กาลเวลาล่วงเลยมาหลายปี นับตั้งแต่เครโทส (Kratos) ปิดบัญชีแค้นกับเหล่าทวยเทพแห่งยอดเขาโอลิมปัส พร้อมกับทำลายโลกของตำนานกรีกจนพินาศสิ้น บัดนี้ เครโทสก็ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขกับลูกชายนามว่า อเทรอัส (Atreus) ยังป่าลึกในโลกของตำนานนอร์ส ซึ่งเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยอสุรกายอันโหดร้ายและเหล่านักรบที่น่าเกรงขาม อยู่มาวันหนึ่ง เฟย์ (Faye) ภรรยาคนใหม่ของเครโทส หรือแม่ของอเทรอัสก็ได้เสียชีวิตลง โดยคำสั่งเสียครั้งสุดท้ายของเฟย์นั้นคือขอให้สองพ่อลูกเดินทางไปโปรยเถ้าอัฐิของเธอบนยอดเขาที่สูงที่สุดของดินแดนนอร์ส ทว่าเครโทสเองยังมองว่าลูกชายของตนยังไม่พร้อมกับการเดินทาง ด้วยเรื่องปัญหาด้านวุฒิภาวะ แต่ระหว่างนั้นก็ได้มีชายแปลกหน้าคนหนึ่งปรากฏตัวที่หน้าบ้านของเครโทส พร้อมกับใช้พละกำลังดุจเทพเข้าต่อสู้กับพี่เหม่งอย่างดุเดือด สุดท้ายเครโทสก็จำเป็นต้องลงมือสังหารชายคนดังกล่าวเสีย ด้วยเหตุนี้ เครโทสจึงต้องพาลูกชายออกเดินทางทันที เพราะเกรงว่าบ้านที่อยู่อาศัยจะไม่ปลอดภัยอีกต่อไป และสองพ่อลูกยังพบว่ามิดการ์ด (Midgard) กำลังตกอยู่ในสถานะที่ถูกทิ้งร้างด้วยเหตุผลบางอย่าง ส่งผลให้เหล่าปีศาจร้ายออกมาเพ่นพ่านไปทั่วผืนพิภพ ขณะเดียวกัน บรรดามนุษย์ที่หลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิดก็พากันหนีหายไปหมดด้วย

ระหว่างการเดินทางสู่ยอดเขา เครโทสกับอเทรอัสก็ได้พบกับพี่น้องเผ่าคนแคระนามว่า บร็อค (Brok) และ ซินดรี (Sindri) ที่คอยช่วยเหลือในการอัพเกรดอาวุธและชุดป้องกัน และยังได้รู้จักกับ จอร์มันกานด์ (Jormungandr) งูยักษ์แห่งโลกนอร์สที่ดูเป็นมิตรและช่วยเปิดทางให้สองพ่อลูกไปยังยอดเขาสูงสุดของมิดการ์ด แต่แล้วบนภูเขาแห่งนั้น เครโทสก็พบว่ามีหมอกดำบดบังตรงทางขึ้นทำให้ไปต่อไม่ได้ เคราะห์ดีที่แม่มดซึ่งเครโทสกับลูกชายได้พบมาก่อนหน้านี้ได้โผล่มาให้คำแนะนำว่าการจะฝ่าหมอกดำนี้ได้ จำเป็นจะต้องไปเอาพลังแห่งแสงจากภพอัลฟ์ไฮม์ (Alfheim) ที่เป็นถิ่นของพวกเอลฟ์ (Elf) มาก่อน กระทั่งพอได้มันมาแล้วและใช้มันกรุยทางสู่ยอดเขาสำเร็จ เครโทสก็บังเอิญพบว่าชายแปลกหน้าที่ตัวเองเพิ่งปลิดชีพไปตอนแรกยังมีชีวิตอยู่ แถมทราบด้วยว่าชายคนดังกล่าวคือ บัลเดอร์ (Baldur) ลูกชายของโอดิน (Odin) ที่มาพร้อมกับ แม็กนิ (Magni) และ โมดิ (Modi) ลูกชายอีกสองคนของธอร์ (Thor) เข้ามาพูดคุยกับมิเมียร์ (Mimir) เทพอีกองค์ของนอร์สที่โดนจองจำอยู่ในต้นไม้มานานนับร้อยปี สักพักหลังจากบัลเดอร์และพรรคพวกจากไป เครโทสกับอเทรอัสจึงเข้าไปสอบถามกับมิเมียร์ และพบความจริงว่ายอดเขาที่สูงที่สุดของดินแดนนอร์สนั้นไม่ได้อยู่ในมิดการ์ด หากแต่อยู่ในภพโจตันไฮม์ (Jotunheim) ที่เป็นถิ่นของเผ่ายักษ์ (Giant) นั่นเอง

