รู้ลึกกับตลาดเกมเกาหลี โดย K-iDEA

แชร์เรื่องนี้:
รู้ลึกกับตลาดเกมเกาหลี โดย K-iDEA

       K-iDEA หรือ Korea Internet & Digital Entertainment Association ตั้งอยู่ย่านกังนัม กรุงโซล ประเทศเกาหลี เกิดจากการระดมทุนเพื่อก่อตั้งโดยบริษัทผู้ผลิตและผู้ให้บริการเกมทั้งประเภทออนไลน์และมือถือในประเทศเกาหลีจำนวน 80 บริษัท รวมตัวกันเพื่อก่อตั้งสมาคมแห่งนี้ ปัจจุบันก่อตั้งมาได้ 11 ปีแล้ว และเป็นผู้จัดงานเกมที่มีการซื้อขายเกมใหญ่ที่สุดในเอเซียนั่นคือ G-Star ซึ่งสมาคม K-iDEA ได้เป็นเจ้าภาพถึง 3 ปีแล้วรับช่วงต่อจากเจ้าภาพเก่าอย่างกระทรวงวัฒธรรมและกีฬาของประเทศเกาหลี ทั้งนี้ K-iDEA ก็ยังเป็นฐานข้อมูลวงการเกมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเกาหลีอีกด้วย เราไปดูข้อมูลที่น่าสนใจที่ทาง K-iDEA ได้รวบรวมไว้กันค่ะ

 

สถานะของอุตสาหกรรมเกมเกาหลี ในส่วนแบ่งทางการตลาดเกมของโลกปี 2013

        ตลาดเกมในประเทศเกาหลีจะเน้นไปที่เกมมือถือและเกมออนไลน์เสียส่วนใหญ่ ซึ่งต่างจากบางประเทศที่เน้นเกมประเภท PC Console เกมออนไลน์จากเกาหลีจะมีส่วนแบ่งจากตลาดเกมโลกอยู่ที่ 21.3 % ส่วนเกมมือถือได้ส่วนแบ่งอยู่ที่ 11.6 % ซึ่งประเทศเกาหลีเป็นผู้บุกเบิกตลาดเกมออนไลน์ในช่วงแรกๆ แต่ในปี 2009 ประเทศจีนก็ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 จากนั้นเป็นต้นมา เกาหลีก็ได้ส่วนแบ่งจากตลาดเกมโลกอยู่ที่ 30 % ส่วนเกาหลีอยู่ในอันดับที่ 2 รองจากจีน

เกมประเทศจีนมีคุณภาพมากขึ้น ทำให้การส่งออกของเกมเกาหลีทำรายได้ลดลง

        ปี 2009-2011 อัตราการส่งออกเกมเริ่มสูงขึ้น จาก 13% ขึ้นเป็น 48.1% แต่ต่อมาในปี 2012 ลดลงเหลือ 11.0%  เนื่องจากมีคู่แข่งจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น หนึ่งในนั้นได้แก่ ประเทศจีน ที่ทำเกมได้มีคุณภาพสูงขึ้นไม่แพ้ประเทศเกาหลี

ประเทศเกาหลีส่งออกเกมไปยังประเทศจีนมากที่สุด

        ประเทศที่เกาหลีส่งออกเกมไปมากที่สุดคือ ประเทศจีน ร้อยละ 33.4% ประเทศญี่ปุ่น ร้อยละ 20.8% และประเทศในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 18.8% อเมริกาเหนือ ร้อยละ 14.3% และสหภาพยุโรป 8.9%

คนทำงานในวงการเกมเกาหลีมีมากถึง 1 แสนคน

        ผู้ที่ทำงานอยู่ในวงการเกมเกาหลีมีจำนวนทั้งสิ้น 91,893 คน ระหว่างปี 2011-2013 ซึ่งตอนนี้ปี 2015 คาดว่าน่าจะถึง 1 แสนคนแล้ว

