ขออภัยในความล่าช้าไปมากจริงๆ (อีกรอบ) ครับสำหรับบทสัมภาษณ์พิเศษ 7 สาว CGM48 รุ่น 4 ในซิงเกิลเดบิวต์ "สิ้นสุดทางแพ้" ที่นอกจากจะสื่อถึงความความพยายามตามฝันแม้จะพ่ายแพ้สักกี่ครั้ง ก็ยังเป็นการค้อนรับยุคสมัยใหม่ของ CGM48 ที่ไม่มีรุ่น 1 อย่างเป็นทางการ
โดยในบทสัมภาษณ์นี้เราได้นั่งคุยกับ 7 สาวสมาชิก CGM48 รุ่น 4 ณิชา, เอลส์, หงษ์หยก, ปลายฟ้า, วาเลนไทน์, ชีเน่ และ สตางค์ปอนด์ ทั้งประเด็นของเพลง และความกดดันที่ไม่มีรุ่นหนึ่ง ความเบียวที่กักเก็บอยู่ภายใน และ "ความมุ่ง" จะเป็น CGM48 ที่หลอมรวมพวกเธอให้เป็นหนึ่งเดียวกัน เพราะว่าสิ่งนี้ก็คือ "สิ่งที่คนขี้แพ้สามารถทำได้" เพื่อไม่ให้เสียเวลาก็ตามมาอ่านกันได้เลยครับ
แนะนำตัวสมาชิก CGM48 รุ่น 4 ทั้ง 7 คน
- สตางค์ปอนด์ สาวลำปาง อายุ 17 ปี ชอบเล่นเกม ดู YouTube ดู OS และชอบ "พี่ชาโม่"
- วาเลนไทน์ สาวเชียงใหม่ อายุ 17 ปี ชอบดูอนิเมะและอ่านนิยาย
- ปลายฟ้า สาวเชียงใหม่ อายุ 13 ปี ชอบเล่นกีต้าร์กับ Roblox
- เอลส์ สาวกรุงเทพ อายุ 22 ปี ชอบนอน ดูซีรีส์เกาหลี และเล่นเกม
- ณิชา (เซนเตอร์) สาวอยุธยา อายุ 16 ปี ชอบเต้น ดูการ์ตูนดิสนีย์ แต่ช่วงนี้อิน ดาบพิฆาตอสูร เป็นพิเศษ
- หงษ์หยก สาวระยอง อายุ 21 ปี ชอบเล่นเกมตีป้อม ดูอนิเมะ และอ่านมังงะ ชอบแนวต่อสู้กันเป็นพิเศษ
- ชีเน่ อายุ 18 ปี สาวนครสวรรค์ ชอบตามไอดอล ชอบพี่ป็อบเปอร์ ฟังเคป็อป ดูโปเกมอน และชอบลูคาริโอ้

ทั้ง 7 คนมาสมัคร CGM48 กันได้ยังไง?
สตางค์ปอนด์ - ชอบ CGM อยู่แล้วค่ะ พยายามสมัครมาโดยตลอด เป็นวงที่ชอบที่สุดเลยค่ะ
วาเลนไทน์ - ชอบอยุ่แล้วเหมือนกันค่ะ แต่ช่วงแรกอายุยังไม่ถึงเลยไม่ได้สมัคร ทีนี้พอสมัครได้แล้วก็สมัครมาโดยตลอดเลยค่ะ เป็นสายมุ่งเหมือนกัน
ปลายฟ้า - เป็นคนชอบร้องชอบเต้นชอบขึ้นเวทีมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วค่ะ รู้จักวงจากพี่สาวค่ะ แล้วก็เลยตามมาด้วยกัน พอมาถึงรุ่นนี้อายุก็ถึงแล้ว หนูรู้สึกว่าตัวเองก็พร้อมแล้วเลยสมัครค่ะ
เอลส์ - หนูชอบในไวบ์เพลงของ CGM ค่ะ แต่คือจริงๆ หนูก็ตามตั้งแต่ BNK แล้ว แค่ตอนรุ่น 1 หนูไม่ได้สมัครเพราะเรียนแบบใช้ทุนอยู่ เลยส่งนีนี่เพื่อนหนูมาสมัครแทน แต่พอตั้งแต่ช่วงรุ่น 2 เป็นต้นมาหนูก็สมัครอยู่ตลอดค่ะ แล้วก็มาได้ตอนรุ่น 4 รู้สึกดีใจมากค่ะ แค่ว่าพอหนูได้เข้ามาแล้ว นีนี่เพื่อนหนูก็หมดสัญญาพอดี เลยได้ร่วมงานกันแป๊บเดียว แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ เรายังมีโอกาสได้เจอกันในพาร์ทอื่นๆ อยู่
ณิชา - ชอบอยู่แล้วค่ะ สมัครมาตั้งแต่ BNK รุ่น 4 เลย ตอนแรกหนูว่าจะสมัครแค่ BNK แต่พอ CGM เปิดรุ่น 3 ปุ๊บ ก็เลยลองดู ตอนนั้นติดแค่แคนดิเดต แต่มันก็ทำให้เรารู้สึกเอ๊ะ หรือว่าจะถูกโฉลกกับเชียงใหม่นะ แล้วก็เลยมาติดที่รุ่น 4 นี้ค่ะ
