นิตยสาร Weekly Shonen Jump นั้นถือเป็นสถานที่แจ้งเกิดของมังงะระดับตำนานมากมายตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จากปากกาของนักเขียนชั้นครูอย่าง อ.อากิระ โทริยามะ (ดราก้อนบอลl) และ อ.เออิจิโระ โอดะ (วันพีซ) ไปจนถึงนักเขียนยุคใหม่อย่าง อ.ทัตสึกิ ฟูจิโมโตะ (มนุษย์เลื่อยยนต์) และ อ.โคโยฮารุ โกโตเกะ (มหาเวทย์ผนึกมาร) ด้วยความที่เป็นคลังมังงะชั้นยอด จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ผลงานเหล่านี้จะถูกนำมาดัดแปลงเป็นอนิเมะที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน
วันนี้เรามี 5 อันดับสุดยอดอนิเมะจาก Shonen Jump ตลอดกาลซึ่งทางเว็บไซต์ GameRant ได้จัดเอาไว้ จะมีเรื่องไหนบ้างมาดูกันเลย

5. Yu Yu Hakusho (คนเก่งทะลุโลก)
หากจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพ Yu Yu Hakusho ก็เปรียบเสมือน Demon Slayer (ดาบพิฆาตอสูร) แห่งยุค 90s เลยทีเดียว ไม่ใช่ในแง่ของความนิยมหรือสเกลงานสร้าง แต่เป็นในแง่ของการนำมังงะที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว มาปั้นเป็นอนิเมะระดับมาสเตอร์พีซ ตัวอนิเมะได้แก้ไขจุดบกพร่องหลายอย่างของมังงะ เช่น การปรับจังหวะการเล่าเรื่องในอาร์กแรกให้กระชับขึ้น และขยายเนื้อหาในบท "Three Kings Saga" ให้สมบูรณ์แบบคู่ควรกับการเป็นบทสรุปของเรื่อง (ซึ่งในมังงะแอบดูรวบรัดไปนิด)
นอกจากนี้ อนิเมะยังโดดเด่นด้วยคิวบู๊ งานภาพ และดนตรีประกอบที่ทำออกมาได้ดีจนเทียบชั้นอนิเมะยุคใหม่ได้สบาย ๆ แถมยังมีหนึ่งในศึกประลองทัวร์นาเมนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อนิเมะอย่าง "Dark Tournament" อีกด้วย

4. Hunter x Hunter 2011 (ฮันเตอร์ x ฮันเตอร์)
ผลงานจากปลายปากกาของ อ.โยชิฮิโระ โทงาชิ ผู้สร้าง Yu Yu Hakusho ที่หลายคนยกให้เป็นหนึ่งในมังงะที่เขียนบทได้ดีที่สุดของ Shonen Jump ซีรีส์นี้โดดเด่นเรื่องการพัฒนาตัวละคร การนำเสนอประเด็นที่ลึกซึ้งเป็นผู้ใหญ่ และการฉีกกฎเกณฑ์เดิม ๆ ของการ์ตูนโชเน็นได้อย่างชาญฉลาด
สำหรับอนิเมะเวอร์ชันปี 2011 เป็นการรีบูตจากเวอร์ชันยุค 90s ที่ถูกยกระดับขึ้นในทุก ๆ ด้าน โดยครอบคลุมเนื้อหาตั้งแต่ต้นเรื่องไปจนถึงบทการเลือกตั้งประธานฮันเตอร์ (Election arc) สิ่งที่ทำให้อนิเมะเรื่องนี้ตราตรึงใจแฟน ๆ คือฉากต่อสู้ที่เน้นการใช้สมองและกลยุทธ์ขั้นสูง ผสมผสานกับการขยี้อารมณ์ความรู้สึกของตัวละครที่เป็นหัวใจสำคัญของเรื่องได้อย่างลงตัว