ประเทศเกาหลีก็เคยมีกฎหมายกีดกันเกมมาก่อน

         ตามกราฟที่ได้เก็บสถิติไว้ในช่วงปี 2007 ได้ตกลงมาอย่างมาก เพราะอยู่ในช่วงที่รัฐบาลเกาหลีสร้างกฎหมายกีดกันการเล่นเกม แต่ในปี 2011 พรรคอนุรักษ์นิยมเกาหลีใต้ โดยนาง ปาร์ค กึน แฮ ได้สั่งยกเลิกกฎหมายกีดกั้นข้อนั้นแล้ว ทำให้วงการอุตสาหกรรมเกมเกาหลีได้กลับมาพัฒนาได้มากขึ้นอีกครั้ง

เพราะกฎหมายกีดกันเกมออนไลน์ จึงเปิดโอกาสให้เกมมือถือเติบโต

       ในปี 2012-2013 เกมออนไลน์มีการเติบโตแบบติดลบ 19.6 % แต่เกมมือถือกลับสวนกระแสเติบโตขึ้นถึง 190.6 % ความแตกต่างนี้เกิดจากการที่มีกฎหมายกัดกั้นการเล่นเกมออนไลน์ แต่ในส่วนของเกมมือถือยังไม่มีกฎหมายใดๆ เข้ามากีดกัน จึงทำให้มีการเติบโตแบบทิ้งห่างอย่างเห็นได้ชัด

       แต่ในปี 2014-2016 คาดการณ์ว่ารัฐบาลพรรคกึนแฮได้ประกาศยกเลิกกฎหมายกีดกันจะทำให้ยอดขายเกมสูงขึ้น แต่ทว่าในส่วนของเกมมือถือนั้นมีการแข่งขันที่สูงขึ้นอาจจะทำให้ยอดขายเกมมือถือมียอดลดลงในอนาคต

พลังแห่งแอพลิเคชั่นประเภทแชท ทำให้เกมมือถือเติบโตได้อย่างเหลือเชื่อ

        สาเหตุหลักที่ทำให้ตลาดเกมมือถือเกาหลีขยายใหญ่ขึ้นเนื่องด้วย Kakao Talk แอพลิเคชั่นสำหรับพูดคุยและคอมมิวตี้ที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีทำให้คนอื่นๆ ที่ไม่ใช่เกมเมอร์ตั้งแต่แรกสามารถเล่นเกมผ่านมือถือได้ง่ายๆ ทำให้ผู้ที่อยู่ในวงการเกมเกาหลีเห็นว่าเกม AniPang และ Dragon Flight ที่ไม่ใช่เกมที่ใช้ต้นทุนสูงนักกลับได้การตอบรับที่ดีมาก ทำให้เห็นว่าพลังของแอพลิเคชั่นที่เป็นคอมมิวนิตี้นั้นทำให้เกมเหล่านี้มีการเติบโตได้สูง

 

กลุ่มผู้หญิงเข้ามาเล่นเกมมากขึ้น ในช่วงที่เกมมือถือกำลังบูม

        ในสมัยที่เกมออนไลน์กำลังฮิตจะเห็นได้ว่าผู้เล่นส่วนใหญ่เป็นช่วงวัยรุ่นหรือวัยเด็ก แต่พอมายุคที่เกมมือถือเติบโตจะเห็นได้ว่ามีผู้หญิงเข้ามาเล่นเยอะขึ้น โดยมีสัดส่วนผู้ชายต่อผู้หญิง 52.7 และ 47.3 เปอร์เซ็น และมีฐานช่วงอายุกว้างขึ้นตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ อายุ 10 – 59 ปี

การสร้างเกมประเภท Free to play ทำให้ปัญหาทางด้านลิขสิทธิ์ลดลง

       เมื่อก่อนการใช้จ่ายในเกมจะเป็นรูปแบบของการซื้อแอพลิเคชั่นเกมก่อนติดตั้ง ต่อมาได้มีระบบใหม่เข้ามาคือ Free to play ซึ่งให้ผู้เล่นนั้นสามารถดาวน์โหลดได้ฟรี แต่ว่าถ้าอยากเทพกว่าคนอื่น อยากเล่นสะดวกกว่าการเล่นปกติ ก็สามารถจ่ายเพื่อซื้อความสบายในเกมได้ ซึ่งระบบ Free to play นี้ก็ทำให้ปัญหาทางด้านลิขสิทธิ์ลดลงด้วยเพราะเมื่อก่อนหน้านี้จะมีการคัดลอกเกมไปทำซ้ำอย่างแพร่หลาย ทำให้ผู้พัฒนาไม่สามารถสร้างรายได้ได้อย่างที่ควร

