ก็เปิดให้ลอง Beta กันมาได้สักพักแล้วสำหรับ Call of Duty Black Ops 4 ในโหมด Black Out หรือ Battle Royale ที่หลายคนคงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ซึ่งงานนี้ก็มีหลายฝ่ายออกมาพูดถึงกระแสว่าเกมนี้จะมาล้ม PUBG ได้ ยิ่งช่วงนี้ผู้เล่น PUBG ก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ดูแนวโน้มทางฝั่ง Call of Duty ก็ดูมีภาษีที่ดีกว่า แต่จะตัดสินแค่จำนวนผู้เล่นคงจะไม่ได้ เรามาดูกันดีกว่าว่า Call of Duty ในโหมด Battle Royale นี้ แตกต่างกับ PUBG ตรงจุดไหนบ้างมาดูกัน!


ความแตกต่างด้าน Gameplay

     หากเทียบด้าน Gameplay โดยรวม สิ่งที่เห็นได้ชัดเลยคือทางฝั่ง Call of Duty จะมีความเร็วของเกมที่ค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Movement ของตัวละคร ที่สามารถวิ่งสไลด์ได้ และโทนของเกมอื่นๆ ซึ่งก็ทำออกมาได้สมกับเป็น Call of Duty ดี แตกต่างกับ PUBG ที่เกมจำดำเนินค่อนข้างช้า ทำให้ต้องเน้นเรื่อง Position เป็นหลัก และตัวเกมที่ให้ความรู้สึก Survival มากกว่า Call of Duty ที่แม้จะเป็น Battle Royale แต่กลิ่นอายคล้ายกับเรากำลังเล่นโหมด Deathmatch ซะอย่างงั้น รวมไปถึงการใช้ยาที่สามารถวิ่งไปใช้ไปได้เต็มที่ ต่างจาก PUBG ที่จะต้องหยุดอยู่กับที่เฉยๆ ซึ่งตรงนี้หากใครที่ชอบเล่นเกมเร็ว จะถูกใจฝั่ง Call of Duty มากกว่าก็ไม่แปลกใจ 


Gunplay เทียบทั้งสองเกม

     สำหรับใครที่ชอบความสมจริงเรื่องปืน ทาง PUBG จะได้อารมณ์ปืนในความเป็นจริงอยู่แล้ว และฟีลลิ่งการยิงที่ยากพอสมควร กลับกันทางฝั่งของ Call of Duty หากใครชอบปืนยุคอนาคตก็อาจจะเอนไปฝั่งนี้ได้มากกว่า แต่ที่แน่ๆ ปืนของฝั่ง Call of Duty นั้นยิงง่ายกว่ามาก ซึ่งหลายๆ ปืน ก็ยิงได้ง่ายๆ แทบจะไม่ต้องสนแรงดีดปืนก็ว่าได้ ส่วนในเรื่องการยิงระยะไกลทางฝั่ง Call of Duty ยังให้ความรู้สึกแปลกๆ เล็กน้อย อาจจะเพราะนี่เป็นครั้งแรกของฝั่ง Call of Duty ที่มาเล่นเรื่องระบบกระสุนย้อยได้ จากขนาดด่านที่ใหญ่มากขึ้น ทำให้ฟีลลิ่งการยิงระยะไกลยังรู้สึกแปลกๆ ในบางจังหวะ อีกทั้งปืนในเกม Call of Duty จะมีกระสุนในแม็กให้ทันทีเมื่อเราเก็บขึ้นมา ต่างจาก PUBG ที่จะต้องบรรจุกระสุนก่อนถึงยิงได้


ความยากในการเข้าใจตัวเกม

     ในส่วนของความยากง่ายในการเข้าใจตัวเกมนั้น ทางฝั่ง Call of Duty สามารถเข้าใจได้ง่ายกว่าในแทบจะทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นกระสุนที่ทางฝั่ง Call of Duty สามารถเก็บได้เต็มที่เพราะมีช่องแยกเฉพาะกระสุนให้ใส่โดยเฉพาะ ทำให้ไม่ต้องกังวลว่ากระเป๋าจะเต็ม แต่สามารถเก็บมาดองไว้ก่อนแม้จะไม่ได้ใช้ปืนที่มีกระสุนนั้นก็ตาม ต่างจาก PUBG ที่อาจจะต้องเจาะจงเก็บกระสุนชนิดนั้นๆ ที่เราจะใช้ เรื่องของ Mod ติดปืนที่ทางฝั่ง Call of Duty เป็น Mod รวมที่สามารถติดกับปืนได้ทุกชนิด (ถ้าชนิดนั้นสามารถติดอุปกรณ์ตัวนี้ได้) ต่างจาก PUBG ที่จะต้องมีแยกเช่น ที่เก็บเสียงของปืนพก,ปืนกลเบา, ปืนสไนเปอร์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังรวมถึงเป้ายิงที่จะบอกเวลาเรายิงศัตรูโดน และตำแหน่งของทิศที่เราถูกยิงมา ต่างจาก PUBG ที่จะต้องดูด้วยตาและฟังจากเสียงเองทั้งหมด ทำให้ฝั่ง Call of Duty ค่อนข้าง Friendly กับผู้เล่นที่ไม่ต้องการความ Hardcore มากจนเกินไป


