กระแสของ RYZEN ช่วงนี้มาแรงดี แต่ก็มีของขายจำนวนจำกัด ใครที่อยากได้อาจจะต้องใช้เวลารอกันเสียหน่อยนะครับ ไหนๆ ของแรงต้องรอหน่อย แต่บางตัวไม่ต้องอ่อยเพราะของเค้าดี อย่างเช่นเจ้าจอมอนิเตอร์ตัวนี้ครับเห็นหน้าตาแบบนี้แต่เจ้านี้มีฟีเจอร์และความโดดเด่นที่ไม่แพ้ใครเลยล่ะ อย่าช้า มาดูกันเลย

 

 

VIEWSONIC VX2457-MHD เป็นจอมอนิเตอร์ขนาด 24” ในความละเอียดแบบ Full HD หรือ 1920x1080 พิกเซล โดยมีพอร์ตในแบบ VGA, HDMI และ DisplayPort ซึ่งมีดีไซน์ที่ออกพื้นๆ ไปบ้าง ไม่ได้ออกแนวเกมมิ่งจ๋า แต่ก็มีจุดสวยงามที่น่าสนใจในแต่ละมุมมอง จอเป็นจอแบบ TN แบบผิวจอด้าน เหมาะกับเอาไว้ใช้เล่นเกม เพราะรู้ๆ กันอยู่แล้วว่าเกมเมอร์อย่างเราโดนแสงอะไรนิดหน่อยก็หัวร้อนได้เลย

 

 

ขวาล่างเป็นปุ่มกดเปิดปิดเครื่อง และปุ่มเมนูและคำสั่งต่างๆ ซึ่งตัวปุ่มไม่ใช่แบบสัมผัสแต่เป็นปุ่มกดที่ใช้กดจากด้านหลังของตัวจอ

 

 

ตรงกลางมีโลโก้ของ Viewsonic พร้อมกับไฟแสดงสถานการณ์ทำงานของตัวจอในตำแหน่งด้านล่าง

 

 

ซ้ายบนมีโลโก้เอกลักษณ์ของ Viewsonic ซึ่งคือนกสามหัว เอ้ยนกสามตัวที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงนั่นเอง

 

 

ตัวมอนิเตอร์มีความหนาในระดับปานกลาง ดูแข็งแรงแต่ก็ไม่ใหญ่เทอะทะจนเกินไป

 

 

ด้านหลังตัวเครื่องบอกอะไรเราได้อย่างชัดเจนว่าจอตัวนี้สามารถใช้ยึด Wall-Mount ในมาตรฐาน VESA STAND ได้ ส่วนด้านบนก็เป็นตำแหน่งของโลโก้ ติดไว้เผื่อใครเห็นจะได้รู้ว่า อ๋อ จอตัวนี้คือ Viewsonic

 

 

พอร์ตเชื่อมต่อมี D-Sub, HDMI, DisplayPort และแจ็ค 3.5 มม. สำหรับต่อเสียงจากตัวเครื่องทั้งลำโพงและ Line out

 

 

เมื่อดูจอโดยรอบแล้วเรามาดูเมนูกันบ้าง ผมขอสรุปเอาเลยทีเดียวว่าในเมนูการใช้งานของ VIEWSONIC VX2457-MHD ตัวนี้มีให้ตั้งค่าได้มาก หากสังเกตจากในเมนูเลยจะบอกว่า เอ้ย นี่มัน Gaming Monitor ชัดๆ เพราะว่าฟีเจอร์มีให้สำหรับเกมเมอร์ที่ค่อนข้างเยอะใช้ได้ ไม่ว่าจะเป็นค่าโปรไฟล์สีที่แยกเกมแต่ละประเภท, Refresh Rate หน้าจออยู่ที่ 75Hz เพื่อใช้งานร่วมกับ AMD FreeSync ซึ่งทำให้ภาพนั้นมีความสวยงามและไหลลื่นมากกว่าตัวอื่น แถมพอร์ตที่ให้มาก็มีให้ครบทั้ง D-Sub, HDMI และ DisplayPort

 

 

สำหรับแนวเกมเมอร์อาจจะไม่ค่อยชอบหน้าตาที่แลดูเรียบง่ายไป แต่สำหรับผมก็สามารถมองข้ามได้ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใดครับพอรับได้ แต่ถ้าได้ดีไซน์ออกแนวเกมเมอร์เลยจะน่าจะโอเคสำหรับเกมเมอร์อีกหลายๆ คนเลยทีเดียว สำหรับเรื่องของราคาวางจำหน่ายที่อยู่ประมาณ 4,990 บาท ก็ไม่ถือว่าแพงแต่อย่างใด (ตอนนี้รีบๆ นะครับช่วงโปรโมชั่น ถ้าราคาปกติแล้วจะอยู่ที่ ห้าพันนิดๆ) เพราะได้ฟังก์ชั่น AMD FreeSync ติดมาด้วยแบบนี้ ถือว่าเยี่ยมเลยละครับ เพราะฉะนั้นทีมงานเลยขอมอบรางวัล 2 รางวัล ทั้งในเรื่องของความคุ้มค่า กับเป็นอีกตัวที่น่ามาใช้งานแบบนี้ ต้องโดนละจ้า

 

 

แสดงความคิดเห็น

สินค้าแคสเตอร์