ครบรอบ 7 ปี Resident Evil 6 ปฏิวัติซีรีส์ไวรัสสายพันธุ์นรกที่ควรหามาลองเล่น

Resident Evil 6

ครบรอบ 7 ปี Resident Evil 6 ปฏิวัติซีรีส์ไวรัสสายพันธุ์นรกที่ควรหามาลองเล่น

ถึงแม้ว่า RE 6 จะได้รับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปในแง่ลบ แต่โดยส่วนตัวแล้ว ผมกลับคิดว่าทาง Capcom คงต้องการขยายฐานและตอบโจทย์เล่นหน้าใหม่ที่ชื่นชอบเกมแอ็คชั่นเป็นพิเศษ ซึ่งถามว่ามันผิดไหม? ที่ผู้พัฒนาจะพยายามค้นหาทิศทางที่สดใหม่ๆ และพยายามต่อยอดซีรีส์นี้ให้กว้างออกไป สำหรับผมแล้วขอตอบว่าไม่ได้ผิดสักนิด มันกลับทำให้ซีรีส์นี้มีสีสันและน่าสนใจกว่าเดิมด้วยซ้ำ จะเป็นอย่างไรติดตามบทรายละเอียดจากบทความรีวิวชิ้นนี้ได้เลยครับ

Resident Evil 6

สี่ผสาน รวมเป็นหนึ่ง
การดำเนินเรื่องในภาคนี้จะแตกต่างจากที่ผ่านมา เพราะเนื้อหาของละครหลักอย่าง ลีออน คริส เจคและเอด้า ต่างก็มีบทบาทของตัวเอง แต่จะมีบางช่วง บางตอนที่เชื่อมโยงกัน (ตัวละครจะมาพบกันโดยบังเอิญในบางเหตุการณ์) ตรงจุดนี้ถือว่าทำออกมาได้ดี ทาง Capcom ได้ให้ความสำคัญในส่วนของเนื้อเรื่องได้อย่างน่าทึ่ง ทำให้ผมรู้สึกถึงพื้นหลังของตัวละครและความรู้สึกนึกคิดของพวกเขาได้เป็นอย่างดี มันทำให้อินไปกับเนื้อเรื่องได้เป็นอย่างดี

Resident Evil 6

เช่น ในเนื้อเรื่องของลีออนกล่าวถึงการเกิดไวรัสระบาดขึ้นในมหาลัย Ivy University บรรยากาศและเกมเพลย์จะออกแนวกดดันผสมสยองขวัญเหมือนคุณกำลังเล่น Resident Evil ภาคแรกยังไงยังงั้น

เนื้อเรื่องของคริสจะเน้นไปในรูปแบบเกมแอ็กชั่นเต็มสูบ โดยจะกล่าวถึงปราบเหล่าอาชญากรชีวภาพที่แพร่กระจายไวรัสไปทั่วเมืองหลานเชียง ประเทศจีน

Resident Evil 6

ส่วนเนื้อเรื่องของเจคเน้นการปะทะกับเหล่าซอมบี้ที่กลายพันธุ์สุดโหด (เพราะมีแค่ปืนพกกับอาวุธประชิดกันทั้งคู่) แถมยังต้องเจอตัวประหลาด Ustanak ไล่ล่าแทบตลอดเวลา ส่วนเอด้าจะเป็นบทสรุปของเนื้อเรื่องทั้งหมดว่ามีที่มาอย่างไร (แต่จะเป็นอย่างไรต้องไปเล่นดูเอาเอง)

Resident Evil 6

โดยเนื้อเรื่องของแต่ละคนจะให้ประสบการณ์ในการเล่นที่แตกต่างกัน (สลับตัวละครเล่นก็ยังได้) ทำให้เกมเพลย์ไม่น่าเบื่อและมีความหลากหลายดี เรียกว่าคุ้มเอามากๆ นอกจากนี้ ฉากคัทซีน บทพูดและรายละเอียดปลีกย่อยภายในเกมยังช่วยเสริมให้เนื้อเรื่องภายในภาคนี้ดูน่าติดตามมากขึ้นและถือว่าเป็นจุดเด่นของภาคนี้เลยทีเดียว



