เตรียมนับถอยหลังก้าวเข้าสู่มิติห้องสีเหลืองชวนประสาทเสียกันได้เลย! เพราะภาพยนตร์สยองขวัญที่สร้างจากปรากฏการณ์บนอินเตอร์เน็ตชื่อดังอย่าง Backrooms กำลังจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์วันที่ 11 มิถุนายนนี้แล้ว! บอกเลยว่านี่คือมหากาพย์ความหลอนที่เติบโตมาไกลมาก จากแค่ภาพถ่ายพื้นที่ลึกลับบนบอร์ด 4chan สู่หนังสั้นสุดไวรัลบน YouTube และเกมอินดี้อีกเป็นร้อยเกม
แต่ก่อนที่เราจะก้าวเท้าไปเผชิญกับความเวิ้งว้างสุดหลอน บทความนี้เราจะมาป้ายยาสารพัดสิ่งเติมเต็มความอินที่คุณควรไปตามเก็บให้ครบ เพื่อดึงอารมณ์ของคุณให้เข้าถึงฟีลลิ่งความเป็น The Backrooms แบบสมบูรณ์แบบที่สุด จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง เตรียมใจให้พร้อมแล้วตามเรามาส่องลิสต์ป้ายยากันเลย!
ป้ายยาสารพัดสิ่งเติมเต็มความอิน Backrooms

เล่น (What To Play)
Escape The Backrooms
เกมหนีตายมิติเหลืองม้วน VHS ยุค 1990 ที่ทำถึงและเข้าใจคอนเซ็ปต์ที่สุด ยิ่งกดเล่นคนเดียวท่ามกลางห้องออฟฟิศว่างเปล่า ยิ่งกดดันชวนจิตตกจัด ๆ

Exit 8
เหมาะสำหรับคนเวลาน้อยแต่อยากหลอนแบบเร้าใจฉับไว ตัวเกมจะพาเราไปติดอยู่ในสถานีรถไฟใต้ดินวนลูปที่ต้องคอยสังเกตความผิดปกติเพื่อหาทางออกให้ได้

Dreamcore
เกมสำรวจสำหรับคนเกลียดฉากตุ้งแช่และไม่อยากโดนผีไล่กวด แต่ขอมุ่งเน้นไปที่การเสพความอ้างว้างน่าขนลุกของการหลงทางในเขาวงกตห้างสรรพสินค้าและย่านชานเมืองอันกว้างใหญ่แทน

Pools
ให้มู้ดลิมินอลสเปซและฟีลลิ่งแบบเดียวกับ Dreamcore เป๊ะ ๆ แต่จะเปลี่ยนเซ็ตติ้งบรรยากาศรอบตัวไปเจอสระว่ายน้ำในร่มขนาดยักษ์สุดโดดเดี่ยวที่ไร้ผู้คนแทน

Portal
เกมพัซเซิลในตำนาน (โดยเฉพาะภาค 2) ที่ถือเป็นรากฐานสำคัญของการจุดประกายความหลอนนี้ ด้วยการดีไซน์ห้องทดลองที่ดูเหมือนมีความหมายแฝงแต่กลับไม่มีคำอธิบายใด ๆ จนสร้างความรู้สึกโดดเดี่ยวได้อย่างน่าประหลาด

Silent Hill 1-4, f
ปิดท้ายด้วยความคลาสสิกของเมืองสายหมอก ที่แม้จะไม่ได้เป็นมิติเหลืองแบบ Backrooms เป๊ะ ๆ แต่การบิดเบี้ยวของความจริงด้วยพลังงานลึกลับที่เกินเข้าใจ ก็ช่วยดึงดิ่งและปรับจูนฟีลลิ่งความสยองขวัญก่อนไปดูหนังจริงในวันที่ 11 มิถุนายนนี้ได้แบบทรงพลังที่สุด

ดู (What To Watch)
Eraserhead

ภาพยนตร์ระดับขึ้นหิ้งของ David Lynch ที่เล่าถึงชายหนุ่มในเมืองสุดเสื่อมโทรมที่ทุกบ้านดูผิดเพี้ยนไปหมด แถมยังมีเด็กทารกที่ไม่เหมือนเด็กทารกโผล่มาอีก!
ตัวหนังจะอบอวลไปด้วยความอึดอัด ความแปลกประหลาด และกลิ่นอายความลึกลับที่ไม่มีคำอธิบาย ซึ่งส่งผ่านพลังงานความหลอนแบบลิมินอลสเปซออกมาได้ดีสุด ๆ
Skinnamarink

หนังสยองขวัญฟอร์มเล็กทุนต่ำแต่ไอเดียทรงพลังมาก ตัวหนังจะเล่าถึงเด็กสองคนที่ตื่นมาพบว่าประตูและหน้าต่างในบ้านตัวเองหายไปหมดแล้ว
หนังดำเนินเรื่องช้า ๆ เน้นภาพมุมกล้องนิ่ง ๆ ชวนอึดอัด มันคือการสะท้อนความกลัวในพื้นที่ที่คุ้นเคยได้อย่างชาญฉลาด ให้ความรู้สึกทั้งโดดเดี่ยว อ้างว้าง และชวนคิดลึกในเวลาเดียวกัน
Severance

