จากการประชุมกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้มีหัวข้อใหญ่ที่น่าสนใจและทำให้เกิดกระแสถกเถียงกันขึ้นมานั่นก็คือหัวข้อการประชุมเกี่ยวกับการลดเวลาใช้มือถือของเด็กๆ โดยมีการระบุว่า แม้กระทั่งเด็กไทยในวัยแค่ 0-2 ปี กว่า 70% ที่ใช้เวลาอยู่กับหน้าจอนานเกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่อาจส่งผลต่อการเรียนรู้และพัฒนาการของเด็ก

นอกเหนือจากนี้แล้ว เด็กและเยาวชนที่ใช้โซเชี่ยลมีเดียก็เผชิญความเสี่ยงในโลกออนไลน์ ทั้งไซเบอร์บูลลี่, การคุกคาม, การพนัน และอิทธิพลต่อโฆษณาชวนเชื่อที่อาจจะก่อเกิดความเสี่ยง สสส.เลยเริ่มศึกษามาตรการในการจำกัดการใช้สื่อในเด็กเล็ก โดยจะอ้างอิงแนวทางจากประเทศที่มีการบังคับใช้กฎหมายแล้วอย่างเช่น ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งมีกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ และกำหนดบทลงโทษต่อแพลตฟอร์มที่ไม่สามารถคัดกรองผู้ใช้งานเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 4 ด้าน เพื่อสร้าง "เกราะป้องกันภัยสังคม" ได้แก่
- เสริมภูมิคุ้มกัน: พัฒนาทักษะความเท่าทันสื่อและดิจิทัล
- พัฒนากระบวนการเรียนรู้: ผลักดันผ่านโรงเรียนและชุมชน
- สื่อสารเชิงรุก: รณรงค์ค่านิยมการใช้สื่อเพื่อสุขภาวะ
- ผสานความร่วมมือ: เชื่อมโยงภาครัฐและเอกชนในการเฝ้าระวังและปิดกั้นเว็บไซต์อันตรายเชิงรุก
ที่มาข่าว
https://www.facebook.com/
ตอนนี้ยังไม่มีการประกาศสรุปใดๆ ออกมาเพราะอยู่ในขั้นตอนศึกษานโยบายต่าง ๆ แต่สำหรับเกมเมอร์รุ่นเก๋าหรือคนที่ผ่านช่วงเวลาเกมออนไลน์กำลังบูมๆ น่าจะพอจำได้ถึงระบบจำกัดเวลาในการเล่นที่ต้องยืนยันตัวตนเพื่อให้เล่นเกมได้หลัง 4 ทุ่ม ซึ่งไม่ใช่กฎหมายโดยตรงแต่เป็นการขอความร่วมมือจากรัฐบาล ทำให้หลายๆ คนต้องเอาบัตรประชาชนของผู้ใหญ่มาเนียนสมัครไอดีกัน นอกเหนือจากนี้สมัยร้านเกมมีอยู่ทั่วไปก็มีกฎหมายสำหรับการให้บริการเด็กและเยาวชนว่าสามารถเข้าเล่นช่วงเวลาใดได้บ้าง อย่างไรก็ตามประเด็นในคราวนี้จะเน้นไปที่การใช้สื่อโซเชี่ยลซึ่งถ้ามีกฎหมายออกมาจริงก็ต้องดูว่าบังคับใช้ได้จริงแค่ไหนกัน คอยติดตามกันต่อไป
ติดตามข่าวสารวงการบันเทิง ไลฟ์สไตล์อื่นๆ ได้ที่ Online Station