วันนี้ซีรีส์ One Piece กลับมาสานต่อความยิ่งใหญ่บน Netflix อีกครั้งในซีซั่น 2 หลังจากซีซั่นแรกประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการถ่ายทอดโลกของกลุ่มโจรสลัดหมวกฟางในรูปแบบคนแสดง แต่พอเข้าสู่ซีซั่นนี้ แฟน ๆ น่าจะสังเกตเห็นว่าทิศทางของซีรีส์มีความเปลี่ยนแปลง และดูจัดจ้านขึ้นกว่าเดิมค่อนข้างมาก

เรื่องนี้ อาจารย์เออิจิโระ โอดะ ผู้สร้างสรรค์ตำนานวันพีซ ได้ออกมาอธิบายผ่านพอดแคสต์ทางการของซีรีส์ว่า เมื่อลูฟี่และพรรคพวกก้าวเข้าสู่ "แกรนด์ไลน์" เรื่องราวก็จะยิ่งทวีความหลุดโลกมากขึ้น ลูฟี่และผองเพื่อนจะต้องเจอทั้งเกาะแปลก ๆ รวมถึงมิตรและศัตรูหน้าใหม่มากมาย ซึ่งการใส่ความแฟนตาซีแบบจัดเต็มนี้คือ "ความตั้งใจ" ของทีมงาน
อาจารย์โอดะเล่าว่า ในซีซั่นแรก ทีมงานเน้นปูพื้นฐานเรื่องราวให้มีความเป็นมนุษย์และจับต้องได้เป็นหลักก่อน แต่สำหรับซีซั่น 2 อาจารย์ได้บอกกับทีมงานว่า เราต้องเริ่ม "ปล่อยของ" และดึงความแฟนตาซีจากมังงะออกมาได้แล้ว เพื่อให้ลูฟี่สามารถต่อกรกับศัตรูระดับพระกาฬได้อย่างสมเหตุสมผล และเป็นการทำให้ผู้ชมเริ่มชินกับความแปลกประหลาดที่จะตามมาในอนาคต

นอกจากนี้ การปรับโทนเรื่องให้แฟนตาซีขึ้น ยังทำให้อาจารย์โอดะทำงานกับเวอร์ชันคนแสดงได้อย่างไหลลื่นกว่าเดิมด้วย อาจารย์ยอมรับว่าตอนทำซีซั่นแรก เขายังยึดติดกับภาพลูฟี่ในมังงะอยู่มาก เวลามีการเขียนบท จึงมักจะคอยเบรกทีมงานว่า "ลูฟี่จะไม่พูดหรือทำอะไรแบบนี้หรอก"
แต่พอได้เห็นการแสดงของ อินยากี โกดอย (Iñaki Godoy) ในฟุตเทจที่ถ่ายทำจริง เขาก็ต้องเปลี่ยนความคิด เพราะอินยากีสามารถถ่ายทอดความเป็นลูฟี่ในแบบของตัวเองออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมและเอาอยู่จริง ๆ ตอนนี้ทั้งอาจารย์และทีมงานจึงมีภาพจำตรงกันแล้วว่า ลูฟี่ฉบับคนแสดงนี้สามารถทำอะไรได้หรือไม่ได้บ้าง

แม้ซีซั่น 2 จะมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดบางอาร์คจากต้นฉบับไปบ้าง (เช่น ฉากลูฟี่ร้องเพลงกับลาบูน) แต่ก็ถือว่าเป็นการรักษาสมดุลที่ลงตัว ระหว่างความสมจริงแบบซีซั่นแรก ควบคู่ไปกับจิตวิญญาณความกาวสุดป่วนแบบต้นฉบับ ซึ่งตอนนี้ซีซั่น 3 ก็กำลังอยู่ในขั้นตอนการผลิตแล้ว มารอติดตามกันครับว่าการผจญภัยครั้งต่อไปจะมันส์ทะลุปรอทขนาดไหน!
แปลและเรียบเรียงจาก
ComicBook
ติดตามข่าวสารวงการบันเทิง ไลฟ์สไตล์อื่นๆ ได้ที่ Online Station