เรื่องนี้:
รีวิวหนัง ธี่หยด 3 - จากรถไฟเหาะในภาคก่อน สู่รถไฟวิ่งวนห้างในภาคนี้

แม้จะผ่านมาร่วมปีแต่ตัวผมเองยังจำความรู้สึกหลังจากรับชมภาพยนตร์ธี่หยด 2 ในวันรอบสื่อได้อย่างดี มันทั้งปลื้มปริ่ม ใจเต้นรัวไม่ต่างจากเจอสาวสเป็คถูกใจ มือก็พลันคว้ามือถือมารีเฟรขฟีดโซเชี่ยลมีเดียร์รัวๆ ว่าผู้คนจะชื่นชมสรรเสริญหนังเรื่องนี้อย่างไร เพราะสำหรับผมเอง ธี่หยด 2 เป็นภาพยนตร์แอคชั่นสยองขวัญผจญภัยที่โดนเส้นสุดๆ มันผสมผสานหนังหลาย Genre ในแบบไทยๆ ได้อย่างลงตัวพร้อมจังหวะกำกับสุดแม่นยำของ "พี่คุ้ย" ทวีวัฒน์ วันทา จนทำให้ตัวหนังนั้นมีความพิเศษขึ้นมาโดยแทบไม่มีใครเสมอเหมือน และจบลงได้อย่างเพอร์เฟ็คเอนดิ้งที่สุดเท่าที่ภาพยนตร์ภาคต่อเรื่องหนึ่งจะทำได้

ทว่าพอทีมผู้สร้างประกาศภาค 3 โดยที่จะไม่มีชื่อของ ทวีวัฒน์ วันทา เป็นผู้กำกับในภาคนี้ ก็ทำเอาผมคิ้วขมวดกว่าเดิม ออกอาการกังวลไปต่างๆ นานา พอเห็นตัวอย่างก็ยิ่งตอกย้ำราวกับให้ทำใจว่าอาจจะไม่ได้เท่าเดิม ซิ่งก่อนเข้าโรงผมก็เตรียมใจไปก่อนแล้ว แต่ขนาดว่าเป็นอย่างนี้ในภาพรวมผมก็ยังผิดหวังกับธี่หยด 3 อยู่ดี มันมั่วซั่ว ถอยหลังลงคลอง ไร้ซึ่งความน่าจดจำใดๆ ไม่แน่ว่าในอนาคตของหน้าเราคงได้เห็นคนเล่นมุขว่า ธี่หยดมีแค่ 2 ภาคก็เป็นได้ นี่คือมหกรรมฝืนของภาพยนตร์ไทยที่ไม่อาจก้าวข้าม พอทำเงินได้ก็ต้องเกาะไว้ และนั่นอาจทำให้ความพิเศษที่ 2 ภาคแรกทำมาค่อยๆ ผุกร่อนลงไปอย่างน่าเสียดาย

ธี่หยด 3 เล่าเรื่องของครอบครัวตัว ย ที่ยังไม่พ้นวิบากษ์กรรม ต้องเผชิญหน้ากับผีร้ายที่ยึดติดไม่ยอมไปไหน และคราวนี้ถึงตาของ "ยี่" ลูกสาวคนเล็กที่ถูกจับไปเพื่อทำพิธีกรรมบางอย่าง ร้อนถึงพี่ยักษ์ต้องควงปืนอีกครั้งเพื่อช่วยน้องสาวให้จงได้

สิ่งดีๆ ที่ชัดเจนเพียงไม่กี่อย่างของภาคนี้ นอกจากการที่ภาพยนตร์ยังเข้าฉายบนระบบ IMAX อย่างเต็มระบบจนได้ภาพและเสียงสุดจัดเต็มเช่นเคย ก็คือเราได้เห็นการเติบโตทั้งในด้านการแสดงและรูปลักษณ์ของน้อง "นีน่า" ณัฐชา เจสซิกา พาโดวัน ที่ฝีไม้ลายมือเข้าใกล้ความเป็นเจไดเข้าไปทุกที โดยภาคก่อนๆ เราอาจได้เห็นน้องร้องไห้ ร้องกรี๊ด วิ่งหนีผีกันไปบ้างแล้ว แต่ภาคนี้การแสดงสีหน้าท่าทางตอนถูกผีเข้า ต้องบอกว่าทำได้ดีเลย ดูหลอน ดูจิตราวกับเป็นคนละคน ขณะที่เรื่องตลกร้ายคือซีนบู๊ที่ผมว่าสนุกที่สุดของหนังก็คือช่วงต้นเรื่องที่มีน้องนีน่าเข้าฉากด้วยนี่แหละ เติบโตขึ้นจากภาคแรกมาอย่างดีจริงๆ และน้องจะเป็นอีกหนึ่งนักแสดงคุณภาพในอนาคตได้อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ผมรู้สึกว่าแม้ตอนเปิดเรื่องจะแหม่งๆ แต่ก็ยังพอจะเอนจอยกับมันได้อยู่บ้าง แต่ความสดใสก็เริ่มหมดลงตั้งแต่ 3 พี่น้องตัว ย + อีก 1 จ่าปพันธ์เริ่มเดินทางเข้าป่า นับจากนั้นมาก็เริ่มรู้สึกว่าผู้สร้างเริ่มคุมเรื่องไม่อยู่ ไม่ว่าจะไดเรคชั่นของหนังหรือซีนสร้างอารมณ์ร่วมไม่ว่าจะอารมณ์ไหนก็ทำไมถึงไปเสียหมด จนเหลือเพียงอารมณ์เดียวคือความหงุดหงิดตัวละครในการเลือกกระทำสิ่งต่างๆ โดยเฉพาะฉาก 20 นาทีสุดท้ายของหนังที่ชวนหงุดหงิดและน่าอึดอัดสุดๆ ในแบบที่คุณไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับหนังมาก่อนใน 2 ภาคแรก

