การที่ Square Enix ประกาศปิดเกมมือถืออายุเยอะอย่าง Final Fantasy: Brave Exvius และ Dragon Quest of the Stars ไปเมื่อเร็ว ๆนี้ ได้ทำให้เกิดเสียงสะท้อนจากคนในวงการ โดยมีนักพัฒนาคนหนึ่งออกมาเปรียบเปรยว่า ตอนนี้อุตสาหกรรมเกมกาชาญี่ปุ่นไม่ต่างอะไรจาก “เรือไททานิคที่กำลังจม” แถมการจะหนีไปทำเกมคอนโซลก็แทบเป็นไปไม่ได้

เรื่องนี้มาจากโพสต์ของคุณ Suemaru นักพัฒนาเกมมือถือ ที่ระบายความรู้สึกผ่าน X (ทวิตเตอร์) ว่า
“พอเห็น DQ of the Stars กับ FF Brave Exvius ปิดตัว ผมก็ยิ่งรู้สึกว่าวงการเกมกาชากำลังจะเป็นเหมือนเรือไททานิค การทำงานในวงการนี้ต่อไปก็เหมือนการแย่งที่กันบนเรือที่กำลังจม ถึงแม้ว่าจะยังไม่จมทั้งหมด แต่ที่สำหรับผู้ที่เหลือรอดก็จะน้อยลงไปเรื่อย ๆ”
สถานการณ์ตลาดเกมมือถือญี่ปุ่นตอนนี้เหลือรอดแค่เกมยักษ์ใหญ่ไม่กี่เกมที่เปิดมานาน เช่น Fate/Grand Order Monster Strike และ Puzzles and Dragons แต่บริษัทเจ้าของเกมเหล่านี้เองก็ปั้นเกมฮิตใหม่ ๆ ไม่ขึ้นเหมือนกัน สวนทางกับเกมทุนสูงอย่าง Tribe Nine ของ Aniplex ที่เปิดได้ไม่กี่เดือนก็ต้องปิดตัวลง
ด้วยเหตุนี้ คุณ Suemaru จึงรู้สึกว่าอาชีพของเขามาถึงทางตันแล้ว “ถึงจะเป็นไดเรกเตอร์เกมกาชาต่อไป รายได้ก็คงไม่เพิ่ม แถมยังไม่รู้เลยว่า ‘ที่นั่ง’ ของตัวเองจะหายไปเมื่อไหร่” แต่ในขณะเดียวกัน การจะย้ายสายไปทำเกมคอนโซลก็มองไม่เห็นทางเลย

คุณ Alwei จากบริษัท Indie-Us Games ก็เห็นด้วยและเสริมว่า “การย้ายจากสายเกมมือถือไปทำเกมคอนโซลนั้นยากมาก ทั้ง ๆ ที่ย้ายกลับกันมันง่ายนิดเดียว” ทำให้คนที่ทำงานสายนี้มาทั้งชีวิตตกอยู่ในที่นั่งลำบาก ซึ่งคุณ Suemaru ก็ยอมรับว่านี่คือปัญหาของเขาเต็ม ๆ เพราะประสบการณ์ทั้งหมดของเขาคือการทำเกมมือถือออนไลน์
ปัญหานี้กระทบหนักที่สุดกับคนในตำแหน่ง Planner (หรือ Game Designer) เพราะทักษะของพวกเขานั้นเอาไปปรับใช้กับงานสายคอนโซลได้ยาก ไม่เหมือนกับโปรแกรมเมอร์หรือศิลปินที่ย้ายงานง่ายกว่า
เหตุผลหลักก็เพราะสกิลที่ต้องใช้มันต่างกัน คุณ Alwei อธิบายว่าฝั่งคอนโซลจะเน้นเกมเพลย์แอ็กชันคุณภาพสูงและกราฟิกระดับท็อป ซึ่งทักษะพวกนี้นำไปใช้กับเกมมือถือได้ แต่เกมมือถือต้องพึ่งพาเทคโนโลยีฝั่งเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งแทบไม่จำเป็นสำหรับเกมคอนโซลเลย นอกจากนี้ เกมคอนโซลยังมี “กฎเหล็ก” หรือข้อกำหนดทางเทคนิค (TRCs) ที่เข้มงวดจากเจ้าของแพลตฟอร์ม ทำให้คนมีประสบการณ์ได้เปรียบกว่ามาก

วัฒนธรรมการจ้างงานของญี่ปุ่นที่แยกชัดเจนระหว่าง “เด็กจบใหม่” ที่พร้อมปั้น กับ “คนมีประสบการณ์” ที่ต้องพร้อมทำงานได้ทันที ก็ยิ่งซ้ำเติมให้คนอยากย้ายสายงานหางานยากขึ้นไปอีก
ตัวเลขข้อมูลก็ยืนยันเรื่องนี้เช่นกัน โดยมูลค่าตลาดเกมออนไลน์ของญี่ปุ่นในปี 2024 ลดลงจากปีก่อนหน้าอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ต้นทุนการพัฒนาเกมกลับพุ่งสูงขึ้นกว่าสิบปีก่อนถึง 4.7 เท่า เมื่อเจอกับตลาดที่อิ่มตัวและการแข่งขันจากค่ายเกมทุนหนาของจีนและเกาหลีใต้เข้าไปอีก ก็ยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง

ด้วยเหตุนี้ สถานการณ์ของวงการเกมกาชาญี่ปุ่นในตอนนี้จึงเรียกได้ว่าน่าเป็นห่วงสุด ๆ ด้วยต้นทุนที่พุ่งสูงสวนทางกับรายได้ที่ลดลง ตลาดที่อิ่มตัว การแข่งขันที่ดุเดือด ทำให้ผู้พัฒนาเกมแนวนี้เหมือนติดอยู่บน “เรือที่กำลังจม” ลำนี้ โดยไม่มีทางหนี ทำให้มองเห็นอนาคตที่สดใสได้ยากเหลือเกิน
แปลและเรียบเรียงจาก
Automaton Media
ติดตามข่าวเกมมือถืออื่นๆ ได้ที่ Online Station