ถึงแม้ว่าการแข่งขันในตลาดแทปเล็ตสูงและมีราคาถูกลง แต่สมาร์ทโฟนก็ยังเป็นที่ 1 อยู่ดี

        คนเล่นเกมเกาหลีส่วนใหญ่จะใช้ Device ประเภทสมาร์ทโฟนมากที่สุดคิดเป็น 97.0% ในขณะที่แทปเล็ทอยู่ที่ 12.3% และอันดับสุดท้ายคือ ฟีตเจอร์โฟนอยู่ที่ 1.7% ด้วยผลการสำรวจนี้ทำให้สวนกับกระแสความคิดที่ว่าในช่วงนี้มีการขายแทปเล็ตกันอย่างกว้างขวางและมีราคาถูกลงเนื่องจากการแข่งขันกันสูง แต่ก็ไม่ได้มียอดผู้เล่นผ่านแท็ปเล็ตมากเท่าไหร่นัก

Google Play ครองตลาดเกาหลี

        วิธีดาวน์โหลดเกมส่วนใหญ่ของคนเกาหลีจะดาวน์โหลดผ่าน Google Play เพราะคนเกาหลีส่วนใหญ่ใช้สมาร์ทโฟนในระบบ Android ด้วยจำนวนถึง 66.3% อันดับ 2 ได้แก่ Kakaotalk จำนวน 51.0% อันดับ 3 ได้แก่ Telecom Services จำนวน 21.7% อันดับ 4 ได้แก่ Apple App Store อยู่ที่ 18.0% โดยมี LINE รั้งท้ายอยู่ที่ 1.7% เท่านั้น

อายุการเล่นแต่ละเกมของคนเกาหลีอยู่ที่ 3 เดือน แล้วค่อยลบเกมทิ้ง

        คนเกาหลีส่วนใหญ่จะลบเกมมากที่สุดเมื่อติดตั้งเกมได้ประมาณ 3-6 เดือนอยู่ที่ 25.0% ติดตั้งเกมเกิน 1 ปีอยู่ที่ 5.0% และโดยเฉลี่ยของทั้งหมดจะเล่นเกมประมาณ 14.8 สัปดาห์หรือประมาณ 3 เดือนแล้วก็เบื่อเลยลบทิ้ง ส่วนเล่น 1 เดือนแล้วลบทิ้งอยู่ที่ 19.7%

คนเกาหลีดาวน์โหลด 5 เกมต่อสมาร์ทโฟน 1 เครื่อง

        สถิติของจำนวนเกมที่อยู่ในสมาร์ทโฟนของคนเกาหลีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.9 เกมต่อ 1 เครื่อง หรือประมาณ 5 เกมต่อสมาร์ทโฟน 1 เครื่อง จำนวนสูงสุดที่ผู้เล่นจะดาวน์โหลดเกมไว้ในเครื่องอยู่ที่ 5 เกมคิดเป็น 37.0%  รองลงมาคือ 3-4 เกมอยู่ที่ 33.3%

นิยมจ่ายค่าไอเทมในเกมผ่านบิลล์มือถือมากที่สุด

        คนเกาหลีส่วนใหญ่จ่ายเสียค่าใช้จ่ายในเกมรวมในใบเสร็จของระบบมือถือเครือข่ายนั้นๆ ร้อยละ 41.5% รองลงมาคือจ่ายผ่านบัตรเครดิต 39.0%

