ผู้พัฒนา: Level-5
ผู้จัดจำหน่าย: Bandai Namco Entertainment
แพลตฟอร์ม: PS4, PC
แนวเกม: Action-RPG

ในช่วงหลายปีหลังมานี้ เกมแนว RPG สไตล์ญี่ปุ่นหรือที่เกมเมอร์เรียกติดปากกันว่า 'JRPG' นั้นดูซบเซาไปมาก จะเห็นได้ว่ามีเพียงไม่กี่ซีรีส์เท่านั้นที่ยังรักษากระแสความนิยมตัวเองไว้ได้อยู่ เหล่าเกมเมอร์ที่ชื่นชอบเกมแนว JRPG เลยได้แต่รอคอยว่าจะมีเกมอะไรบ้างที่จะสามารถกอบกู้ศรัทธาจากวิกฤตครั้งนี้ได้ และ Ni no Kuni II: Revenant Kingdom ตัวแทนจากค่าย Level-5 และ Bandai Namco จึงก้าวเข้ามาเพื่อตอบโจทย์นี้ค่ะ

Ni no Kuni II: Revenant Kingdom เป็นเกมแนว RPG ที่ดำเนินเรื่องโดยตัวเอก 2 คน ได้แก่ ประธานาธิบดีโรแลนด์ ที่หลุดไปยังโลกแฟนตาซี กับ อีวาน ราชาตัวน้อยแห่งประเทศแมวที่ทั้งคู่ได้พบกันโดยบังเอิญ โดยอีวานต้องหลบหนีการลอบสังหารออกจากปราสาทและเขาสูญเสียประเทศไป หลังจากที่ได้ร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่เอาชีวิตรอดมาได้ โรแลนด์ก็ได้ตัดสินใจว่าเขาจะใช้ความรู้ความสามารถที่มีช่วยเหลืออีวานเพื่อสร้างประเทศใหม่ขึ้นมาจากศูนย์ ประเทศที่ทุกคนสามารถใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขได้

อย่างที่เกริ่นไปก่อนหน้าค่ะว่าผู้พัฒนาคือ Level-5 ที่สร้างเกมชั้นนำมาแล้วมากมาย ซึ่งภาคเกมนี้ก็ไม่ทำให้เราผิดหวังกับระบบเช่นกัน ส่วนด้านเนื้อหาก็เป็นแนวใสๆ ตามสไตล์แอนิเมชั่นเด็กๆ ของญี่ปุ่น ผู้ออกแบบตัวละครของเกมนี้ก็คือ คุณโยชิยูกิ โมโมเสะ และผู้รับผิดชอบด้านเพลงประกอบก็คือคุณโจ ฮิซาอิชิ โดยที่ทั้งสองก็มาจาก Studio Ghibli ผู้ผลิตการ์ตูนแอนิเมชั่นชื่อดังระดับโลกนั่นเอง

ทั้งนี้ ภาพรวมของระบบการต่อสู้จะเป็นแนวแอ็กชั่น โดยหลักๆ ก็จะบังคับตัวละครเข้าโจมตีด้วยอาวุธประชิด ซึ่งภาคนี้จะเพิ่มการโจมตีเป็นคอมโบต่อเนื่องยาวๆ และมีการโจมตีด้วยอาวุธยิง เวทมนตร์หรือท่าไม้ตายพิเศษ ซึ่งต้องใช้เกจ MP ในการออกท่า โดยเราจะได้ MP มาจากการโจมตีศัตรู เป็นเหมือนเกจไม้ตายในการออกท่าตามสไตล์เกมแนวแอ็กชั่นนั่นเอง ระบบของเกมในภาคนี้จะรวดเร็วขึ้นกว่าภาคแรก แอ็กชั่นต่างๆ จะดูต่อเนื่องและให้ความรู้สึกที่ทรงพลังกว่า มีการทำคอบโบผสมผสานระหว่างปุ่มโจมตีเบาและหนัก รวมถึงมีการกลิ้งหลบด้วย ถ้าเล่นดีๆ หลบการโจมตีได้หมดล่ะก็ แม้เลเวลเราจะเลเวลต่ำกว่าศัตรูมากก็ยังสู้ได้สบาย ยิ่งใครเคยเล่นเกมแนวล่าสัตว์ประหลาดอย่าง Monster Hunter มาก็จะรู้สึกได้ถึงความใกล้เคียงการเข้าสู้การต่อสู้นั้น โดยถ้าเป็นในดันเจี้ยนหรือฉากในอาคารจะไม่มีการตัดฉาก ถ้าเจอศัตรูก็เปิดฉากโจมตีได้ทันที ทำให้เกมมีความรวดเร็วและดูลื่นไหล แต่ถ้ากำลังเดินทางอยู่บนเวิลด์แมพเราจะเปลี่ยนเป็นตัวละครตัวเล็กและเมื่อเข้าไปชนกับศัตรูบนแมพจึงจะตัดเข้าสู่ฉากต่อสู้ ซึ่งตรงนี้ตัวเกมก็สามารถโหลดเปลี่ยนฉากได้อย่างรวดเร็วจึงไม่มีการสะดุดอะไร

