องค์กรไม่แสวงหากำไรที่มีชื่อว่า Kazoku Hikikomori Japan หรือ KHJ ซึ่งคอยให้ความช่วยเหลือและคำแนะนำแก่ชาวญี่ปุ่นที่ตกอยู่ในสภาวะ "ฮิคิโคโมริ (Hikikomori)" หรือผู้ตัดขาดตัวเองออกจากสังคมโดยสิ้นเชิง ได้เผยผลสำรวจที่พวกเขาได้จัดทำขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม 2025 - มกราคม 2026 ปรากฏว่าผลที่ออกมานั้นเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่งครับ
อนึ่ง ผลสำรวจเป็นการสอบถามกับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 280 ครอบครัวที่มีสมาชิกในบ้านเป็นฮิคิโคโมริ พบว่าอายุเฉลี่ยของคนที่อยู่ในสภาวะนี้กำลังเพิ่มสูงขึ้น โดยก่อนหน้านี้เคยมีการทำแบบสำรวจมาแล้วในปี 2014 ซึ่งตอนนั้นอายุเฉลี่ยของคนเป็นฮิคิโคโมริอยู่ที่ 33.1 ปี แต่ผลสำรวจล่าสุดได้บ่งชี้ว่าอายุเฉลี่ยได้กลายเป็น 36.9 ปี นอกจากนี้ข้อมูลยังระบุว่าผู้เป็นฮิคิโคโมริจำนวน 43.1% หรือเกือบครึ่งหนึ่งมีอายุเกิน 40 ปีเลยทีเดียว และมีอีกจำนวน 12.7% ที่มีอายุราว 50 ปีขึ้นไปด้วย

สำหรับผู้ที่เป็นฮิคิโคโมริส่วนใหญ่นั้นต้องพึ่งพาพ่อแม่ในเรื่องค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต ด้วยเหตุนี้การที่อายุเฉลี่ยของผู้เป็นฮิคิโคโมริเพิ่มสูงขึ้นจึงไม่ใช่แค่ปัญหาความลำบากทางเศรษฐกิจของคนวัยเกษียณที่ยังต้องทำงานต่อ หรือต้องพยายามเลี้ยงดูลูกที่ว่างงานด้วยรายได้คงที่ของครอบครัว แต่มันยังเป็นระเบิดเวลา เพราะเมื่อคนที่เป็นฮิคิโคโมริเหล่านี้มีอายุมากขึ้น พวกเขาจะไม่มีอะไรมารองรับเลยเมื่อพ่อแม่เสียชีวิตลง โดยอายุเฉลี่ยของสมาชิกในครอบครัวที่ต้องดูแลคนในบ้านที่เป็นฮิคิโคโมริคือ 66.3 ปี ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ๆ เช่นกัน แถมยังมีการพบเคสฮิคิโคโมริที่มีอายุ 60 ปี แล้วยังต้องอาศัยการดูแลจากพ่อแม่ที่มีอายุ 90 ปีอีกต่างหาก ถ้ามองจากความเป็นจริง รูปแบบการใช้ชีวิตลักษณะนี้แทบจะไม่สามารถยั่งยืนในระยะยาวได้เลย
ปัจจุบันมีการตั้งข้อสังเกตว่าคนที่เป็นฮิคิโคโมริมักมาจากสองสาเหตุใหญ่คือ "ถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียน" หรือ "ความกดดันจากการเรียน" มันเลยทำให้กระบวนการฟื้นฟูและช่วยเหลือถูกพุ่งเป้าไปที่กลุ่มวัยรุ่นเป็นหลัก ส่วนกลุ่มคนวัยทำงานที่มีพฤติกรรมชอบเก็บตัวกลับได้รับความสนใจน้อยกว่า

ขณะเดียวกัน ประเด็นเรื่องฮิคิโคโมริมักถูกมองว่าเป็นเรื่องภายในครอบครัวเสียเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงค่านิยมทางวัฒนธรรมที่ทำให้พ่อแม่ชาวญี่ปุ่นยินดีที่จะแบกรับภาระในการดูแลลูกที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้วมากกว่าพ่อแม่ในประเทศอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม เราปฏิเสธไม่ได้ว่าพ่อแม่ไม่สามารถดูแลหรือเลี้ยงดูลูกได้ตลอดไป ดังนั้นการช่วยเหลือฮิคิโคโมริวัยกลางคนให้กลับเข้าสู่สังคม หรือการทำให้พวกเขาสามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น จึงมีแนวโน้มที่จะมีความสำคัญอย่างยิ่งในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าครับ
แปลและเรียบเรียงจาก
https://www.asahi.com/articles/ASV4X3K3DV4XUTFL01DM.html?ref=tw_asahi
ติดตามข่าวสารวงการบันเทิง ไลฟ์สไตล์อื่นๆ ได้ที่ Online Station