หงษ์หยก - หนูชอบ 48 มานานมากแล้วค่ะ ฟัง AKB มาตั้งต่เด็กเลย พอมีที่ไทยก็รู้สึกว่าอยากเป็นส่วนหนึ่งในนั้น คือตามออดิชั่นมาตั้งแต่ BNK รุ่น 3 พอมี CGM เราก็ปิ๊งไอเดียว่าอยากลองย้ายมาอยู่เชียงใหม่ เพราะหนูเองก็ชอบเชียงใหม่มากๆ เหมือนกัน ก็เลยลองสมัคร CGM ค่ะ
ชีเน่ - หนูเป็นแฟนคลับมาก่อนค่ะ มาตามพี่ป็อปเปอร์ มีพี่เขาเป็นแรงบันดาลใจ อยากลองเป็นไอดอลดู ก็เป็นช่วงที่ CGM เปิดรับสมัครพอดี แล้วหนูก็ชอบสไตล์เพลงเย็นๆ แบบภูเขาแม่น้ำของที่นี่ด้วย ก็เลยมาสมัครค่ะ

ยุคนี้เป็นยุคที่ T-Pop ถือว่าค่อนข้างรุ่งเรืองเลย ตัวเลือกมากมายเยอะแยะไปหมด ทำไมถึงเป็น CGM... จริงๆ นี่เป็นคำถามตามสคริปต์แต่เหมือนความเป็นเดอะมุ่งของพวกเรามันตอบมาหมดแล้ว ก็เลยถามใหม่แล้วกันว่าความพิเศษของ CGM มันคืออะไร ทำไมถึงดึงดูดให้พวกเรามาเป็นส่วนหนึ่งของมัน?
สตางค์ปอนด์ - คือหนูก็ชอบ CGM น่ะค่ะ (หัวเราะ) ได้เข้ามาเจอคนที่หนูชอบ ได้ใส่เสื้อผ้าน่ารักๆ มันคือสิ่งที่คิดแบบง่ายๆ เลยค่ะ
วาเลนไทน์ - ที่นี่เหมือนมีความเป็นโรงเรียนน่ะค่ะ เป็นสถานที่ที่รวมเหล่าเด็กมีความฝัน แลวก็ชอบอะไรเหมือนๆ กัน มันน่ารักดีอยู่ด้วยกันแล้วอบอุ่น แล้วก็มีโอกาสได้คุยกับแฟนคลับบ่อย คือหนูชอบการได้คุยกับผู้คน แล้วเมมเบอร์ที่ชอบก็อยู่ในวงค่ะ
ปลายฟ้า - ชอบการที่มีคนหลายรุ่นอยู่ด้วยกันค่ะ มีความเป็นวงค่ะ เพราะว่า อืม... เพราะว่าชอบค่ะ อีกอย่างคืออยากเข้ามาเจอพี่ๆ ที่เคยเห็นแต่ในจอมือถือด้วยค่ะ ก็เลยอยากเข้ามาที่นี่
เอลส์ - ความรู้สึกหนูคือวงนี้มีความแตกต่างจากวงอื่นๆ มันมีความอ่อนโยนละมุนๆ ให้ความรู้สึกเหมือนได้อยู่ในอ้อมอกของความปลอดภัย เหมือนได้อยู่ในเซฟโซน แล้วก็เพลงเพราะ คือหนูชอบเพลงสไตล์นี้มากๆ ฟังสบายๆ อย่างตอนนั้น หนูได้ฟังเพลง 2565 ตอนกำลังขึ้นเขาพอดีแล้วมันเข้ากันสุดๆ CGM เลยกลายเป็นวงที่พิเศษสำหรับหนู อีกอย่างคือ เป็นวงที่มีกิจกรรมตลอด ก็เลยเข้าถึงแฟนคลับได้ค่อนข้างบ่อย ก็เลยว่านี่แหละ ทางของเราเลย
ณิชา - หนูว่าวงนี้มีความต่างจาก T-Pop ทั่วไปมากๆ เลย อย่างเรื่องกิจกรรมใช่ไหมคะ วงอื่นก็อาจจะไม่มีงานแบบพวกทูช็อต งาน จับมือ หรืองานเลือกตั้ง เรารู้สึกว่ามันมีอะไรให้สนุกตื่นเต้นอยู่ตลอด ซึ่งพอพูดถึงความตื่นเต้น ก็ยังมีเรื่องของเซมบัตสึ หรือมีการเลือกเซนเตอร์แต่ละเพลง มันน่าจะเป็นอะไรที่ทำให้เราอยากพัฒนาตัวเองตลอดเวลา เหมือนมีแรงผลักดัน แล้วพอเอาเพลงญี่ปุ่นมาแปล หนูก็จะลุ้นอยู่ตลอดเลยค่ะ ว่าจะเอาเพลงอะไรมา ตื่นเต้นดี แล้วก็ชุดน่ารักมากๆ ด้วยค่ะ