***แม็กนิและโมดิมีศักดิ์เป็นหลานของบัลเดอร์ เพราะธอร์กับบัลเดอร์เป็นพี่น้องต่างมารดากันครับ

มิเมียร์เล่าถึงปัญหาถัดมาว่า ทางเข้าไปยังภพโจตันไฮม์ได้ถูกพวกยักษ์ทำลายเรียบ หลังจากที่พวกยักษ์พากันอพยพออกจากมิดการ์ดเพื่อหนีการตามล่าจากโอดินและธอร์ แต่มิเมียร์ยังพอรู้วิธีเปิดวาร์ปไปยังโจตันไฮม์อยู่บ้าง และขอให้เครโทสตัดศีรษะของตนเองแล้วนำติดตัวไป เพื่อที่ตนเองจะได้เป็นอิสระจากการถูกจองจำในต้นไม้ พร้อมทั้งขอให้เครโทสหาวิธีชุบชีวิตให้กับศีรษะมิเมียร์ด้วย เครโทสจึงไปขอความช่วยเหลือจากแม่มดกระทั่งชุบชีวิตมิเมียร์ได้สำเร็จ และเรื่องราวก็เปิดเผยอีกว่าจริงๆ แล้วแม่มดมีชื่อว่า เฟรย่า (Freya) หนึ่งในภรรยาของโอดินที่ถูกเนรเทศจนต้องมาปลีกวิเวกอยู่ตัวคนเดียว พอรู้ความจริงเช่นนี้ เครโทสเลยเกิดความไม่เชื่อใจเฟรย่า ด้วยความที่นางเป็นเทพ และตัวเครโทสเองก็เคยมีประสบการณ์ไม่ดีกับเหล่าเทพมาก่อน ถึงกระนั้นเฟรย่ากับมิเมียร์ก็พยายามเตือนเครโทสว่า ยังไงเสียเครโทสก็ต้องบอกความจริงเรื่องชาติกำเนิดที่แท้จริงของอเทรอัสให้เจ้าตัวรู้ให้ได้

เครโทสกับอเทรอัสออกเดินทางต่อเพื่อตามหาวัตถุดิบที่ใช้ในการเปิดวาร์ปไปยังโจตันไฮม์ และถูกขัดขวางโดยแม็กนิกับโมดิ โดยเครโทสสามารถสังหารแม็กนิลงได้ ส่วนโมดิชิงหลบหนีไปก่อน และย้อนกลับมาลอบทำร้ายเครโทสจนขยับตัวไม่ได้ ส่วนอเทรอัสโกรธจัดจนเผลอเบ่งพลังสปาร์ตันในตัวออกมา ทำให้อาการป่วยกำเริบ อเทรอัสจึงหมดสติไป เครโทสเลยต้องบากหน้าไปขอความช่วยเหลือจากเฟรย่าอีกรอบ และพบว่าอาการป่วยของอเทรอัสเกิดจากความขัดแย้งสภาวะจิตใจของเจ้าตัวที่เชื่อตัวตนเองเป็นมนุษย์ปกติมาตลอด ซึ่งขัดกับชาติกำเนิดที่ตนเองเป็นเทพนั่นเอง ขณะที่การทำยารักษาอาการป่วยของอเทรอัส จะต้องใช้หัวใจของผู้คุมสะพาน Bridge of the Damned ในภพเฮลไฮม์ (Helheim) เป็นส่วนผสม ทว่า ณ ที่แห่งนั้นเต็มไปด้วยศัตรูธาตุน้ำแข็งที่ขวานเลเวียธาน (Leviathan Axe) ของเครโทสไม่อาจใช้ต่อกรกับพวกมันได้ เครโทสจึงตัดสินใจกลับไปที่บ้านเพื่อนำเอาอาวุธเก่ามาใช้ นั่นก็คือดาบโซ่ เบลดออฟเคออส (Blade of Chaos) ที่เป็นอาวุธธาตุไฟ และหลังจากเครโทสบุกเข้าไปในเฮลไฮม์แล้วควักหัวใจของผู้คุมสะพานมาได้ พร้อมกับรักษาอเทรอัสได้สำเร็จ เครโทสเลยบอกลูกชายว่าเขามีสายเลือดของเทพอยู่ เพราะตัวเครโทสเป็นลูกครึ่งระหว่างเทพซุสแห่งกรีกกับหญิงที่เป็นมนุษย์ แต่ดูเหมือนว่าพอรู้ความจริงแล้ว อเทรอัสกลับรู้สึกยโสและเกรียนแตกในความเป็นเทพของตัวเองขึ้นมาซะงั้น จนเมื่อสองพ่อลูกได้พบกับโมดิอีกครั้ง อเทรอัสก็ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ลงมือฆ่าโมดิตายไปอีกคน แถมพอถึงหน้าจุดวาร์ปไปโจตันไฮม์ บัลเดอร์ที่ดักรออยู่ก่อนแล้วก็เข้ามาทำร้ายเครโทส ทางด้านอเทรอัสที่ยังหลงระเริงคิดว่าตัวเองเป็นเทพแล้วเลยไม่กลัวใครหน้าไหน ก็พุ่งใส่บัลเดอร์อย่างไร้สติ ผลก็คือจุดวาร์ปถูกทำลาย ทำให้ทั้งเครโทส อเทรอัส และบัลเดอร์หลุดเข้าไปอยู่ในภพเฮลไฮม์ทันที