ปฎิวัตเกมเพลย์
ในภาคนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปในหลายๆ จุด (ฉีกกฏเดิมๆ ของซีรีย์ Resident Evil) ไล่ตั้งแต่เกมเพลย์ที่มีความว่องไวมากยิ่งขึ้น ขายความเป็นเกมแอ็กชั่น ผู้เล่นสามารถถือปืนแล้วเดินยิงได้!!! (แจ่มมากๆ) การบังคับตัวละครดูลื่นไหลกว่าเดิม คุณสามารถปรับมุมกล้องได้ 360 องศาหมอบในที่กำบัง วิ่ง กลิ้งหลบหรือแม้กระทั่งเดินยิงได้ ซึ่งมันเหมาะกับผู้เล่นที่ชอบสไตล์เกมแอ็คชั่น

Resident Evil 6

ส่วนท่าทุ่มที่เยอะมากๆ จนต้องแอบคิดไปว่าเหล่าตัวละครเอกภายในเกมแอบไปเรียนมวยปล้ำจากที่ไหนมาหว่า (555+), ระบบ Quick Shot ที่ผู้เล่น Stun ศัตรูที่อยู่ใกล้แล้วตามไปใช้ท่าคอมโบปิดฉากเหล่าซอมบี้ได้ ส่วนการนอนยิง หลบหลีก สไลต์ตัวหรือต่อสู้ด้วยมือเปล่าก็นับเป็นระบบที่เพิ่มเติมเข้ามาเพื่อสร้างรูปแบบการเล่นใหม่ๆ ของซีรีย์ ซึ่งถือว่าทำออกมาได้ดีทีเดียว

Resident Evil 6

อีกสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงคือ ระบบผสมและการใช้ผสมไพรในการฟื้นพลัง นอกจากนี้อินเทอร์เฟสภายในเกมก็ถูกปรับปรุงให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเมนูที่เป็นแบบสมาท์โฟน, ระบบเซฟเป็นจุดเช็คพอยท์, ระบบอัพสกิลตัวละครที่ผู้เล่นสามารถซื้อสกิลเพื่อให้เหมาะสมกับการเล่นของตัวเองได้ นอกจากนี้ยังมีระบบนำทางมาให้ด้วย เรียกว่ารวมข้อดีของหลายๆ เกมเข้าไปด้วยกันเลยทีเดียว

Resident Evil 6

ด้วยความหลากหลายของเกมเพลย์อย่างที่ผมกล่าวมาเชื่อว่าคุณจะสัมผัสรูปแบบการเล่นที่หาไม่ได้จากเกมในซีรีส์ RE มาก่อนแน่นอน และนี่คือการปฏิวัติเกมเพลย์ในรูปแบบใหม่ๆ ก็คงไม่ผิดนัก



กราฟิก
แน่นอนว่าแพลตฟอร์มที่ทรงพลังอย่างพีซีย่อมขับเคลื่อนให้เอนจิ้น MT Framework แสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ คุณจะเห็นกราฟิกภายในเกมที่สวยงามสมจริง ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมต่างๆ ภายในเกม แสง เงา สีหน้าท่าทางการเคลื่อนไหวของตัวละคร ยิ่งเทกเจอร์ของตัวละครหลักภายในเกมดูมีรายละเอียดสมจริงมากๆ

Resident Evil 6

อีกทั้งตัวเอนจิ้นไม่กินสเป็คเครื่องมาก ทำให้คอมพ์ในระดับกลางๆ สามารถเล่นเกมนี้ได้อย่างลื่นไหลและได้อรรถรส นอกจากนี้คัทซีนภายในเกมยังถูกรังสรรค์มาได้อย่างดี ไม่ว่าจะเป็นท่าทางและอารมณ์ของตัวละครที่สื่อถึงอารมณ์ความรู้สึกในสถานการณ์ต่างๆ ทำให้ผมรู้สึกมีอารมณ์ร่วมไปกับเกม สำหรับในส่วนกราฟิกนั้น โดยรวมถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี แม้จะมีบางจุดในฉากจะไม่ค่อยละเอียดนักก็ตาม (อันนี้ให้อภัยได้ 555+)

