รีวิว Brightburn เมื่อ Superhero ไม่ได้มาเพื่อปกป้องทุกคน
ต้องยอมรับว่า Brightburn เป็นภาพยนตร์อีกหนึ่งเรื่อง ที่ถูกจับตามองเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าในบ้านเราจะเข้าฉายช้ากว่าต่างประเทศและมีทั้งสปอยล์ ทั้งกระแสต่างๆ นาๆ ออกมาให้หลบกันเต็มไปหมด แต่สุดท้ายเราก็ได้ดูกัน
Brightburn คือภาพยนตร์ที่นำเสนออีกด้านของ Superhero ในแบบที่เราเคยรู้จัก สลับให้กลายเป็นว่า…ถ้าเขาไม่ได้มาเพื่อปกป้องทุกคน ถ้าเขามาเพื่อทำลายล้างทุกสิ่ง ถ้าความต้องการของเขาคือยึดครองโลก เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ เดวิด ยาโรเวสกี มาเป็นผู้กำกับ และมี เจมส์ กันน์ ขึ้นแท่นเป็นโปรดิวเซอร์ จึงไม่แปลกที่ใครหลายคนจะตั้งความหวังไว้สูง
แต่หลังจากได้ดูแล้วกลับรู้สึกผิดหวังอยู่พอสมควร เพราะด้วยเนื้อเรื่องที่ไม่ได้สลับซับซ้อน ตัวละครที่ไม่ค่อยมีมิติ งาน CG ที่ยังไม่ละเอียดเท่าไหร่ ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีจุดให้ติและไม่ชอบอยู่เยอะมาก แต่ในส่วนที่ผิดหวังก็ยังมีส่วนที่ดีอยู่เหมือนกัน ในเรื่องของการนำเสนอความสยองขวัญฉากที่ต้องลุ้นระทึก และฉากการตายของตัวละครในเรื่องนั้นตัวภาพยนตร์ทำออกมาได้ดีแบบที่เรียกได้ว่าไม่คาดคิดเลยว่าเด็กคนนี้จะทำเรื่องที่อำมหิตได้ถึงขนาดนี้
สำหรับคอหนังสยองขวัญน่าจะถูกใจในจุดนี้กัน และด้วยตอนจบที่เป็นการเปิดกว้างจักวาลของภาพยนตร์เรื่องนี้ ตัว Post Credits ที่แทรกเรื่องราวให้เราลุ้นกันในภาคต่อไป (ถ้ามี) ก็ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความน่าสนใจขึ้นมาบ้าง โดยรวมภาพยนตร์เรื่องนี้อาจจะไม่ได้โดดเด่นหวือหวาอะไร แต่ก็ไม่ได้แย่จนรู้สึกอยากเดินออกจากโรง เลยทำให้เราต้องมาเอาใจช่วยกันต่อไปว่า Brightburn จะทำเงินจนสามารถสร้างภาคต่อและต่อยอดปมที่ถูกทิ้งไว้ได้หรือไม่ ง