ที่เฮลไฮม์ อเทรอัสรู้สึกเสียใจกับความหัวร้อนของตัวเอง ก่อนจะเชื่อฟังเครโทสแต่โดยดีและช่วยกันหาทางหนีไปจากนรกภูมิ ระหว่างนั้นทั้งคู่ก็พบความจริงว่าเฟรย่าคือแม่บังเกิดเกล้าของบัลเดอร์ และนางก็เป็นคนที่ร่ายมนตร์ให้บัลเดอร์เป็นอมตะมาตั้งแต่เล็กอีกด้วย ทว่าผลของความเป็นอมตะของบัลเดอร์นี้ก็ต้องแลกกับการที่เจ้าตัวไม่มีความรู้สึกต่อสิ่งใดๆ เลย รวมถึงความเจ็บปวดด้วย ต่อมามิเมียร์ก็นึกขึ้นได้ว่ายังมีอีกวิธีที่ใช้เดินทางไปยังโจตันไฮม์ได้ แต่วิธีดังกล่าวจำเป็นต้องหาดวงตาของมิเมียร์อีกข้างที่หายไปเสียก่อน สองพ่อลูกเลยพายเรือเข้าไปในท้องของงูจอร์มันกานด์เพื่อตามหาดวงตามิเมียร์ที่มันเผลอกลืนเข้าไป กระทั่งพอได้มาปุ๊บ บัลเดอร์ก็พุ่งโจมตีจอร์มันกานด์จนเครโทสกับลูกชายกระเด็นมาอยู่อีกที่หนึ่ง และพบกับเฟรย่าที่พยายามเข้ามาขัดขวางไม่ให้เครโทสกับบัลเดอร์สู้กัน

ขณะที่เครโทสกับอเทรอัสสู้กับบัลเดอร์อย่างดุเดือด ก็มีจังหวะนึงที่บัลเดอร์ต่อยอัดกลางลำตัวของอเทรอัสจนกระเด็น จังหวะนี้เองที่หมัดของบัลเดอร์ก็ดันไปทิ่มถูกก้านลูกธนูมิสเทิลโทที่ผูกกับสายสะพายกระบอกลูกธนูของอเทรอัสเข้าอย่างจัง และผลจากเวทมนตร์ที่ติดอยู่ในลูกธนูมิสเทิลโทก็ได้ทำให้มนตร์ของเฟรย่าที่มีต่อบัลเดอร์เสื่อมลง เท่ากับว่าบัลเดอร์สูญสิ้นความเป็นอมตะไปในทันที เครโทสกับอเทรอัสจึงสามารถปราบบัลเดอร์ลงได้ แต่เครโทสเลือกที่จะไว้ชีวิตบัลเดอร์เพราะเห็นว่าเจ้าตัวหมดสภาพแล้ว ทว่าบัลเดอร์ก็ยังฝืนสังขารลุกไปบีบคอเฟรย่า เนื่องจากแค้นที่แม่เป็นต้นเหตุที่ทำให้ตนเองต้องทุกข์ทรมานจากการที่ไร้ความรู้สึกใดๆ มาตลอด เครโทสเห็นดังนั้นเลยจับบัลเดอร์หักคอตายคาที่เพราะทนเห็นลูกฆ่าแม่ตัวเองไม่ได้ ขณะที่เฟรย่าก็ทำใจไม่ได้ที่เสียลูกชายสุดที่รักไป จึงสาปแช่งและสาบานว่าจะชำระแค้นกับเครโทสให้ได้ เครโทสเลยตัดสินใจเล่าความจริงกับอเทรอัสทั้งหมดถึงเรื่องราวในอดีตต่อหน้าเฟรย่า ที่ตนเองเคยฆ่าล้างบางเหล่าเทพในโลกของกรีก รวมถึง ซุส ที่เป็นพ่อแท้ๆ ของตน พร้อมทั้งบอกว่าเราควรเรียนรู้จากประสบการณ์อันเลวร้ายในอดีต และไม่ทำผิดพลาดตามที่คนรุ่นก่อนเคยพลาดพลั้งมา เราสามารถเป็นเทพในแบบที่เราเลือกจะเป็น ไม่ใช่เทพในแบบที่ใครจะมาลิขิตให้ ซึ่งเครโทสจะไม่ขัดความรู้สึกของเฟรย่าที่โกรธแค้นตน เพราะเข้าใจดีถึงหัวอกคนเป็นแม่ที่สูญเสียลูกชายอย่างไม่มีวันกลับ หลังจากที่เฟรย่าอุ้มร่างบัลเดอร์จากไป มิเมียร์ก็บอกว่าเครโทสทำถูกแล้วที่ให้เรื่องราวลงเอยเช่นนี้ และกาลเวลาจะช่วยให้เฟรย่าก้าวข้ามความเสียใจได้เอง