หงษ์หยก - ความเป็น CGM ที่แค่อยู่เชียงใหม่ก็พิเศษแล้ว เพราะสำหรับหนู CGM ได้รวมเอาวัฒนธรรมและอะไรหลายๆ อย่างมาใส่ในตัววงเยอะมาก ซึ่งนั่นทำให้มีความต่างจากวงอื่น มีเอกลักษณ์มากๆ ค่ะ แล้วก็มีกิจกรรมในรูปแบบที่แตกต่างออกไป และถ้ามีการเปิดเพลง CGM ขึ้นมาท่ามกลางเพลงวงอื่น หนูก็รู้สึกว่าเพลงของ CGM จะโดดเด่นขึ้นมาเลย ด้วยเอกลักษณ์แล้วก็ความชัดเจนค่ะ แต่สิ่งที่ทำให้ตัดสินใจมาอยู่ตรงนี้ง่ายขึ้นก็คือการที่ปกติแล้วเราจะได้ถ่ายรูปกับเมมเบอร์จากงานทูช็อต เราก็แบบจะดีกว่าไหมหากเราเข้ามาเป็นเมมเบอร์เองเลยแล้วก็จะได้ไปทูซ็อตกับเมมเบอร์ที่เราชอบแบบใกล้ชิดกว่าเดิม แถมกี่รูปก็ได้ค่ะ (หัวเราะ)
ชีเน่ - หนูชอบไวบ์ของ CGM มากๆ อยู่แล้วค่ะ ชอบความเป็นภาคเหนือ สาวเหนือ ดูน่ารักเป็นเอกลักษณ์ แล้วเพลงก็เย็นๆ ฟังสบายๆ หนูเลยชอบวงนี้มากๆ แถมพี่ๆ รุ่นก่อนๆ ก็มีการเต้นการเพอร์ฟอร์มที่ดีมาก แถมรายละเอียดก็เยอะหลายๆ เพลง ยังมีการแสกซอด เอ้ย! สอดแทรก (หัวเราะ) ท่ารำเข้าไปด้วย มันว้าวมากๆ เลยค่ะ







นิยามของรุ่น 4 ในความคิดพวกเราคืออะไร?
เอลส์ - คือหนูคิดว่านิยามของเรามันค่อนข้างชัดเจนค่ะ ก็เลยออกมาเป็นเพลงสิ้นสุดทางแพ้นี่แหละ คือ ถ้าดูจากพวกเรา 7 คนนะคะ ทุกคนคือมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันเลยก็คือความพยายามค่ะ ทุกคนแบบพยายามมากๆ พยายามที่จะเข้ามาในวงแล้วก็แบบ แต่ละคนก็ยังมีแพสชั่นคล้ายๆ กันอีก เพราะเหมือนกับทุกคนเองก็เป็นแฟนคลับกันมาก่อน เพื่อจะมุ่งเข้ามาอยู่ที่นี่ เป็นสายมุ่งกันจริงๆ ค่ะพวกเรา แต่ว่าเรายังมีความพยายามจะฝึกฝนเพื่อพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ด้วย หนูคิดว่านี่คือจุดแข็งและเป็นนิยามของรุ่นเราจริงๆ
พูดถึงเพลงสิ้นสุดทางแพ้กันหน่อย?
ณิชา - ก็เพลงนี้เป็นเพลงที่ความหมายดีมากๆ เหมือนกับไม่ว่าใครจะท้อเรื่องอะไรอยู่ก็ตาม ก็ไม่จําเป็นต้องสู้เพื่อความฝันก็ได้ อาจจะเป็นการเรียนการงานหรือทุกเรื่องเลยค่ะ มันเป็นเพลงที่พูดถึงว่าถ้าหากแม้เราอาจจะพยายามกับตรงนี้มากๆ พยายามสู้แล้วแต่ว่าเหมือนมันก็ยังไม่ได้สักทีใช่ไหมคะ เพลงนี้ก็จะเหมือนเป็นเพื่อนคุณค่ะ เพราะตัวละครในเพลงก็จะบอกเหมือนกัน พยายามเต็มที่แล้วแต่ยังไม่ถึงจุดหมายสักที แต่หากเราไม่หยุด สักวันก็อาจจะถึงฝั่งฝันแน่นอนค่ะ แบบแค่พยายามต่อไปไม่ล้มเลิก ก็จะสิ้นสุดทางแพ้แน่นอน
ลองพูดท่อนสุดท้ายใน MV ให้ฟังหน่อย
ณิชา - ชั้นถูกเรียกว่าเป็นคนขี้แพ้มาโดยตลอด ชั้นเองก็คิดว่าตัวเองเป็นคนขี้แพ้มาตลอดเหมือนกัน เราคงเปลี่ยนอะไรไม่ได้หรอก แม้ฉันจะพยายามอย่างเต็มที่แล้ว แต่ฉันก็จะลองทําดูนะ ทําไมสิ่งที่... คนขี้แพ้สามารถทําได้ (หัวเราะ)
แล้วในความคิดเรา เพลงนี้มันเหมาะกับใคร?