3. JoJo's Bizarre Adventure (โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ)
สมชื่อ "การผจญภัยสุดประหลาด" เพราะนี่คือมหากาพย์ที่เล่าเรื่องราวข้ามรุ่นยาวนานถึง 131 ปี! โดยเนื้อเรื่องหลักถูกแบ่งออกเป็น 6 ภาค ซึ่งแต่ละภาคจะเปลี่ยนตัวเอก เปลี่ยนฉากหลัง และเปลี่ยนช่วงเวลา ทำให้ซีรีส์นี้มีความสดใหม่และน่าตื่นเต้นอยู่เสมอ
ความเจ๋งคือแต่ละภาคจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบไม่ซ้ำกันเลย เช่น Phantom Blood (สยองขวัญสไตล์โกธิค), Battle Tendency (แอ็กชันยุค 30s), Stardust Crusaders (แนว JRPG ท่องโลกกว้าง), Diamond is Unbreakable (สืบสวนผสม Slice of life), Golden Wind (ดราม่าแก๊งมาเฟียสุดสไตลิช) และปิดท้ายด้วย Stone Ocean (การแหกคุกที่มีตัวเอกเป็นผู้หญิง) ถือเป็นอนิเมะที่ต้องดูให้ได้สักครั้งในชีวิตเพื่อสัมผัสกับสเกลงานระดับนี้

2. One Piece (วันพีซ)
อนิเมะระดับตำนานที่จำนวนตอนทะลุ 1,150 ตอนและยังคงทำลายสถิติอย่างต่อเนื่อง การเริ่มดู One Piece อาจจะเป็นงานช้างสำหรับหลาย ๆ คน แต่เชื่อเถอะว่าด้วยเสน่ห์ของตัวละคร การวางรากฐานสร้างโลก (World-building) ที่แข็งแกร่ง และฉากแอ็กชันที่ยอดเยี่ยม จะทำให้เราดูวันพีซได้แบบเพลิดเพลินจนลืมวันลืมคืนไปเลย
การเดินทางอันยาวนานหลายทศวรรษเพื่อเข้าสู่ช่วง Final Saga เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความยิ่งใหญ่ของซีรีส์นี้ One Piece โดดเด่นด้วยระบบพลังสุดล้ำ การผสมผสานจังหวะคอมเมดี้และดราม่าที่ทำได้ดีกว่าหลาย ๆ เรื่อง แถมยังมีงานภาพและแอนิเมชันที่พัฒนาขึ้นจนน่าทึ่งในยุคหลัง ๆ ด้วย

1. Dragon Ball (ดราก้อนบอล)
สำหรับอันดับหนึ่งต้องยกให้อนิเมะระดับ "ตำนาน" ที่แท้จริง อย่าง Dragon Ball ภาคแรกสุดคลาสสิก นี่คือผลงานระดับขึ้นหิ้งที่ดัดแปลงมังงะของ อ.อากิระ โทริยามะ ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด หลายคนยกให้งานดนตรีประกอบ เสียงพากย์ งานศิลป์ และแอนิเมชันในภาคนี้ดูดีและมีเสน่ห์ยิ่งกว่าภาค Z เสียอีก แม้จะมีตอนเสริมเข้ามาแทรกอยู่บ้าง แต่ก็แทรกเข้ากับเส้นเรื่องหลักได้อย่างกลมกลืน
คิวบู๊ในภาคแรกถือว่าทำได้ยอดเยี่ยมมาก โดยเฉพาะตั้งแต่เริ่มศึกชิงเจ้ายุทธภพ ไปจนถึงจุดพีคในศึกปะทะเทนชินฮังและพิคโกโร่ Dragon Ball ภาคแรกคือส่วนผสมที่ลงตัวที่สุดระหว่างความตลก การผจญภัย แอ็กชัน และดราม่า พร้อมพาเราไปดูการเติบโตของเด็กหนุ่มที่ชื่อ "โกคู" จนก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ นี่คือเวทมนตร์แห่งโลกอนิเมะที่แฟน ๆ ทุกคนไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง!
ข้อมูลอ้างอิงจาก
Game Rant
ติดตามดูอนิเมะถูกลิขสิทธิ์ ได้ที่ Online Station แหล่งรวมอนิเมะที่คุณไม่ควรพลาด