ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า "มังงะ" หรือ "หนังสือการ์ตูน" ในยุคนี้ ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก และมันก็ไม่ใช่แค่ในไทยอย่างเดียวนะ แต่ที่ญี่ปุ่นเองก็เช่นกัน โดยเมื่อไม่นานมานี้ได้มีคุณแม่ลูกสามชาวญี่ปุ่นได้ออกมาบ่นผ่านแพลตฟอร์ม X เรื่องราคามังงะที่เพิ่มขึ้นเท่าตัว จากที่เคยซื้อในราคา 400 เยน (ราว 86 บาท) ตอนนี้มันอยู่ที่ 800 เยน (172 บาท) ไปซะแล้ว แต่เงินเดินของคนเป็นพ่อแม่มันกลับไม่ได้เพิ่มขึ้นตามเลยแม้แต่น้อย ซึ่งนี่อาจจะเป็นปัญหาที่แท้จริงของความนิยมหนังสือที่ลดลง กล่าวคือ ไม่ใช่ไม่ชอบอ่าน แต่เป็นเพราะ "ไม่มีเงินซื้อหนังสือ" ต่างหาก!? ซึ่งประเด็นนี้ก็ทำให้ชาว X เข้ามาร่วมแสดงความเห็น ทั้งยังมีการรีโพสต์ทวิตนี้ไปแล้วกว่าหมื่นครั้ง บวกกับยอดวิวอีกถึง 8.5 ล้านวิว!!!

"ตอนฉันยังเด็กน่ะ หนังสือการ์ตูนมันเล่มละประมาณ 400 เยนเองนะ! แต่ตอนนี้เหรอ... เกือบ 800 เยนเข้าไปแล้ว!
อยากจะเพิ่มค่าขนมให้ลูกก็อยากนะ แต่เงินเดือนพ่อแม่ก็ไม่ขึ้นเลยนี่สิ... ทั้งนิยาย ทั้งสารานุกรม ทั้งหนังสือนิทานภาพก็เหมือนกันหมด
มันไม่ใช่แค่เรื่อง 'ไม่ชอบอ่านหนังสือ' หรอกนะ แต่เป็นเพราะ 'ไม่มีเงินซื้อหนังสือ' ต่างหาก พูดให้ถูกคือ ไม่มีเงินซื้อหนังสือเลยNetflix เดือนละ 1,000 เยน แต่การ์ตูนเล่มนึง 800 เยน... ขอโทษนะ"

"ฉันไม่ได้บอกให้ลดราคาหนังสือลงหรอกนะ...
เรื่องมันคือ ตอนฉันเป็นเด็ก มีค่าขนม 3,000 เยน ซื้อการ์ตูนได้ 6 เล่ม แต่ ตอนนี้ ด้วยเงินจำนวนเท่ากันมันซื้อได้แค่ 3 เล่มเอง
แล้วถามว่าฉันจะเพิ่มค่าขนมให้ลูกเป็น 6,000 เยนได้ไหม... มันก็ทำไม่ได้ไง นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันจะสื่อ!
สำหรับฉันหนังสือเคยเป็นเหมือน 'ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน' แต่ตอนนี้มันกลายเป็นสิ่งที่ต้องจัดให้อยู่ในหมวด 'ค่าใช้จ่ายเพื่อความบันเทิง' ไปแล้ว
มันเลยกลายเป็นของที่ นาน ๆ ทีถึงจะได้ซื้อ...."
โดยจากข้อความข้างต้นจะเห็นได้ว่า เธอกำลังบ่นว่า ราคาหนังสือนั้นแพงขึ้นมาก ทั้งที่เงินเดือนไม่ขึ้นตาม จนทำให้เธอรู้สึกผิดที่ไม่สามารถซื้อมังงะให้ลูก ๆ ได้เหมือนสมัยก่อน และยังชี้ให้เห็นว่า ปัญหาการ "ไม่อ่านหนังสือ" อาจมาจาก "กำลังซื้อที่ลดลง" มากกว่าที่จะเป็นเรื่อง "ความไม่ชอบ" เสียมากกว่า เพราะด้วยอำนาจซื้อที่ลดลง ทำให้หนังสือถูกจัดเป็นสินค้าในประเภท "ของฟุ่มเฟือย" ที่ซื้อได้นาน ๆ ครั้งนั่นเอง และในประเด็นนี้เองก็ได้ดึงดูดชาว X เข้ามาพูดคุยจำนวนมาก ซึ่งหลาย ๆ คนก็เข้ามาแสดงความเห็นด้วยกับเธอเช่นกัน
ดังนั้นเราจะเห็นได้เลยว่าปัญหาเรื่องราคาหนังสือเนี่ยไม่ได้มีแค่ในไทยเท่านั้นนะ แต่ต้นกำเนิดมังงะก็มีปัญหาเช่นกัน สุดท้ายแล้วเพื่อน ๆ ล่ะคิดเห็นกันยังไงบ้าง?
ความเห็นบางส่วนจากชาว X :

"มันไม่ใช่แค่เรื่อง 'คนหนุ่มสาว/เด็กตีตัวออกห่างจากหนังสือ' หรอก แต่ต้องเรียกว่า 'เงินมันตีตัวออกห่างจากคนญี่ปุ่น' เลยมากกว่า... จริงไหมล่ะ?
ก็เพราะ ของมันแพงขึ้น แต่ เงินเดือนไม่ขึ้นตาม แถมถ้าเงินเดือนขึ้นมาบ้าง ก็โดนภาษีเอาไปหมดอยู่ดี..."

"เข้าใจเลย ตอนฉันเป็นเด็กซื้อนิตยสาร Ribon กับ Nakayoshi ได้ทั้งสองเล่มเลยนะ แถมยังมีเกม Famicom กองเป็นภูเขา เล่นเกมได้เต็มที่เลย
พวกนิยายก็เหมือนกัน รู้สึกว่าซื้อได้ในราคาประมาณ 400 เยน เองมั้ง แล้วซีรีส์ของนักเขียนคนโปรดก็ซื้อสะสมไว้ครบชุดได้สบาย ๆ
แต่ตอนนี้เหรอ... แค่จะซื้อเล่มเดียวก็ยังลังเลอยู่เลย"

"สมัยฉันน่ะ หนังสือการ์ตูนมันเล่มละประมาณ 70 เยนเองนะ
ค่าขนมนี่ถ้าได้ 100 เยนก็ถือว่าดีมากแล้ว บางคนก็ได้แค่ 50 เยนด้วยซ้ำ
ดังนั้นเลยจะมีเหมือนเป็น 'การแบ่งกันรับผิดชอบ' ในห้อง
คือคน A ซื้อ 'Shōjo Friend' คน B ซื้อ 'Gekkan Margaret' แล้วก็เอามาแลกเปลี่ยนกันอ่าน
แต่ดูเหมือนว่า สมัยนี้คงไม่มีใครทำแบบนั้นแล้ว เนอะ"

"เข้าใจเลย! ทั้งการ์ตูน ทั้ง เกม ก็แพงมากจนปวดใจเกินไปแล้ว
แค่คิดว่าต้องซื้อ เครื่องเกม กับ แผ่นเกม ตาม จำนวนลูก ที่มีเนี่ยนะ...
อยากให้เงินเดือนขึ้น จริงๆ เลย!"
ที่มา : otakomu.jp
ภาพปก : sportskeeda.com
ติดตามข่าวสารวงการบันเทิง ไลฟ์สไตล์อื่นๆ ได้ที่ Online Station