ใครจะไปคิดว่าความทุ่มเทแต่งคอสเพลย์ให้คล้ายกับต้นฉบับมากที่สุดจะกลายเป็นประเด็นดราม่าเดือดข้ามประเทศไปได้! โดยเรื่องนี้เกิดขึ้นเป็นควันหลงจากงาน Comiket ที่จัดขึ้นแบบสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เมื่อคอสเพลย์เยอร์ชาวญี่ปุ่นท่านหนึ่งได้แต่งตัวเป็น "Mohammed Avdol" (โมฮัมเม็ด อับดุล) ตัวละครผู้ใช้สแตนด์สุดเท่จาก JoJo’s Bizarre Adventure: Stardust Crusaders



แน่นอนว่าเพื่อความสมจริงขั้นสุด พี่แกก็จัดเต็มทาสีผิวให้เข้มขึ้นเพื่อให้เหมือนกับคาแรคเตอร์ต้นฉบับเป๊ะ ๆ แต่พอภาพนี้ถูกแชร์ออกไปในโลกออนไลน์ กลับมีชาวเน็ตฝั่งตะวันตกบางส่วนเข้ามาคอมเมนต์วิจารณ์อย่างหนักว่าการทำแบบนี้คือ "Blackface" หรือการทาหน้าดำเพื่อล้อเลียนคนผิวดำ ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่เหยียดเชื้อชาติรูปแบบหนึ่ง
โดยคอมเมนต์จากฝั่งที่ไม่เห็นด้วยระบุว่า:
- "รู้แหละว่าไม่ได้มีเจตนาไม่ดี แต่การทาหน้าดำมันคือ Blackface และมันเหยียดมากนะ"
- "คอสเพลย์จะดีกว่านี้มากถ้าไม่ทาตัว ถ้าตัวละครผิวเข้มกว่าคุณ คุณห้ามทาสีผิวเด็ดขาด"
- "บอกทีสิเพื่อน ว่านายไม่ได้ทาตัวดำเพื่อคอสเพลย์น่ะ... ถ้านายจะคอสตัวละครผิวเข้ม ปล่อยสีผิวธรรมชาติไว้ดีกว่า การทาตัวมันคือ Blackface"
แม้ว่าคอมเมนต์เชิงลบเหล่านี้มีจำนวนไม่มากนัก แต่กลับกลายเป็นเชื้อไฟชั้นดี เพราะหลังจากนั้นมีชาวเน็ตจำนวนมหาศาลแห่เข้ามาปกป้องคอสเพลย์เยอร์รายนี้ มองว่าคนที่มีปัญหานั้นอ่อนไหวเกินไป จนภาพและเรื่องราวของเขากลายเป็นไวรัลไปทั่วโซเชียล
ประเด็นนี้ยิ่งเดือดขึ้นไปอีก เมื่อมีทวีตไวรัลที่ออกมาตั้งคำถามกลับไปยังกลุ่มที่วิจารณ์ โดยเปรียบเทียบกับเทรนด์ของศิลปินฝั่งตะวันตกบางกลุ่ม ที่มักจะนำตัวละครมังงะหรืออนิเมะญี่ปุ่นมาวาดใหม่ให้มีผิวสีดำ (Blackwashing) แล้วบอกว่านี่คือการ "Fix" (แก้ให้ดีกว่าต้นฉบับ) หรือทำเพื่อความหลากหลาย (Representation)

ข้อความจากฝั่งชาวเน็ตที่ออกมาโต้แย้งระบุว่า:
- "ทีตัวเองเอารูปการ์ตูนญี่ปุ่นไปเปลี่ยนสีผิวเป็นคนดำเพื่อความสนุกบอกไม่เป็นไร แต่พอคนญี่ปุ่นทาตัวดำเพื่อคอสเพลย์ให้เหมือนต้นฉบับ ดันบอกว่าเหยียด?"
- "เข้าใจประวัติศาสตร์นะว่า Blackface มันเคยถูกใช้เพื่อล้อเลียน แต่ในกรณีนี้เขาแต่งเพราะชื่นชอบและเคารพต้นฉบับ ไม่ได้ทำเพื่อล้อเลียนสักหน่อย"
- "ตรรกะมันดูย้อนแย้งนะ ทีเอาคาซึมิ (Misty) มาวาดเป็นผิวเข้มทำได้ แต่พอจะระบายสีรูรินะ (Nessa) ให้สว่างขึ้นเพราะแสงในภาพ ดันบอกห้ามทำ"

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึง 'กำแพงวัฒนธรรม' ที่แบ่งแยกและทำให้ผู้คนมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันอย่างแท้จริง ฝั่งหนึ่งก็ถือเรื่องประวัติศาสตร์และการเหยียดเป็นเรื่องใหญ่และละเอียดอ่อนมาก ในขณะที่อีกฝั่งก็มองที่เจตนาบริสุทธิ์และความทุ่มเทเพื่อให้เหมือนตัวละครที่รักที่สุด กลายเป็นโจทย์ยากที่ทำให้ชาวเน็ตทั่วโลกต้องถกเถียงหาจุดกึ่งกลางกันต่อไปอีกยาว ๆ เลยล่ะครับ
แปลและเรียบเรียงจาก
Vocesabianime
ติดตามข่าวสารวงการบันเทิง ไลฟ์สไตล์อื่นๆ ได้ที่ Online Station