ซีรีส์น้ำดีที่คอ Backrooms ห้ามพลาดเด็ดขาด! เพราะมันตอบโจทย์ทุกอย่างของมิติเหลือง ตั้งแต่เซ็ตติ้งตึกออฟฟิศขนาดใหญ่ยักษ์ที่ชวนขนลุก มีเรื่องราวแปลก ๆ เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผล และการเดินหลงเข้าไปในห้องทำงานดีไซน์พิลึกที่มีออร่าความน่ากลัวแผ่ออกมาตลอดเวลา รับรองว่าดูแล้วอินสั่นประสาทแน่นอน
อ่าน (What To Read)
Midnight Timetable

Midnight Timetable ของ Bora Chung นิยายสุดแปลกที่เล่าถึงชายหนุ่มที่ทำงานในศูนย์วิจัยลึกลับ ซึ่งเป็นสถานที่กักเก็บวัตถุต้องคำสาปพิลึกพิลั่น ซึ่งวัตถุพวกนี้จะโผล่มาตอนไหนหรือมีพลังอะไรก็ไม่มีใครรู้ และมันไม่ใช่หน้าที่ของคุณที่จะต้องไปหาคำตอบ! กฎเหล็กคือห้ามหยิบฉวยอะไรติดมือไปเด็ดขาด มู้ดของเล่มนี้ให้ฟีลลิ่งกึ่งกลางระหว่างซีรีส์ Severance และ Backrooms ได้แบบสมบูรณ์แบบ
House of Leaves

House of Leaves ของ Mark Z. Danielewski คัมภีร์เล่มแรกที่คนนึกถึงเวลาพูดถึงความหลอนแนวลิมินอลสเปซ นิยายเล่าถึงครอบครัวหนึ่งที่ค้นพบความจริงอันน่าขนลุกว่า "พื้นที่ภายในบ้านของพวกเขา มันกว้างใหญ่กว่าขนาดตัวบ้านภายนอก" ไม่ว่าจะพยายามวัดกี่รอบก็ตาม!
แถมตัวหนังสือยังมีดีไซน์การเล่าเรื่องซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ ชวนมึนอึดอัด ให้ฟีลลิ่งดิบ ๆ เหมือนเรากำลังนั่งอ่านบันทึกเทปเสียง (Audio Logs) ในม้วน VHS ยุคเก่าเลย
The Glassy Burning Floor of Hell

The Glassy Burning Floor of Hell ของ Brian Evenson หนังสือรวมเรื่องสั้นแนว Weird Horror ที่อ่านแล้วเหมือนเราหลุดเข้าไปหลงทางอยู่ในฝันร้ายจริง ๆ เพราะพื้นที่รอบตัวจะดูสับสนอลหม่าน มิติกาลเวลาบิดเบี้ยวผิดเพี้ยนไปหมด และคุณจะไม่มีวันอยากรู้เลยว่ามีตัวอะไรกำลังจะโผล่ออกมาจากประตูที่เมื่อกี้มันไม่เคยอยู่บนกำแพง! ใครที่ชอบความรู้สึกอ้างว้างชวนระแวงของ Backrooms บอกเลยว่าต้องเลิฟเล่มนี้แน่นอน
ฟัง (What To Listen To)
Ambient 1: Music For Airports
Ambient 1: Music For Airports โดย Brian Eno แม้ว่านี่จะเป็นอัลบั้มเพลงแอมเบียนต์ยุคเก่าสุดคลาสสิก แต่ท่วงทำนองของมันกลับมีพลังงานลึกลับที่อยู่เหนือกาลเวลามาก! ดนตรีจะให้ฟีลลิ่งเหมือนเรากำลังติดอยู่ใจกลางพื้นที่ที่ไร้ผู้คนและไม่มีรถเมล์เที่ยวสุดท้ายกลับบ้าน ไม่ว่าจะเป็นถนนร้าง ห้างที่ตายแล้ว หรือตึกออฟฟิศว่างเปล่า มันไม่ได้น่ากลัวแบบตุ้งแช่ แต่มันหลอนติดหูเหมือนความทรงจำที่เลือนลาง แถมสีสันบนหน้าปกอัลบั้มนี้ยังมาในเซ็ตโทนสีเหลืองมัสตาร์ดที่ถอดแบบความอึ้บของมิติ Backrooms มาเป๊ะ ๆ เลย
Between Two Worlds
Between Two Worlds ของ Infinity Frequencies ขอยกให้เป็นที่สุดของเพลงฟีลลิ่ง "ห้างสรรพสินค้ากำลังจะปิดทำการ" เลย ดนตรีเซ็ตนี้ถูกดีไซน์มาให้มีความผิดเพี้ยนและหน่วง ๆ เล็กน้อย ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเสียงเพลงที่เปิดวนลูปทิ้งไว้ผ่านระบบลำโพงเก่า ๆ ในตึกร้างที่ไม่มีใครย่างกรายเข้าไปมานานหลายทศวรรษ ฟังแล้วจับใจความรู้สึกของการหลงทางได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด มู้ดของเพลงจะทำให้คุณรู้สึกอยากนั่งลงกอดเข่าเหงา ๆ แล้วรอให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดินมาทักซะเหลือเกิน
กิน (What To Eat)
เค้กและขนมบาร์มะพร้าวสูตรฉ่ำเยิ้ม

อันนี้เป็นโบนัสพิเศษสำหรับคนที่ได้ดู Backrooms แล้ว นึกภาพขนมไส้มะพร้าวฉ่ำ ๆ เยิ้ม ๆ แฉะ ๆ เอาเป็นว่านั่นแหละ ถ้ารู้ ก็รู้แหละนะ
แปลและเรียบเรียงจาก : thegamer.com
ติดตามข่าวสารวงการบันเทิง ไลฟ์สไตล์อื่นๆ ได้ที่ Online Station