เมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทีมงาน OS ได้รับเชิญจากบริษัท Sony Interactive Entertainment สาขาประเทศสิงคโปร์ เพื่อเข้าร่วมงาน Media Preview Event ของเกม Days Gone และ Sekiro: Shadows Die Twice ซึ่งภายในงานจะเป็นการเปิดโอกาสให้สื่อเกมในไทยและประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เข้าไปทดลองเล่นเกมทั้งสองกัน และเราก็ได้รีวิวความรู้สึกหลังได้เล่นมาฝากเพื่อนๆ กันครับ

ก่อนอื่นต้องขอเกริ่นว่า ตัวผู้เขียนเคยได้ไปลองเดโมของเกมนี้ที่งาน E3 ของปี 2018 มาแล้ว และรู้สึกลึกๆ มาตั้งแต่ตอนนั้นว่า Days Gone คือเกมที่อยู่ในสถานะ “น่าเป็นห่วง” ที่สุดท่ามกลางบรรดาเกม Exclusive ของ PS4 ที่ยังไม่วางจำหน่ายครับ นั่นก็เพราะว่าตัวเกมยังมีปัญหาด้านการบังคับตัวละครที่ไม่ลื่นไหลพอ รวมถึงประเด็นเรื่องระบบการต่อสู้เวลาที่มีซอมบี้แห่มารุมเราเยอะๆ แล้วเฟรมเรตร่วงกระจาย แม้ว่าจะเล่นบนเครื่อง PS4 Pro ก็ตาม แต่พอได้ยินว่าทีมงานได้มีการไปปรับแก้คุณภาพของเกมมาใหม่ ที่เป็นสาเหตุของการเลื่อนวันวางจำหน่ายจากเดือนกุมภาพันธ์ไปเป็นเดือนเมษายน เลยเริ่มกลับมามีความหวังกับเกมนี้มากขึ้นเหมือนเดิม

Days Gone จะเป็นเรื่องราวของ ดีคอน เซนต์ จอห์น นักล่าค่าหัวที่ต้องเอาชีวิตรอดไปวันๆ หลังจากที่เชื้อมรณะแพร่ระบาดไปทั่วโลกเมื่อ 2 ปีก่อน ทำให้ผู้คนมากมายกลายร่างเป็นซอมบี้ที่สามารถวิวัฒนาการตัวเองได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งภารกิจหลักของเกมนี้ นอกจากจะดำเนินเรื่องราวไปเรื่อยๆ เพื่อปะติดปะต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตแล้ว ดีคอนก็ต้องผจญกับเควสต์อื่นๆ อีกมากมายที่ล้วนจะทยอยเนื้อหาของเกม ให้ผู้เล่นได้ซึมซับถึงความหมายของการมีชีวิตอยู่ท่ามกลางโลกที่แสนอลหม่านและมีแต่ความโหดร้ายรออยู่ทุกย่างก้าว

การผจญภัยในโลกของ Days Gone จะเป็นแบบเกมโอเพ่นเวิลด์ ซึ่งจะมีองค์ประกอบหลายอย่างแบบที่เกมโอเพ่นเวิลด์ทั่วไปพึงมีใส่เข้ามาอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางสัญจรจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งบนแผนที่ การทำเควสต์หลักและย่อย ตลอดจนระบบ Fast Travel ที่ช่วยให้เดินทางได้ไวยิ่งขึ้นหากเราไปเปิดพื้นที่บริเวณนั้นมาก่อนแล้ว โลเคชั่นของเกมนี้จะเป็นภูมิประเทศของรัฐโอเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่อุดมไปด้วยป่าไม้และภูเขา โดยผ่านการเนรมิตกราฟิกด้วย Unreal Engine 4 ทำให้บรรยากาศต่างๆ ในเกมดูสมจริงและทันสมัย ยิ่งบางช่วงจะให้ความรู้สึกคล้ายกับ The Last of Us ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่เราเดินทางมาถึงรัฐไวโอมิ่ง ซึ่งมีฟีลคล้ายกับโอเรกอนพอสมควรเลยทีเดียว

มอเตอร์ไซค์นั้นเป็นพาหนะที่เราต้องพึ่งพาตลอดทั้งเกม ด้วยพื้นที่อันกว้างใหญ่ของรัฐโอเรกอน ทำให้การเดินทางด้วยเท้าเป็นเรื่องยากลำบากและกินเวลาโดยใช่เหตุ แต่การขี่มอเตอร์ไซค์ไปยังสถานที่ต่างๆ ก็จำเป็นต้องใช้น้ำมัน ตรงนี้ก็เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องคอยไปหาน้ำมันมาเติม แน่นอนว่าจุดที่มีน้ำมันให้เก็บก็ย่อมมีอันตรายรอเราอยู่ ผู้เล่นจึงจำเป็นต้องเตรียมอาวุธและไอเทมให้พร้อมเสมอเวลาที่ต้องออกเดินทางไปนอกแคมป์ในแต่ละครั้ง โดยเมื่อเล่นไปถึงจุดหนึ่ง ก็จะมีระบบอัพเกรดให้กับรถมอเตอร์ไซค์ของเราด้วย ซึ่งเลือกได้ว่าจะแต่งให้รถเราเน้นความเร็ว เน้นความทนทาน ฯลฯ ได้ตามใจชอบ สิ่งเหล่านี้เลยมีส่วนทำให้มอเตอร์ไซค์ดูมีความหลากหลาย เรียกได้ว่าขาดรถเหมือนขาดใจเลย