ณิชา - คิดว่าเหมาะกับคนที่กําลังท้อแท้ค่ะ แบบคนที่กําลังจะหมดไฟอะไรอย่างงี้ อือ พอฟังแล้วมันก็จะฮึกเหิมแน่นอน ไม่ว่าคนแบบไหนก็ฟังได้นะคะ ถึงคุณจะมีไฟอยู่แล้วพอฟังเพลงนี้ก็อาจจะมีไฟเพิ่มมากกว่าเดิมก็ได้นะคะ แบบกำลังใจเพิ่มขึ้นมา

ใน MV มีหลายๆ ช็อตน่าสนใจ แต่ละคนชอบซีนไหนกันบ้าง?
สตางค์ปอนด์ - ชอบช็อตที่รุ่นพี่หันหลังกลับมา แบบว่าไปด้วยกันนะอะไรแบบนี้ มันทำให้รู้สึกว่ามีไฟค่ะ
วาเลนไทน์ - ชอบทุกซีนที่มีคามิหนูอยู่ในเพลงค่ะ ก็คือพี่ปิ๊งค่ะ คือถึงแม้พี่เขาจะมีได้อยู่ในเพลงนี้แต่แรก หนูก็พยายามจะให้มีพี่เขาให้ได้ อย่างกระเป๋าใน MV หนูก็ติดเข็มกลัดหน้าพี่เขาไว้ หรืออย่างฉากของหนูเองที่ต้องดู MV คาเซะ โวะฯ หนูก็พยายามกรอไปในซีนที่มีพี่เขาในจังหวะที่ทีมงานจะถ่ายค่ะ (หัวเราะ)
ปลายฟ้า - ก็ชอบฉากที่มีรุ่นพี่เหมือนกันค่ะ แบบว่าตอนที่เรากําลังวิ่งแล้วมีรุ่นพี่แต่ละคนมาวิ่งด้วยทั้ง 3 รุ่นเป็นตัวแทนเซ็นเตอร์ของแต่ละรุ่นใช่มั้ยคะ พอวิ่งไปแล้ว ฉากที่เราเหนื่อยแล้วพี่สิตาก็ค่อยๆ หายไปค่ะ ก็เหมือนกับตอนนี้ที่เราพึ่งเดบิวต์ แต่ว่าพี่ๆ รุ่นหนึ่งก็หมดสัญญาเอาไปแล้วอะค่ะ แต่ว่าสุดท้ายเราก็ยังไม่หยุดวิ่งค่ะ แล้วก็จะวิ่งต่อไป เพราะพี่ๆ ส่งไม้ต่อไว้ เราก็จะทำให้เต็มที่ค่ะ
เอลส์ - จริงๆ หนูก็ชอบช็อตเดียวกับกับน้องๆ ค่ะ แต่ว่าก็มีอีกช็อตที่ชอบค่ะ เป็นซีนโซโล่ของหนูกับณิชาคือแบบภาพมันสวยมาก มันมีความแบบหมุนไปหมุนมา เก๋เลยล่ะ แล้วก็เท่ห์ด้วยค่ะ แล้วหนูก็ชอบความฉวัดเฉวียนของมุมกล้องมีความพลิ้ว เข้ากับมู้ดตอนนั้นมากค่ะ
ณิชา - ของหนูมี 2 ฉากที่ชอบค่ะ มันเป็นซีนต่อเนื่องกัน ฉากแรกคือตอนโดนลูกยางตกใส่ คือมันเป็นลูกยางที่รุ่นพี่ยิงมา เหมือนกับว่าถึงเวลาหาคนมาสืบทอด อีกฉากคือตอนท้ายที่พี่เขาวางลูกยางไว้ คล้ายๆ กับรอคนมาหยิบไป เป็นการส่งสตอรี่ต่อ มันเท่มากเลยค่ะ หนูชอบ
หงษ์หยก - หนูชอบทุกฉากเลยค่ะ แต่ที่ชอบเป็นพิเศษคือชอบการที่เขาตัดให้มันเหมือนเรากำลังอ่านมังงะอยู่แบบว่ามันดูเบียวๆ ดี แล้วก็อีกช็อตที่ชอบเป็นช็อตที่เพลินเซนเตอร์รุ่นที่ 3 ค่ะ ยื่นมือมาให้พวกเราแบบมันเหมือนช็อดในมังงะที่พูดว่า "นายเองก็เป็นไอดอลได้นะ" คือแบบเฮ้ย! ใจเต้นมากเลยค่ะ
ชีเน่ - ชอบ 2 ซีนค่ะ คือเป็นซีนที่เดินไปกับพี่หงษ์หยก แล้วจริงๆ คือซีนนั้นเรา 2 คนซ่อนไอดอลที่เราชื่นชอบไว้ที่กระเป๋าเหมือนกัน คือมีเข็มกลัด พวงกุญแจ ติดอยู่ที่กระเป๋าอะไรอย่างเงี้ยค่ะ อีกซีนก็เป็นตอนเดินเหมือนกัน แล้วเห็นลูกยางที่พื้น พอเก็บขึ้นมาก็เห็นรุ่นพี่ยิ้มให้ เป็นซีนที่น่ารักมากค่ะ แบบใครจะคิดว่าแค่เก็บลูกยางก็เจอจะไอดอลยิ้มให้ คือมันสื่อความหมายดีค่ะ







ญิชา เซนเตอร์คนแรกของรุ่น รู้สึกยังไงบ้าง?