โอเคว่าหนังสยองขวัญบางทีต้องมีตัวพาไปเจอคอนเทนต์บ้าง แต่ความแย่คือการจงใจทำให้ตัวละครในเรื่องติดประมาท 300% และความคิดความอ่านถดถอย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับตัวละครยักษ์ที่ผ่านอะไรมาเยอะและมีพัฒนาการที่ดีในภาคก่อนหน้า ทั้งเฉลียว ระแวดระวัง มุทะลุแต่ก็ไม่ติดประมาทโง่ๆ พอมาภาคนี้คือทำตรงกันข้ามกับภาคก่อนแทบทั้งหมด ยิ่งเสริมตัวภาระเข้ามาเพิ่มก็ยิ่งไปกันใหญ่ อีกทั้งคือเป็นตัวละครที่ทั้งเรื่องคือเก่งอยู่คนเดียว ถูกวางให้เป็นหนึ่งเดียวที่แก้ปัญหาได้ ก็ทำให้ตัวละครอื่นๆ บทบาทไร้น้ำหนักไปโดยปริยาย อะไรๆ ก็ต้องให้พี่ยักษ์จัดการ แทบไม่มีบทไถ่บาปหรือโชว์ของให้กับตัวละครอื่นเลย

ไดเรคชั่นเป็นปัญหาใหญ่ของภาคนี้จริงๆ ขณะที่ภาคแรกเป็นสยองขวัญแอคชั่น ภาคสองเป็นแอคชั่นสยองขวัญ ภาคนี้คือไม่เอาอะไรเลย ความสยองที่ถูกทอนลงไปภาคก่อนหน้าพอภาคนี้แทบไม่มีให้เห็น การปรากฎตัวหรือใช้เสียงช่วยก็ไม่มีชั้นเชิง ดูๆ ไปก็คิดถึงช็อตหลอกสุดเวิร์ลคลาสของหมอผีแห่งแดนลับแลในภาค 2 ที่คนทั้งโรงจดจำมายันวันนี้ ขณะที่แอคชั่นซัดผีซึ่งเป็นจุดเด่นของแฟรนไชส์มาตลอดว่ามีซีนแอคชั่นและฉากบู๊ถึงเครื่องถึงอารมณ์ ภาคนี้ก็ดรอปลงไปจนน่าใจหาย แทบไม่มีซีนน่าจดจำหรือรู้สึกว่าดูแล้วคึกคัก ซีนที่พอจะดีหน่อยก็ปล่อยให้เห็นในตัวอย่างไปก่อนแล้ว แถมอย่างที่บอกไปว่าซีนบู๊ที่สนุกที่สุดคือช่วงต้นเรื่องที่มียี่เป็นส่วนหนึ่งนี่แหละ เหลือจะเชื่อจริงๆ

อย่างไรก็ตามตัวหนังมีการหยอดไปภาคหน้ากับตัวละครที่โดนตัดทิ้งไปตั้งแต่เริ่มโปรเจ็กต์ ก็เป็นอันว่าเปอร์เซ็นต์ถูกเข็นภาคต่อออกมาอีกยังมีอยู่สูง ซึ่งแม้ว่าผมจะไม่เอนจอยกับภาคนี้ แต่ผมเชื่อว่าจักรวาลธี่หยดยังมีอะไรให้เล่นอีกมาก แถมด้วยนักแสดงที่มาเข้าชื่อในบทนี้ก็เบอร์ใหญ่และน่าสนใจไม่น้อย หากมีจริงๆ ก็คงยังอยากดูอยู่ เพียงแต่ทีมผู้สร้างควรพิจารณานำตัวของผู้กำกับเดิมกลับมาอีกครั้ง หรือไม่งั้นก็อาจจะลองพิจารณารายชื่อของผู้กำกับใหม่ๆ ที่มีผลงานโดดเด่น หรือลายเซ็นต์สุดเจ๋งที่มากพอจะคุมงานสเกลระดับนี้ได้ เพราะต้องอย่าลืมว่านี่คือภาพยนตร์แฟรนไชส์พันล้าน ครั้งแรกอาจจะพลาดได้ แต่ครั้งที่ 2 ก็ไม่ควรแล้ว เพื่อให้ธี่หยด 4 กลับมาเป็นภาพยนตร์ที่อย่างน้อยๆ ก็ดูสนุกได้อีกครั้ง ไม่ใช่มีสภาพราวกับละครหลังข่าวตกยุคแบบนี้

ก่อนหน้าตอนที่ดูท่าแร่จบผมรู้สึกจริงๆ ว่าอยากดูการกลับมาของคุณพ่อเปาโลมากกว่าพี่ยักษ์ในธี่หยดอีก และความคิดนี้ก็ถูกตอกย้ำหลังเดินออกจากโรง แม้จะยิ้มแย้มอย่างเหนื่อยใจว่าคิดถูกจริงๆ ด้วย แต่ความเสียดายกลับมีมากกว่า เพราะผมเองก็อยากให้ธี่หยดยังคงความพิเศษไว้ได้อยู่จริงๆ นั่นแหละ เลยเสียดายที่ภาคนี้ทำไมได้แม้แต่ใกล้เคียงนั่นเอง

ธี่หยด 3 เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์ 

VERDICT
5/10

ขอขอบคุณ Major Cineplex สนับสนุนการรับชม


ติดตามข่าวหนังอื่นๆ ได้ที่ Online Station

แชร์เรื่องนี้:
Dark_Libra
About the Author

Dark_Libra

Everything in this world comes down to the matter of ponytail

เรื่องที่คุณอาจสนใจ