สภาพแวดล้อมของเกม Days Gone จะประกอบไปด้วยศัตรูหลายชนิด แต่ถ้าให้จำแนกเป็นรูปแบบใหญ่ๆ ก็จะได้แก่ มนุษย์ สัตว์ป่า และซอมบี้ (ในเกมจะเรียกว่าซอมบี้ว่าฟรีคเกอร์) โดยพวกสัตว์ป่ากับซอมบี้จะสร้างความลำบากให้เรามากขึ้นหากเป็นช่วงเวลากลางคืน ดังนั้นการรับมือกับศัตรูเหล่านี้จึงมีความแตกต่างกันไป ซึ่งเท่าที่ลองสู้กับพวกมัน ถ้าเป็นศัตรูที่มีขนาดตัวไล่เลี่ยกับเรา เช่น มนุษย์หรือซอมบี้ ก็จะไม่ค่อยมีความอึดมากนัก แต่ถ้าเป็นพวกหมีกริซลี่ก็จะโหดขึ้น สามารถขย้ำเราตายได้ภายในการโจมตีไม่กี่ที

ด้วยความที่ศัตรูมีมากมาย และทรัพยากรอย่างกระสุนปืนและไอเทมฟื้นพลังก็มีให้ใช้อย่างจำกัดจำเขี่ย โครงสร้างของเกมจึงถูกออกแบบมาให้ผู้เล่นเลือกได้ว่าจะลุยกับเหล่าศัตรูอย่างไร จะอาศัยแนวลอบเร้น ไปดักเชือดทีละตัวก็ได้ หรือจะใช้อาวุธระยะไกลคอยป่วนเอาก็ได้ หรือจะใช้อาวุธระยะใกล้เข้าไปบู๊กับพวกมันก็ได้ถ้าคิดว่าเราเก๋าพอ

ระบบจัดการไอเทมของเกมนี้จะเป็นรูปแบบคล้ายกับเกม Horizon Zero Dawn พอสมควร ผู้เล่นจะมีอาวุธให้เลือกใช้หลายชนิด โดยเฉพาะอาวุธขว้างและไอเทมปฐมพยาบาลที่เราจะสามารถเก็บวัตถุดิบมาสร้างได้ ซึ่งระบบดังกล่าวถ้าผู้เล่นเคยเล่นเกม Horizon Zero Dawn มาก่อนจะเรียนรู้กับมันได้เร็ว โดยวัตถุดิบจะมีให้เก็บตามฉาก หรือไปหยิบฉวยมาจากแคมป์ของพวกศัตรูก็ได้เช่นกัน

ทางด้านเควสต์ย่อยของเกมนี้ก็จะไม่ได้มีเพียงเป้าหมายให้เราไปเอาไอเทมจากตรงโน้นมาให้คนนี้ หรือไปคุยกับคนนู้นแล้วย้ายมาคุยกับอีกคน หากแต่ตัวเกมจะมีการสอดแทรกปมเนื้อเรื่องบางส่วนเข้ามาในเควสต์ย่อยเหล่านี้ และระหว่างที่เราเดินทางจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง ตัวละครดีคอนก็จะมีพูดให้เราฟังเป็นระยะว่า ณ ขณะนั้นเขากำลังคิดกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไร เหมือนเป็นการบอกใบ้ผู้เล่นแบบกลายๆ และทำให้ไดนามิกของเกมลื่นไหลเป็นธรรมชาติดี

โดยรวมแล้ว Days Gone เวอร์ชั่นตัวเต็มที่ได้เล่นกันในงานถือว่ามีการปรับปรุงข้อบกพร่องที่เคยพบเจอไปเยอะมาก จนเรียกได้ว่าเกมมีความพร้อมเพียงพอที่จะผงาดเป็นเกมหน้าใหม่ระดับ AAA อย่างสมศักดิ์ศรี แล้วพบกันกับรีวิวฉบับเต็มกันอีกครั้งในช่วงใกล้ๆ กับที่เกมวางจำหน่ายนะครับ

ด้านล่างนี้เป็นบทสัมภาษณ์คุณ David Lee ตำแหน่ง Community Manager จาก Bend Studio ที่เป็นผู้พัฒนาเกม Days Gone ที่เกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆ ของตัวเกมครับ

Q: อยากทราบว่าทำไมถึงใช้ Unreal Engine 4 ในการพัฒนาเกมนี้ครับ?
A: เพราะทางเรามีความคุ้นเคยกับการใช้ Unreal Engine 4 เป็นอย่างดี นอกจากนี้ตัวเอนจิ้นยังนำมาประยุกต์ใช้ง่าย และไม่มีปัญหา Crash ใดๆ ด้วยครับ

