หลังจากที่ Capcom ได้ประกาศเปิดตัวเกม Resident Evil 2 เวอร์ชั่นรีเมคไปในระหว่างงาน E3 2018 ก็มีเสียงตอบรับกลับมาในด้านบวกมากมาย และคำถามที่น่าจะคาใจแฟนๆ ทั่วโลกกันจนบัดนี้ก็คือ "แล้วเวอร์ชั่นรีเมคมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้างล่ะ?" ตรงส่วนนี้ทางทีมงาน OS ที่ได้มีโอกาสไปทดลองเล่นเกม Resident Evil 2 ถึงในบูธของ Capcom ก็ขออธิบายคร่าวๆ ให้เพื่อนๆ ได้ชมกันสักหน่อยครับ

สิ่งที่เปลี่ยนไป

1. ฉากต่างๆ มีการใช้แผนที่จากเวอร์ชั่นดั้งเดิมเป็นพื้นฐาน และเพิ่มเติมพื้นที่ใหม่ๆ เข้าไปในอีกหลายโซน ซึ่งส่วนใหญ่ห้องที่เคยมีอยู่แล้วก็ยังมีเหมือนเดิม และที่สำคัญคือ ในสถานีตำรวจเวอร์ชั่นรีเมค มีห้องส้วมแล้วจ้า!

2. ศพที่นอนเรียงรายตามฉาก เกือบทั้งหมดคือซอมบี้ที่สามารถฟื้นขึ้นมาได้เมื่อเราใช้ปืนยิงหรือเอามีดไปโจมตีมัน บ้างก็ฟื้นเมื่อเราหยิบไอเทมที่ตกอยู่ข้างตัวมัน หรือบ้างก็ฟื้นเมื่อเราไปทำเงื่อนไขบางอย่างเข้า

3. ในเวอร์ชั่นดั้งเดิม เวลาเราโจมตีซอมบี้จนตายสนิท มันจะล้มลงไปนอนและมีกองเลือดนองใต้ตัวเป็นวงกลมใหญ่ๆ แต่ในภาคนี้การจะทำให้มันตายแบบสมบูรณ์คือต้องโจมตีให้ส่วนศีรษะตั้งแต่จมูกขึ้นไปขาดหายจนเรียบ

4. ปริศนาในเกมมีการถูกใส่เพิ่มเข้ามาในหลายๆ ห้อง บางปริศนาดูเมคเซ้นส์ สมเหตุสมผลขึ้นมาก เช่น หาคำใบ้จากพยัญชนะตัวแรกของชื่อเพื่อนร่วมงานทุกคน เป็นต้น ในส่วนนี้ทีมงานเผยว่าการจะทำให้ปริศนาทุกอันดูเมคเซ้นส์ทั้งเกมมันเป็นไปไม่ได้ เพราะเกมมันจะดูไม่สมูธทันที

5. ในเวอร์ชั่นรีเมคมีการเพิ่มบทและความสำคัญของตัวละครที่เคยเป็นแค่ตัวประกอบในเวอร์ชั่นดั้งเดิมให้ดูมีมิติขึ้น เช่น นายตำรวจมาร์วินของเวอร์ชั่นรีเมคจะมีบทพูดที่มากกว่าเดิม รวมถึงมีความสำคัญกับการดำเนินเนื้อเรื่องช่วงหนึ่งของเกมอีกด้วย สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้เล่นเกิดความผูกพันกับตัวละคร ไม่รู้สึกว่าทีมงานสร้างตัวละครขึ้นมาทิ้งๆ ขว้างๆ

6. สำหรับเวอร์ชั่นดั้งเดิม เนื้อเรื่องของลีออนและแคลร์จะถูกแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ เนื้อเรื่องลีออน A เชื่อมกับเนื้อเรื่องแคลร์ B และเนื้อเรื่องแคลร์ A เชื่อมกับเนื้อเรื่องลีออน B แต่ในเวอร์ชั่นรีเมค ทีมงานได้ปรับให้เนื้อเรื่องทั้ง 2 คนมีเพียงคนละชุดเท่านั้น เพื่อเหตุผลในด้านการเล่าเรื่องที่ทำได้แน่นขึ้น ลงตัวขึ้น และไม่จำเป็นต้องเล่นจบถึง 4 รอบเพื่อดูเนื้อเรื่องครบทุกส่วนเหมือนแต่ก่อน

