จบไปแล้วนะครับกับมหกรรมงานเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอย่าง E3 2018 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-14 มิถุนายน 2018 ณ กรุงลอสแจงเอลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยปีนี้นอกจากจะมีการเปิดตัวเกมใหม่ๆ จากค่ายเกมดังแล้ว ยังมีเหตุการณ์ที่น่าจดจำมากมายภายในงานอีกด้วย ทว่าด้วยตัวงานที่จัดไกลถึงข้ามทวีป และอาจจะมีเกมเมอร์อยู่ไม่น้อยที่ยังไม่เคยหน้าค่าตาว่างานนี้ยิ่งใหญ่ยังไง ทำไมผู้คนในวงการเกมถึงตั้งหน้าตั้งตารอคอยงานนี้กันอยู่ทุกปี ในฐานะที่ทีมงาน OS เคยได้ไปสัมผัสความอลังการของงานนี้มาแล้วก็ขอเล่าคร่าวๆ ให้รู้จักกันถึงงาน E3 กันครับ

สำหรับ E3 (Electronic Entertainment Expo) นั้นถือเป็นงานเกมประเภท Trade Event ที่จัดขึ้นมาเพื่อเป็นการพบปะของเหล่านักพัฒนาเกม ผู้จัดจำหน่ายเกม บรรดาตัวแทนจากร้านเกมค้าปลีก และสื่อมวลชนเท่านั้น กระทั่งทางผู้จัดเพิ่งจะมาเปิดให้บุคคลภายนอกได้เข้ามาร่วมงานได้เมื่อตั้งแต่ปี 2017 ที่ผ่านมา แต่ราคาบัตรของบุคคลภายนอกก็เข้าขั้นแพงสุดกู่ โดยอยู่ที่คนละ 995 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 32,500 บาทไทยทีเดียว และหากจะได้บัตรที่ราคาถูกกว่านั้น ก็ต้องทำการลงทะเบียนจองที่หน้าเว็บไซต์ของงาน ซึ่งอย่าง E3 2018 ที่เพิ่งจะผ่านพ้นไป ได้กำหนดให้ผู้ลงทะเบียนจองในเว็บจำนวน 1,000 คนแรกจะได้บัตรในราคา 149 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 4,900 บาท ในขณะที่คนที่จองในลำดับ 1,001-10,000 จะได้บัตรในราคา 249 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 8,200 บาท 

ดังนั้น ด้วยบัตรที่มีราคาแพงเช่นนี้ เกมเมอร์จากทุกสารทิศ ไม่เว้นแม้แต่คนที่มีถิ่นฐานอยู่ในนครลอสแองเจลิสเลยได้แต่มองตาปริบๆ แล้วเลือกที่จะรอดูถ่ายทอดสดอยู่กับบ้านดีกว่า ส่วนเพื่อนๆ คนไหนที่สงสัยว่าสเกลงานของ E3 นั้นใหญ่ขนาดไหน ก็ต้องบอกว่าพื้นที่ของ LA Convention Center นั้นอยู่ที่ 67,000 ตารางเมตร หรือมากกว่ารอยัล พารากอนฮอลล์ ที่ใช้จัดงาน Thailand Game Show BIG Festival ถึงกว่า 5 เท่านั่นเอง แถมสัดส่วนของบรรดาเกมที่นำมาโชว์ในงานก็เป็น พีซี/คอนโซล มากถึง 90% ครับ ส่วนอีก 10% ที่เหลือก็แบ่งยิบย่อยเป็นบูธจำหน่ายสินค้า Merchandise รวมถึงบูธเกมมือถือ ตลอดจนบูธเกมที่เล่นบน VR ฯลฯ

ทุกวันนี้ ในแวดวงการเกม โดยเฉพาะฝั่งเกมเมอร์สายคอนโซลและพีซี ต่างยกให้งาน E3 มีดีกรีความยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก ด้วยเหตุผลที่ว่ามันเป็นงานที่ทางค่ายเกมชั้นนำต่างๆ จะขนเกมใหม่มาเปิดตัว รวมถึงประกาศวันวางจำหน่าย อะไรที่เกมเมอร์ทั่วโลกรอคอยกัน ก็จะได้เห็นเป็นครั้งแรกได้ที่งานนี้อยู่บ่อยๆ (นอกเสียจากเกมไหนที่พัฒนาโดยบางค่ายที่เป็นสัญชาติญี่ปุ่นก็จะถูกนำไปเปิดตัวที่งาน Tokyo Game Show ประเทศญี่ปุ่น หรือเกมที่ถูกพัฒนาโดยค่ายฝั่งยุโรปก็จะไปเปิดตัวที่งาน Gamescom ในประเทศเยอรมนีแทน เป็นต้น)

ส่วนในเมืองไทยนั้น ด้วยความที่สภาพตลาดบ้านเราส่วนใหญ่จะนำด้วยเกมออนไลน์และเกมมือถือ เลยทำให้ภาพลักษณ์ของงานเกม Thailand Game Show ดูเป็นงานเกมมือถือเยอะหน่อย แต่นั่นก็สะท้อนถึงกลุ่มผู้เล่นในประเทศเราเองด้วยครับว่าหากจะให้มีค่ายเกมคอนโซลและพีซีสนใจมาทำตลาดหรือออกบูธในงานที่ไทยมากขึ้น เราก็ต้องให้การสนับสนุนเกมเหล่านั้นให้เยอะขึ้นด้วยเช่นกัน

แสดงความคิดเห็น

สินค้าแคสเตอร์