Q: ไม่ทราบว่าทีมงานมีแผนจะใส่โหมดมัลติเพลเยอร์เข้ามาในเกมด้วยหรือไม่?
A: ทางทีมงานต้องการโฟกัสไปที่การเล่นแบบผู้เล่นคนเดียว และยังไม่มีแผนสำหรับการทำโหมดมัลติเพลเยอร์ในอนาคตครับ

Q: ทำไมทีมพัฒนาถึงตัดสินใจเลือกใช้มอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะหลักของเกมนี้?
A: เนื่องจากเรามองว่ามอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะที่มีความโดดเด่นกว่าพาหนะอื่นๆ เลยเลือกให้มอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะเพียงอย่างเดียวในเกม นอกจากนี้ บรรดาบุคลากรใน Bend Studio จำนวนกว่าครึ่งก็ขับมอเตอร์ไซค์มาทำงานกันด้วย เลยเกิดเป็นไอเดียให้เลือกใช้มอเตอร์ไซค์ครับ

Q:นอกจากเหตุผลด้านภูมิศาสตร์ และเหตุผลที่ว่า Bend Studio มีที่ตั้งอยู่ในรัฐโอเรกอนแล้ว อยากทราบว่ามีเหตุผลอื่นอีกมั้ยในการเลือกรัฐโอเรกอนเป็นโลเคชั่นในเกมนี้?
A: จริงๆ แล้วโอเรกอนมีสถานที่ที่โดดเด่นหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นภูเขา แม่น้ำ รวมถึงสภาพแวดล้อมอื่นๆ ที่ไม่ค่อยได้เห็นกันในวิดีโอเกม และคนทั่วไปที่รู้จักโอเรกอนก็มักจะคุ้นชื่อแต่เมืองพอร์ตแลนด์ แต่ในความเป็นจริงแล้วโอเรกอนยังมีพื้นที่สไตล์ชนบทอยู่อีกหลายเมืองและยังไม่ค่อยถูกเผยแพร่ลงในสื่อใดๆ เท่าไหร่นักครับ

Q: ตัวเกมจะมีความยาวประมาณเท่าไหร่?
A: ถ้านับแค่เฉพาะเนื้อเรื่องหลักก็จะราวๆ 30 ชั่วโมง แต่ถ้าไปเคลียร์พื้นที่จนหมด ทำเควสต์ย่อยอื่นๆ ด้วยก็จะใช้เวลานานกว่านั้นเยอะครับ

Q: ภายในเกมจะมีอะไรอย่างอื่นให้ทำอีกบ้างครับ?
A: ก็จะมีรังของศัตรูที่เราสามารถเผาทำลายได้ มีการตามหายาที่ช่วยเพิ่มความสามารถให้กับตัวเรา ตลอดจนมี Ramp ที่เราใช้มอเตอร์ไซค์ทะยานขึ้นไปยังพื้นที่ลับบางจุดที่เราไม่สามารถไปถึงด้วยวิธีปกติด้วย

Q: หลังจากเกมออกวางจำหน่ายแล้ว ทีมงานจะมีปล่อยคอนเท้นท์อะไรเพิ่มเติมตามมาอีกหรือไม่?
A: ยังไม่มีแผน ณ ตอนนี้ครับ แต่ถ้ามีแล้วก็จะแจ้งให้ทราบกันแน่นอน

Q: เมื่อจบเกมแล้ว จะมีโหมด New Game+ ให้เล่นต่อมั้ย?
A: หลังจากจบเกมไปแล้วรอบนึง ผู้เล่นจะกลับมาอยู่ในฉากโอเพ่นเวิลด์เหมือนเดิม และสามารถไปตามเก็บสิ่งต่างๆ ที่ยังตกค้างได้ทุกเมื่ออยู่แล้ว ส่วน New Game+ เรายังไม่มีแผนที่จะทำเช่นกันครับ

Q: การเล่นเกมนี้บน PS4 รุ่นธรรมดา และ PS4 Pro จะมีความแตกต่างอะไรที่เห็นได้ชัดหรือไม่ โดยเฉพาะเวลาที่เจอฝูงฟรีคเกอร์ที่มากันเยอะๆ?
A: เราได้มีการทำการบ้านเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปแล้ว และมั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาใดๆ หรือเกิดความแตกต่างมากมายนักระหว่างการเล่นบนตัวเครื่องทั้ง 2 รุ่นครับ

Q: เกมนี้ได้แรงบันดาลใจหลักๆ มาจากอะไรบ้างครับ?
A: คุณ John Garvin ที่เป็นผู้กำกับของเกมนี้เคยเล่าว่าเขาได้แรงบันดาลใจหลักๆ สองเรื่อง โดยเรื่องแรกมาจากซีรีส์ดังทางโทรทัศน์ที่มีชื่อว่า The Walking Dead และอีกเรื่องคือซีรีส์ Sons of Anarchy ที่เล่าถึงกลุ่มแก๊งนักบิดครับ

แสดงความคิดเห็น

สินค้าแคสเตอร์