7. จากภาค 7 ที่ตัวเกมเคยเปลี่ยนไปใช้มุมกล้องแบบมุมมองบุคคลที่ 1 มาในภาค 2 รีเมค ทีมงานตัดสินใจที่จะกลับมาใช้มุมกล้องแบบมองผ่านหัวไหล่ ที่เคยใช้ใน Resident Evil ภาค 4-6 และ Revelations ทั้ง 2 ภาค โดยให้เหตุผลว่ามุมกล้องนี้จะรีดบรรยากาศและความสมจริงออกมาได้ดีที่สุด ซึ่งจริงๆ แล้วทุกมุมกล้องที่เคยใช้กันมา ล้วนมีข้อดีในตัวของมัน เพียงแต่ว่ามุมกล้องแบบกล้องวงจรปิดจะทำให้เราทุกสิ่งอย่างรอบตัวเรา ความท้าทายและระทึกจึงลดลงไปมาก ในขณะที่มุมกล้องแบบมุมมองบุคคลที่ 1 นั้นติดตรงที่ผู้เล่นจะได้เห็นเพียงแค่ศัตรู แต่ไม่เห็นตัวละครที่เราบังคับ ทำให้ผู้เล่นอินไปกับตัวละครได้ยากกว่ามุมกล้องผ่านหัวไหล่

8. มีการดึงเอาข้อดีของแต่ละระบบประจำภาคต่างๆ มายำเข้าไว้ด้วยกัน ดังนี้

ภาค 0 - ระบบการบอกตำแหน่งไอเทมที่เราเคยวางทิ้งไว้กับพื้นบนแผนที่ ห้องไหนเราเคยทิ้งไอเทมอะไรไว้จะแสดงให้เห็นหมด พอมาเป็นภาค 2 รีเมคที่ไม่มีระบบทิ้งไอเทม ก็ได้เปลี่ยนมาเป็นการมาร์คตำแหน่งไอเทมแบบใหม่ โดยบริเวณไหนของห้องใดที่เราเคยหยิบไอเทมขึ้นมาดู แต่ยังไม่ได้เก็บมาไว้กับตัว ตำแหน่งไอเทมชิ้นนั้นจะแสดงบนแผนที่ เพื่อให้เราย้อนกลับมาเก็บในภายหลังได้ง่ายขึ้น 

ภาค 1 - ระบบ Defense Item ที่ผู้เล่นสามารถหาเก็บอาวุธป้องกันตัวได้ตามฉาก และสามารถนำมันมาใช้เวลาโดนซอมบี้ตะครุบตัวเพื่อโจมตีสวนหรือสลัดตัวเองให้หลุดได้ พอมาในภาคนี้ ลีออนจะมีมีด Combat Knife ให้ใช้ โดยมีดนี้จะสารพัดประโยชน์มาก ไม่ว่าจะใช้ป้องกันตัวจากซอมบี้ที่กำลังจะงับเรา หรือใช้เป็นอาวุธโจมตีระยะประชิด หรือจะใช้เพื่อเปิดทางในบางจุดก็ได้

ภาค 2 - ระบบเพิ่มช่องไอเทมของตัวละคร สมัยเวอร์ชั่นดั้งเดิมนั้น ทั้งลีออนและแคลร์จะมีช่องใส่ไอเทมทั้งหมด 8 ช่อง แต่จะมีไอเทมที่เป็นกระเป๋าใบเล็กที่เพิ่มจำนวนช่องไอเทมติดตัวเป็น 10 ช่องได้ ทว่าจะเลือกติดตั้งกระเป๋าได้แค่ตัวละครเดียวเท่านั้น ซึ่งในเวอร์ชั่นรีเมคก็ยังคงมีกระเป๋าใบเล็กให้เหมือนเดิม และยังคงเพิ่มช่องไอเทมได้ใบละ 2 ช่องเช่นกัน

ภาค 3 - ระบบดินปืน (Gunpowder) ที่ผู้เล่นสามารถสร้างกระสุนปืนขึ้นมาเองได้ โดยในเนื้อเรื่องของลีออนที่มีให้เล่นในเดโม จะมีไฟล์ที่บอกวิธีการสร้างกระสุนด้วยดินปืนอยู่ 3 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ กระสุนปืนพก, ปืนลูกซอง และปืนแม็กนั่ม ซึ่งคาดว่าในเนื้อเรื่องของฝั่งแคลร์ก็น่าจะสามารถสร้างกระสุนปืนชนิดอื่นๆ ได้บ้าง