ณิชา - รู้สึกดีใจมากเลยค่ะ ตอนรู้ก็คือแบบร้องไห้เลย เราคิดว่าที่ตรงนี้มันแอบยาก แล้วก็ยิ่งใหญ่สําหรับหนูมาก พยายามทําออกมาให้เต็มที่ค่ะ ตอนนี้เราก็คิดว่าทำออกมาได้ดีนะ ดีใจที่ได้รับตำแหน่งนี้แล้วก็ชอบมันมากๆ เลยค่ะ
สเตจเดบิวต์ตอนงานนิปปอนฮาคุเป็นไงกันบ้าง?
สตางค์ปอนด์ - ก็ตื่นเต้นมากตอนเดินขึ้นไปค่ะ คือหนูก็รู้ว่านิปปอนมันเป็นงานใหญ่ เป็นงานญี่ปุ่นที่คนซึ่งชื่นชอบในความเป็นญี่ปุ่นก็จะมากันใช่ไหมคะ ตอนนั้นหนูก็เลยคิดว่าแบบเออเดี๋ยวขึ้นเวทีไปจะเบียวให้สุดเลยเพราะว่าคนที่ชอบญี่ปุ่นน่ะก็ต้องเข้าใจพวกเราอยู่แล้ว ความเบียวนี่แหละมันคือสุดยอดอารยธรรม มันคือคัลเจอร์ค่ะ แล้วพอเห็นคนมาดูเยอะแยะก็ดีใจและตื่นเต้นมากจริงๆ และก็มีหลายคนเหมือนกันที่บอกว่าโดนตกจากงานที่นิปปอนด้วยค่ะ
วาเลนไทน์ - งานนิปปอนคนมาเยอะมากจริงๆ ค่ะ คือตอนแรกหนูรู้อยู่แล้วว่านิปปอนเนี่ยปกติแบบคนจะเยอะ แต่ว่าพอขึ้นไปเห็นภาพที่มองลงมาจริงๆ ก็คือเยอะมากๆ เยอะแบบว่าโอ้โหล้นไปเลยอะไรอย่างเงี้ยค่ะ แล้วเสียงเชียร์ก็ดังมากๆ หนูชอบสุดๆ เลยแบบว่าคือเมื่อก่อนมันจะได้ยินเสียงเชียร์ใช่ไหมคะ แต่ว่าตอนที่เราโฟกัสกับเพลงมันจะได้ยินแค่เบาๆ แต่อันนี้ไม่เลยค่ะ ต่อให้โฟกัสกับเพลง เสียงเชียร์ก็ดังขึ้นมาแล้วเราก็จะฮึกเหิมมีแรงเต้นต่อ ได้ยินคนตะโกนชื่อ เห็นป้ายไฟชื่อเรา น่ารักมากๆ รู้สึกว่ามีคนมาให้กำลังใจเราเยอะแยะเลย
ปลายฟ้า - ก็ตื่นเต้นค่ะ เป็นเวทีที่ใหญ่มากๆ แล้วก็คนเยอะมากด้วย มีทั้งคนที่เป็นแฟนคลับและไม่ใช่แฟนคลับเรา คนที่ไม่ค่อยไม่รู้จักเราก็มี คนใหม่ๆ ได้มาดูเราเยอะมากเลยค่ะ ก็ดีใจที่ได้เดบิวต์ในงานนี้ บางคนหนูเห็นว่าแบบร้องไห้เลย ก็รู้สึกดีใจที่ส่งต่อออกไปได้ดีค่ะ
เอลส์ - คือปีนี้งานนิปปอนหนูก็รู้ว่าจัดที่ใหม่ใช่ไหมคะก็คือศูนย์สิริกิตแล้วมันก็ใหญ่ขึ้นมาก มันก็เพิ่มความตื่นเต้นของเราเพราะว่าแบบปกติหนูคิดว่างานนิปปอนมันก็ยิ่งใหญ่อยู่แล้ว เพราะว่าวงก็ไปแสดงแทบทุกปีเลย พอปีนี้เปลี่ยนเป็นที่ใหญ่ขึ้นหนูก็แบบ มายก็อด แล้ววงที่ขึ้นก่อนเราเขาก็ค่อนข้างที่จะแมสแล้ว วงหลังเราก็แมสเหมือนกัน แล้วก็แบบเออคนมันจะเยอะขนาดไหน พอขึ้นไปบนเวทีมันก็เลย โอ้ มาย ก็อดดด กล้องก็เยอะ แฟนคลับก็เยอะ ป้ายไฟเอย เสียงเชียร์ก็ดังมากๆ ยิ่งพอเป็นเพลงเดบิวต์ของพวกเราก็คือหนูสนุกมากๆ ไม่เหนื่อยเลยทั้งๆ ที่เต้นทั้งเพลง แล้วพอถึงท่อนที่ต้องพูดกัมบาเร่ทุกๆ คนก็ตะโกนตามมาด้วย สนุกมากๆ เลย เอ็มวีก็ดีเลยค่ะ ทั้งๆ ที่เป็นคนร้องไห้ยาก แต่หนูเกือบร้องไห้เลยตอนนั้น แต่ว่าฮอปไว้ (หัวเราะ)