ความหลากหลายในการเล่น

     ในเกม PUBG รูปแบบการเล่นก็จะวนๆ อยู่ในความเป็น Battle Royale โดดร่ม หาของ เข้าวง ยิงคน และอื่นๆ ซึ่งก็ค่อนข้างจะทั่วไปไม่ต่างจาก Call of Duty แต่สิ่งที่ฝั่ง CoD มีมากกว่านั่นก็คือ ลูกเล่นเครื่องมือต่างๆ ที่ทำให้ตัวเกมไม่ธรรมดาเหมือน Battle Royale ทั่วๆ ไป ไม่ว่าจะเป็นการตั้งโล่กำบัง การวางกับระเบิด การใช้รถบังคับ การยิงเชือกสลิงกระโดดขึ้นที่สูง และอื่นๆ อีกมากมายที่ช่วยเพิ่มความสนุกให้กับตัวเกม นอกจากนี้ภายในฉากยังมีซอมบี้ที่จะอยู่ในโซนที่มีไอเท็มดีๆ รวมไปถึงบอสซอมบี้ที่หากเราฆ่าได้ก็จะเป็นการปลดล็อคกล่องที่มีอาวุธดีๆ ได้อีกด้วย ซึ่งตรงนี้ใครที่ไม่ชอบความจำเจ อาจจะถูกใจพอสมควรเลยทีเดียว


ยานพาหนะที่แตกต่าง

     เมื่อปูถึงความเล่นง่ายตามสไตล์ Call of Duty งานนี้ก็รวมไปถึงยานพาหนะเช่นกัน ซึ่งภายในเกม Call of Duty จะไม่มีน้ำมันเหมือนกับเกม PUBG แถมการเล่นในแบบ Squad ยังมีการขึ้นรถที่น่าสนใจ อย่างเช่นรถบรรทุก ที่เพื่อนในทีมเราสามารถกระโดดขึ้นหลังรถได้ทันทีและเดินไปเดินมาบนนั้นได้ ต่างจาก PUBG ที่จะเป็นการขึ้นนั่งในรถไม่สามารถเดินไปไหนมาไหนได้ ทำให้การขึ้นรถไล่ยิงบนเกม Call of Duty ได้อารมณ์ที่สนุกไปอีกแบบ รวมไปถึงยานพาหนะที่แตกต่างโดยสิ้นเชิงอย่าง เฮลิคอปเตอร์ ซึ่งทาง PUBG นั้นไม่มี ทำให้ดูน่าสนใจสำหรับฝั่ง Call of Duty มากเลยทีเดียว


ปืนแต่งครบพร้อมเก็บ

     สำหรับในเกม PUBG ปืนทุกชิ้นที่เก็บได้ก็จะต้องหา Mod มาใส่ด้วยตัวเอง แต่ใน Call of Duty นอกจากกล่่องพิเศษที่จะมีไอเท็มเยอะแล้วนอกจาก Air Drop ก็ยังมีปืนพิเศษสีเหลือง ที่จะเป็นปืนแต่งครบดรอปอยู่ตามฉากอีกด้วย เป็นอีกหนึ่งลูกเล่นที่ทำให้สามารถหาอาวุธดีๆ ได้อย่างรวดเร็ว และใช้งานได้ทันที


     โดยรวมจากการเปรียบเทียบข้อแตกต่างระหว่าง Call of Duty กับ PUBG นั้น ค่อนข้างจะแตกต่างกันมากในด้าน Gameplay ซึ่งตรงจุดนี้ก็อยู่ที่ความชอบของคนว่าชอบสไตล์ไหน และจากความเห็นในกลุ่มผู้เล่นที่ทดลอง Beta ก็มีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบแตกต่างกันไป หากใครที่ชอบเกมเร็วยิงบู้ เล่นง่าย ก็จะถูกใจ Call of Duty มากกว่า แตกต่างจาก PUBG ที่หากใครยังชอบความ Survival และเกมที่กดดันก็จะเอนไปทางนี้มากกว่า แต่สิ่งที่อาจจะทำให้ผู้เล่นไม่มากของฝั่ง Call of Duty ก็อาจจะเป็นเรื่องราคาที่เหยียบ 2,000 บาท แม้จะมีโหมดอื่นๆ อย่างมัลติเพลยเยอร์ทั่วไป และโหมดซอมบี้ แต่ในราคาขนาดนี้ก็อาจจะทำให้ยอดผู้เล่นไม่มากเท่าที่ควร แต่ถึงอย่างนั้นก็ถือว่า Call of Duty ในโหมด Black Out นี้ เป็น Battle Royale ที่สนุกและเหมาะมากๆ สำหรับคนที่ชอบเล่นเกมเร็วๆ ง่ายๆ ไม่คิดมาก เหมือนส่วนผสมระหว่าง PUBG กับ Fortnite ก็ว่าได้ งานนี้ก็คงต้องมาดูในอนาคตกันว่า Call of Duty จะฮิตเปรี้ยงปร้างขนาดไหน

เกมแนะนำ

แสดงความคิดเห็น

สินค้าแคสเตอร์