Resident Evil 6



โหมดผู้เล่นหลายคน
ระบบการ Co-Ops ใน RE 6 ถือว่าไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงจากภาคที่ผ่านมากนัก จะดีตรงที่สามารถ Join เข้ามาเล่นและออกไปได้ทุกเวลา ทำให้ การเผชิญหน้าเหล่าซอมบี้พร้อมกับเพื่อนคู่หูก็จะได้อารมณ์การเล่นเกมที่แตกต่างออกไป (มันส์ไปอีกแบบ) โดยรวมแล้วในโหมดนี้ยังคงสร้างความสนุกให้กับผมได้เหมือนเดิม ส่วนในโหมดพิเศษอย่าง The Mercenaries: No Mercy Mode, Siege Mode, Agent Hunt และอื่นๆ ก็มาช่วยเติมเต็มความสนุกได้เป็นอย่างดี

Resident Evil 6



ข้อบกพร่องที่พบเจอ
เริ่มจากระบบคู่หูที่ผมรู้สึกว่ามันขัดๆ ในบางเหตุการณ์ เช่น คุณต้องการเล็งยิงที่หัว แต่จังหวะจะลั่นไก คู่หูของคุณกลับยิงไปก่อนทำให้ซอมบี้ตัวนั้นกระเด็นหลบกระสุนของเราไป, ระบบการแก้ปริศนาที่ขาดความท้าทาย, ระบบ Quick Time Event ที่มีบ่อยมากจนบางครั้งมันก็น่าเบื่อ, เพลงประกอบในบางสถานการณ์ดูมันไม่ค่อยเข้ากับเกมเพลย์เท่าไรนัก


 

Resident Evil 6

ใน RE 6 เวอร์ชั่นพีซีมีการเปลี่ยนแปลงแตกต่างจากเวอร์ชั่นคอนโซลในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องมุมมองภายในเกมแบบใหม่, ตัวคอนเทนต์เสริม, การปลดล็อกโหมดของเอด้าที่สามารถเลือกเล่นเนื้อเรื่องของเธอได้ทันที, ปลดล็อกโหมด No Hope รวมถึงโหมดผู้เล่นหลายคนที่ถูกรังสรรค์มาเพื่อเกมเมอร์พีซี ทำให้ผมมองว่าทาง Capcom ได้พิธีพิถันและมีความตั้งใจในการพอร์ต RE 6 เพื่อชาวเกมเมอร์พีซีอย่างเราได้สัมผัสกัน

Resident Evil 6

ถ้าคุณเป็นสาวกในซีรีย์ RE แบบเหนียวแน่นอาจจะรู้สึกว่าในภาคหลังๆ นี้ตัวเกมมันเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก แต่ถ้าลองเปิดใจที่จะรับสิ่งใหม่ๆ เชื่อว่า RE 6 จะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน ส่วนผู้เล่นหน้าใหม่ที่อยากลองหาประสบการณ์ที่แตกต่างจากเกมแอ็กชั่นในรูปแบบเดิมๆ RE 6 คือ อีกหนึ่งตัวเลือกที่ผมอยากแนะนำให้เพื่อนๆ ได้ลองสัมผัสดูครับ

ข้อดี: นำเสนอเกมเพลย์ที่หลากหลายผสานเนื้อเรื่องที่ดี,  กราฟิกสวยงาม ไม่กินสเป็ค คัทซีนน่าติดตาม, ศัตรูมีความหลากหลายและอลังการ, โหมดผู้เล่นหลายคนที่สนุก
ข้อเสีย: กราฟิกบางจุดในฉากยังไม่ละเอียด, ระบบการแก้ปริศนาที่ขาดท้าทาย, ระบบ Quick Time Event ที่มีมากไป
โดยรวม: ตัวเกมมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีในหลายๆ ด้าน ถือว่าเป็นภาคที่ปฎิวัติของเกมในซีรีย์ Resident Evil ก็คงไม่ผิดนัก ลองหามาเล่นรับรองไม่ผิดหวังครับ

คะแนน 8

ที่มา: นิตยสาร Future Gamer

ครบรอบ 7 ปี Resident Evil 6 ปฏิวัติซีรีส์ไวรัสสายพันธุ์นรกที่ควรหามาลองเล่น

true

เกมแนะนำ

แสดงความคิดเห็น

สินค้าแคสเตอร์