ญิชา - เอาจริงๆ ตอนขึ้นเวทีเพลงเดบิวต์คือตื่นเต้นมากค่ะ ขาลั่นเลย แบบสิ่งที่เราเตรียมมาตั้งนานกำลังจะได้โชว์แล้วอะไรอย่างงี้ คือครั้งแรกมันก็มีครั้งเดียว เราเองก็อยากทำให้เต็มที่ แฟนคลับที่มาดูก็เยอะมาก ทุกคนพร้อมส่งกําลังใจเชียร์ แถมเอเนอร์จี้พวกเราเยอะอยู่แล้วอะค่ะ เลยเต้นใส่สุดมากแบบร้อยเปอร์เซ็นต์เลย แล้วแฟนคลับเหมือนส่งกลับมาร้อยยี่สิบ ร้อยสี่สิบ แล้วก็เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ จนหนูรองเท้าหลุด (หัวเราะ) แต่ก็สนุกดี เก๋ด้วยแมสด้วย
หงษ์หยก - หนูมีเสียงในหัวเยอะแยะเต็มไปหมดเลยค่ะ คือหนูรู้สึกว่าแบบ อุ๊ย คนมาเยอะมากแบบเยอะแบบว้าวแออัดเลย มันเยอะกว่าที่คิดคือตอนแรกจินตนาการไว้ก็เยอะประมาณนึง แต่ว่ามันเยอะกว่าที่คิดมากๆ ทีนี้คือตอนก่อนขึ้นครูก็บอกว่าถ้าเราตื่นเต้นเพราะคนเยอะมากมันก็จะมีผลลัพท์อยู่ 2 แบบก็คือเราอะจะเต้นดรอปลงหรือจะเต้นหนักขึ้น หนูเป็นพวกที่ 2 และหนูก็เชื่อว่าพวกเราทุกคนเป็นพวกที่ 2 เพราะตอนอยู่บนเวทีคือสนุกมากๆ พอหนูย้อนกลับมาดูก็คือไลน์เต้นหนูใหญ่มากแบบก้าว 2 ทีถึงเชียงใหม่เลย รู้สึกว่าเต้นได้อลังการมาก และหนูก็ดีใจที่เพื่อนๆ เต้นอลังการไปด้วยกัน
ชีเน่ - หนูก็รู้สึกตื่นเต้นมากๆ เพราะว่าจริงๆ แล้วครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกของซีจีเอ็มด้วยที่ได้ขึ้นงานนิปปอนฮาคุแล้วไม่ใช่แค่รุ่น 4 แต่รวมถึงรุ่นพี่ทุกคนด้วย ก็เลยรู้สึกว่าดีใจแล้วก็ตื่นเต้นมากๆ แบบรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้เป็นเวทีเดบิวต์ด้วย เป็นครั้งแรกที่เราจะได้ร้องเพลงของตัวเองแล้ว ไม่ใช่แค่เพลงของรุ่นพี่ ก็เลยยิ่งตื่นเต้น แถมแฟนคลับก็มาให้กําลังใจเยอะมากๆ ตั้งแต่กิจกรรมอื่นๆ ก่อนขึ้นเวทีเลย พอถึงตอนแสดงเพลงเดบิวต์ก็เลยใส่เต็มสุดๆ ดีใจมากๆ ค่ะ


วันนี้เราไม่มีรุ่น 1 อยู่แล้ว กดดันกันมั๊ย หรือว่าพวกเรามีความตั้งใจอะไรยังไงกันบ้าง?