ภาค 4 - มุมกล้องผ่านหัวไหล่เป็นโครงสร้างเกมเพลย์หลักที่ถูกนำมาใช้ใน Resident Evil 4 เป็นครั้งแรก และมันก็ได้กลายเป็นมุมกล้องที่ได้รับความนิยมอย่างสูงจนมีหลายๆ เกมทำตามกันมา

ภาค 5 - ระบบ Hotkey หรือ Shortcut ในการติดตั้งอาวุธได้มีการนำมาใช้ครั้งแรกกับภาคดังกล่าว ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้เล่นในการเปลี่ยนอาวุธที่ถือได้อย่างรวดเร็ว

ภาค 6 - ระบบกดปุ่ม QTE ในการสำรวจ โดยในภาค 6 จะมีการให้ผู้เล่นได้กดปุ่ม QTE บนหน้าจอเพื่อเปิดสิ่งกีดขวางหรือเปิดบางประตูในยามคับขัน ซึ่งในภาค 2 รีเมคก็จะมีบางช่วงที่เราต้องกดปุ่มเพื่อผลักตู้ที่ขวางทางออกไปนั่นเอง

ภาค Revelations - ระบบเล็งเป้าแบบ Crosshair เหมือนกับเกมแอ็กชั่นชู้ตติ้งทั่วไป ซึ่งก่อนหน้านั้นในภาค 4 และ 5 เป้าเล็งจะมาในรูปแบบของ Laser Dot ที่มีความแม่นยำสูง พอมาเป็น Crosshair เลยมีปัจจัยด้านฟิสิกส์เข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น วิถีกระสุนมีความส่ายตามแรงดีดของปืนจริง

ภาค Outbrek 2 - ในเดโมของภาค 2 รีเมคจะมีไอเทมแผ่นไม้ให้เก็บ โดยมันสามารถนำไปใช้ปิดหน้าต่างตามจุดต่างๆ ของสถานีตำรวจเพื่อไม่ให้ซอมบี้พุ่งทะลุกระจกเข้ามาได้ ซึ่งระบบนี้เคยมีการใช้ครั้งแรกในภาค Outbreak 2 ที่เป็นภาคสปินออฟ และไอเทมแผ่นไม้จะมีจำนวนน้อยกว่าจำนวนหน้าต่างที่มีให้เราไปปิด ดังนั้นผู้เล่นจึงต้องคำนวณให้ดีว่าเส้นทางไหนที่เราจำเป็นต้องผ่านบ่อยๆ ก็ค่อยเอาแผ่นไม้ไปปิดตรงนั้นเสีย

9. ไอเทมตลับหมึก หรือ Ink Ribbon ที่แฟนๆ เกมนี้น่าจะรู้จักกันดีในฐานะที่เป็นไอเทมสำหรับเซฟเกมกับเครื่องพิมพ์ดีด โดยตอนที่ทีมงานได้ทดลองเล่นเดโมดู พบว่าสามารถเซฟเกมได้ไม่จำกัดครั้ง ซึ่งคาดว่าในระดับความยากสูงสุดของเกม น่าจะมีไอเทม Ink Ribbon ให้เก็บตามฉาก เท่ากับว่าเราจะเซฟได้จำกัดจำนวนครั้งในระดับความยากดังกล่าวก็เป็นได้

10. โหมดพิเศษ 4th Survivor ที่ผู้เล่นจะได้สวมบทบาทเป็น HUNK ทหารมือฉกาจ และ Tofu เจ้าก้อนเต้าหู้สุดฮา จะยังคงมีให้เล่นเหมือนเดิม และที่พิเศษกว่านั้นคือทั้ง 2 ตัวละครจะไม่ใช่ DLC ที่ผู้เล่นต้องจ่ายเงินซื้อ อีกทั้งผู้ที่ซื้อเกมเวอร์ชั่น Deluxe Edition จะมีฟีเจอร์ Soundtrack Swap ที่ให้ผู้เล่นเกมเวอร์ชั่นรีเมคสามารถเลือกเล่นเพลงเวอร์ชั่นดั้งเดิมประกอบการเล่นแทนได้

แสดงความคิดเห็น

สินค้าแคสเตอร์