จัดอันดับผู้ใช้สมาร์ทโฟนมากที่สุดในโลก ประเทศเกาหลีอยู่ในอันดับที่ 2

        อ้างอิงถึงอัตราผู้ใช้สมาร์ทโฟนมากที่สุดของโลก ประเทศเกาหลีอยู่ในอันดับที่ 2 จำนวน 73.0% ของประชากร โดยทิ้งห่างจากอันดับ 1 นั่นคือ สหรัฐอเมริกา จำนวน 73.8% ไม่ห่างกันมากนัก อันดับที่ 3 คือ ซาอุดิอาระเบียจำนวน 72.8% ของประชากร

คนเกาหลีเป็นผู้ใช้เทคโนโลยีชั้นดี ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และขยันเปลี่ยนสมาร์ทโฟนมากที่สุด

        คนเกาหลีเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือบ่อยมากโดยมีระยะเวลาสูงสุดที่ 15.6 เดือน คิดเป็นร้อยละ 77.1% และเป็นประเทศที่เปลี่ยนโทรศัพท์มือถือไปใช้เครื่องใหม่เร็วที่สุดในโลก สาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้เปลี่ยนโทรศัพท์หลัง 1 ปีมีจำนวนมากเพราะการผูกสัญญากับเครือข่ายมือถือ อย่างเช่น หากเลิกใช้ภายใน 2 ปีก็จะต้องมีการจ่ายค่าปรับเพิ่ม หากไม่มีการผูกสัญญาจากเครือข่ายอาจจะมีการเปลี่ยนเครื่องใหม่เร็วกว่านี้

        ด้วยเหตุนี้ทำให้ผู้พัฒนาเกมจะไม่คำนึงถึงสเป็คเครื่องของผู้เล่น ไม่กังวลว่าโทรศัพท์มือถือของผู้เล่นนั้นจะมีสเป็คต่ำหรือตามระบบใหม่ๆ ไม่ทัน ทำให้ไม่มีข้อจำกัดในการพัฒนาการ ส่วนลักษณะพิเศษของผู้เล่นเกมที่เป็นชาวเกาหลีนั้นส่วนใหญ่จะมีความรู้และกระตือรือล้นที่จะเรียนรู้เกมใหม่ๆ จากผู้พัฒนา ทำให้ผู้พัฒนาเกมส่วนใหญ่จากหลายๆ ประเทศรวมถึงประเทศเกาหลีเองได้เล็งเห็นว่า ประเทศเกาหลีนั้นเป็นตลาดที่ดีสำหรับการพัฒนาเกมใหม่ๆ

        นอกจากนี้ประเทศเกาหลีมีบริษัทแบรนด์ดังอย่าง Samsung และ LG ที่ทำการแข่งขันกันสูงและผลิตเครื่องใหม่กันอยู่ตลอดเวลา เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่กระตุ้นผู้ใช้งานให้เปลี่ยนเครื่องใหม่

มาตรฐานตลาดเกมระดับโลก

        เมื่อก่อนเกมที่มาจากผู้พัฒนาเกาหลีจะติดอันดับต้นๆ เกือบทั้งหมด แต่มาระยะหลังนี้เกมที่ติดอันดับ 1 ไม่ว่าจะเป็นเกมประเภท Online PC และ Mobile Game ก็มาจากผู้พัฒนาต่างประเทศไม่ใช่จากเกาหลีอีกต่อไป ทำให้ประเทศอื่นๆ หันมาสนใจตลาดเกาหลีมากขึ้นเพราะเป็นตลาดเปิด

       รวมถึงเหตุผลต่างๆ ที่เป็นคุณลักษณะที่ดีของผู้เล่นเกมเกาหลี ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนเครื่องใหม่บ่อย หรือชอบที่จะเรียนรู้เกมใหม่ๆ หากผู้พัฒนาค่ายไหนประสบความสำเร็จในประเทศเกาหลีก็ถือว่าอาจจะประสบความสำเร็จในตลาดโลกด้วยเช่นกัน ประเทศถือเป็นตลาดวัดมาตรฐานเกมระดับโลก

 

แชร์เรื่องนี้:

เรื่องที่คุณอาจสนใจ