สตางค์ปอนด์ - ก็มีความกดดันมากค่ะ ว่าแบบเขาก็ออกไปแล้วอะไรอย่างงี้ใช่มั้ย ตัวเราเองก็มีความผูกพันกับรุ่น 1 พอสมควร เพราะพวกเรา 7 คนก็แบบชอบรุ่น 1 กันมากๆ แล้วก็เข้ามาทันพวกเขาด้วยแป๊บหนึ่ง ก็แอบหวงอยู่แล้วที่ไม่มีพวกเขา แต่เราก็ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะทําให้ซีจีเอ็มไปต่อได้ แล้วก็จะทําให้ทุกคนที่พูดว่าถ้ารุ่นหนึ่งออกแล้ววงจะล่มจม รู้สึกว่าคิดผิด แบบว่าอยากตอกหน้าพวกเขาน่ะค่ะ
วาเลนไทน์ - หนูพยายามมูฟออนมาหลายวันแล้ว แบบว่านับตั้งแต่วันแรกที่เราเปิดตัวว่าเป็นรุ่น 4 มันก็เหมือนเป็นตัวนับถอยหลังว่า ใกล้แล้วที่พวกเขาจะไปแล้วจริงๆ อะไรอย่างเงี้ย หนูก็พยายามมูฟออนตั้งแต่ตอนนั้น แต่พวกพี่ๆ เขาก็จะชอบมาลงโน้ตลงสตอรี่กัน ยิ่งช่วงใกล้ๆ นี่หนักเลย คือหนูคิดว่ารุ่น 1 เป็นเหมือนร่มเงา เป็นรั้วบ้านที่ปกป้องเรามาตลอด พอพี่ๆ เขากำลังจะไปแล้ว มันก็เหมือนกับว่าพวกเราเองก็ต้องโตขึ้นเหมือนกัน ก็กดดันนะคะ แต่ว่าพี่ๆ ก็เชื่อใจพวกเรามากๆ แล้วก็ไม่อยากทำให้พวกเขาผิดหวังค่ะ
ปลายฟ้า - ก็รู้สึกใจหายนิดนึงค่ะ แบบว่าถ้าเข้าไอจีไป (ในตอนนั้น) ก็จะเห็นพี่ๆ เขาเปลี่ยนชื่อกันแล้ว หรือว่าในแอปฯ ก็แบบว่าจบการศึกษาแล้ว แอบใจหายไม่แอบใจหายมากๆ ค่ะ แต่ก็อาจจะไม่ได้กังวลขนาดนั้นค่ะ เพราะว่าตัวหนูเองก็มั่นใจในตัวพี่ๆ รุ่น 2 รุ่น 3 รวมไปถึงพวกเรารุ่น 4 มากๆ ค่ะ เชื่อว่าพวกเราจะทำได้ดีแน่ๆ
เอลส์ - สําหรับหนูถ้าถามว่ามีความกดดันมั้ย หนูว่ามันก็มีเพราะว่าด้วยปัจจัยภายนอกอ่ะค่ะ แบบเราก็เห็นคอมเมนต์มาเยอะมากใช่มั้ยคะ แต่ว่าหนูรู้สึกว่าพวกเราทําได้ รุ่น 2 รุ่น 3 รุ่น 4 ก็มีของกันหมดเลย ยิ่งจบเดบิวต์สเตจมา หนูก็ยิ่งเห็นว่าพวกเราพร้อมกันทุกคน อยากให้วงมันไปต่อได้ อยากให้วงกลับมาแมส กลับมารุ่งเรืองเหมือนเดิมไรงี้ค่ะ เผลอๆ ก็แบบอยากให้รุ่งเรืองกว่าเดิม แบบที่พี่ๆ เขาเคยทําไว้ด้วย เพลงเดบิวต์เราก็แบบผลตอบรับดี คนเริ่มกลับมาชมมากขึ้น หนูก็เลยคิดว่านี่แหละเริ่มมาละ อนาคตเราจะทำได้แน่นอนค่ะ หนูไม่กลัวเลย
ญิชา - ก็กดดันนะคะ เพราะว่าความจริงถ้าแบบพูดถึง CGM ทุกคนก็ต้องนึกถึงรุ่นหนึ่งอยู่แล้ว เพราะว่าพวกเขาเป็นเสาหลัก… เอ่อ เสาหลักของบ้านค่ะ (หัวเราะ) พอพวกเขาไปก็ต้องมีความกังวลอยู่แล้วจะเป็นยังไงกันนะ บางคนก็บอกจะเลิกตามแล้ว แต่ว่าหลังจากที่พวกเราได้เดบิวต์ มันก็มีความรู้สึกมั่นใจมากว่าเราทำได้ เราก็อยากให้พวกเขาอย่าเพิ่งไปนะอยู่กับพวกเราก่อน เพราะรุ่น 2, 3, 4 ก็มีของเหมือนกัน มันเริศอยู่แล้ว เราไม่กลัวยุคสมัยใหม่ค่ะ เพราะเราคือยุคสมัยใหม่