ในที่สุด ด้วยความช่วยเหลือของมิเมียร์ เครโทสกับอเทรอัสก็สามารถเปิดวาร์ปไปยังภพโจตันไฮม์ได้สำเร็จ ซึ่งช่วงที่เดินผ่านวิหารขึ้นสู่ยอดเขา สองพ่อลูกก็ได้เห็นภาพจารึกบนผนังที่เผยให้เห็นเรื่องราวการผจญภัยของทั้งคู่ โดยพบว่าเหล่ายักษ์ได้เห็นอนาคตล่วงหน้าทั้งหมดมาตลอดว่าเครโทสกับลูกชายจะเดินทางมาถึงที่นี่ได้ นอกจากนี้ อเทรอัสยังรู้ความจริงถึงชาติกำเนิดตัวเองเพิ่มเติมว่า เฟย์ แม่แท้ๆ ของตนก็เป็นยักษ์ที่หลบมาใช้ชีวิตอยู่ในมิดการ์ด นั่นทำให้อเทรอัสมีสายเลือดผสมทั้งเทพ, ยักษ์ และมนุษย์ อยู่ในตัว ยิ่งไปกว่านั้น ภาพจารึกก็ยังเผยอีกว่าเฟย์คือเป้าหมายที่บัลเดอร์ตามหามาตลอด ทว่าบัลเดอร์ไม่รู้ว่าเฟย์ได้ตายไปแล้ว และกลายเป็นเพียงเถ้ากระดูกที่เครโทสกับอเทรอัสนำติดตัวมาตั้งแต่แรก

บนยอดเขาสูงสุดแห่งโจตันไฮม์ หลังจากเครโทสกับอเทรอัสทำการโปรยอัฐิของเฟย์เสร็จแล้ว อเทรอัสก็ได้เล่าให้เครโทสฟังว่า จากภาพจารึกที่เห็นกันเมื่อครู่ พบว่าเหล่ายักษ์ได้เรียกชื่อของตนเองว่า โลกิ (Loki) เครโทสจึงบอกว่านั่นคือชื่อที่เฟย์ตั้งใจจะตั้งให้แก่อเทรอัสเมื่อแรกเกิด แต่เครโทสเลือกที่จะให้ลูกชายของตนมีชื่อว่าอเทรอัส ตามชื่อของสหายที่เป็นผู้จุดประกายความหวังให้กับเหล่ากองทัพสปาร์ตันแห่งดินแดนกรีก และเมื่อสองพ่อลูกกลับมาถึงมิดการ์ด มิเมียร์ก็ได้เตือนทั้งคู่ว่ามหาสงครามแร็กน่าร็อคแห่งตำนานนอร์สกำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า

เครโทสกับอเทรอัสที่เหน็ดเหนื่อยจากการผจญภัยอันแสนยาวนาน ก็ได้กลับมาถึงบ้านและหลับพักผ่อน และในห้วงความฝันนั้น เป็นภาพนิมิตของอเทรอัสที่เห็นเหตุการณ์ว่าธอร์บุกมายังบ้านของตน กระทั่งพอตื่นขึ้นมา เครโทสจึงบอกว่ามันคงเป็นเพียงความฝัน ทว่าอเทรอัสยังคงยืนยันว่าภาพที่เห็นในฝันนั้นคือเรื่องจริงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตแน่นอน

แสดงความคิดเห็น

สินค้าแคสเตอร์