หงษ์หยก - ค่ะก็ตอนแรกอะหนูอะก็คิดว่าเอ๊ย หนูคงมูฟออนได้และเพราะว่าผ่านมาประมาณหนึ่งแล้ว ทําใจมาก็เยอะ และเป็นพี่โตแล้วด้วย อื้มคงมูฟออนได้แล้ว แต่พอน้องพั้นซ์ส่งข้อความมาหาหนูว่าขอบคุณที่มาโอชิกันนะ หนูก็แบบว่าเรียบร้อยกลายเป็นซึมส้วมไปเลย ร้องไห้คาโทรศัพท์หนักมากค่ะ แบบว่าใครก็ได้เอาน้องพั๊นกลับมาที แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นหนูก็มั่นใจในพวกเราที่เป็นผู้สืบทอดมากๆ ค่ะ ทุกๆ คนมีศักยภาพในการสานต่อเจตนารมณ์รุ่นพี่ได้แน่นอน
ชีเน่ - หนูก็มีบ้างที่แบบรู้สึกว่าพอรุ่น 1 ไม่อยู่แล้ว ก็จะงงๆ บ้าง เพราะก่อนหน้านี้รุ่นพี่เขาทำไว้ดีมาก แต่หลังจากนี้เราจะไม่ได้ดูเพลง 106 หรือมะลิในแบบที่เป็นออริจินัลอีกแล้วก็จะเสียดายนิดหน่อยๆ แต่ว่าพวกเราก็เชื่อมั่นในรุ่น 2, 3, 4 มากๆ ว่าแบบว่าพวกเราจะทํามันให้ดีได้ อย่างคอนเสิร์ต Chapter Next ที่ผ่านมาก็น่าจะพอพิสูจน์ให้เห็นกันถึง 48th ยุคใหม่ และพวกเราก็พร้อมแล้วสามารถทำให้วงไปต่อได้แน่นอน พวกเราตั้งใจมากจริงๆ จะสานต่อในเส้นทางที่พี่ๆ เขาสร้างมาต่อไปค่ะ







CGM รุ่น 4 น่าจะเข้ามาไล่เลี่ยกับ BNK รุ่น 6 เห็นพวกเราก็เพิ่งไปเข้าค่ายด้วยกันมา อยากให้พูดถึงสักนิดแล้วกันว่าพวกเรากับพวกเขาในฐานะของ 48TH เจนล่าสุดมีความเหมือนกันอย่างไร และมันจะเป็นอย่างไรต่อไปบ้าง?
ชีเน่ - ด้วยความที่พวกเราอายุใกล้ๆ กันทั้งพวกเรารุ่น 4 แล้วก็ BNK รุ่น 6 ก็ยังมีความฝันคล้ายๆ กัน เข้ามาใน 48 เพื่อตามฝันของตัวเอง หนูเลยรู้สึกว่าถึงแม้อาจจะคนละวงแต่พวกเราเหมือนกันเลย ทั้งอยากทำตามความฝัน อยากเป็นเหมือนไอดอลที่เราชื่นชอบ และเข้ามาในจังหวะที่ต้องสานต่อรุ่นพี่พอดี
เอลส์ - คิดว่าเป็นคนซนๆ เหมือนกันค่ะทั้งเราทั้งเขา เอเนอร์จี้เยอะ พลังงานเยอะมาก หลายๆ คนก็อายุใกล้ๆ กัน 15-16 อย่างงี้แล้วพอเด็กๆ เล่นด้วยกันก็รู้สึกว่าสดใสมาก ส่วนเราถึงจะอายุเยอะแล้ว (กระแอมหนึ่งที) ก็รู้สึกว่ามันก็แค่อายุ เรายังอยากระเบิดพลังไปพร้อมกับน้องๆ อีกเรื่องที่คล้ายๆ กันคือหนูว่าคงเป็นเรื่องเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่ได้รับคำชมกันทั้งคู่เลย ไม่ว่าจะขึ้นเวทีกี่รอบ รุ่นพวกเราก็มักจะได้รับคำชมว่าเป็นรุ่นที่เพอร์ฟอร์แมนซ์ดีค่ะ ฝากติดตามพวกเรานะคะ จะพยายามสานต่อเส้นทางที่รุ่นพี่ทิ้งไว้ให้ได้เลยค่ะ

ติดตามข่าวสารวงการบันเทิง ไลฟ์สไตล์อื่นๆ ได้ที่ Online Station