น่าเสียดายที่ระบบเด่นของภาคแรก ที่เราจะชวน Familiars หรือมอนสเตอร์ตามที่ต่างๆ มาช่วยต่อสู้ได้นั้นกลับถูกถอดออกไปในภาค 2 แต่เกมก็มีระบบใหม่เข้ามาแทน นั่นก็คือ Higglery ที่คล้ายกับภูตตัวเล็กซึ่งจะคอยสนับสนุนการต่อสู้ให้เราในทางอ้อม โดย Higglery แต่ละตัวก็จะมีความสามารถแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะโจมตี ฟื้นพลัง หรือลดความสามารถของศัตรู ซึ่งเราต้องเลือกภูตเหล่านี้มาร่วมเดินทางด้วย ซึ่งแม้พวกมันจะช่วยเหลือเราแบบสุ่มแต่ก็ยังมีประโยชน์มาก เราสามารถหาพวกมันได้จากดันเจียนต่างๆ และสร้างขึ้นมาเองได้เมื่อพัฒนาเมืองไปถึงจุดหนึ่ง

ส่วนสำคัญที่เพิ่มขึ้นมาอีกอย่างของภาคนี้ก็คือการสร้างเมือง ซึ่งอย่างที่กล่าวไปแล้วในเนื้อเรื่องว่าตัวเอกทั้งสองต้องการที่จะสร้างประเทศใหม่ขึ้นมา เราจะต้องทำการสร้างสิ่งปลูกสร้างต่างๆ เช่นร้านขายของ โรงตีอาวุธ  ฟาร์ม โรงเรียนเวทย์ ฯลฯ และก็ต้องหาผู้คนเข้ามาอยู่อาศัยในเมือง ตลอดจนใช้เงินภาษีเพื่อขยายประเทศให้ยิ่งใหญ่ขึ้น โดยงานพัฒนาต่างๆ นั้นจะต้องใช้เวลา ตั้งแต่ไม่กี่นาทีจนถึงเกิน 1 ชั่วโมง ซึ่งเราก็ต้องทำเควสต์เพื่อชักชวนคนให้เข้ามายังประเทศของเราเรื่อยๆ ซึ่งผู้คนก็จะมีความถนัดและสกิลเฉพาะตัวต่างกัน และงานบางอย่างจะต้องหาคนเฉพาะที่มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ทำได้ด้วย

ระบบเด่นอีกอย่างที่เพิ่มมาให้เปลี่ยนแนวเล่นได้พอเพลินๆ ก็คือระบบการทำสงครามแบบกองทัพ โดยจะเป็นการบังคับกองทหารแบบ Realtime ซึ่งเราจะต้องคัดเลือกชาวเมืองของเรา 1-4 คนที่มีความสามารถด้านการรบมาคุมกองทหาร โดยจะแบ่งเป็น ดาบ หอก ขวาน ที่จะแพ้ทางกัน หรือทหารโจมตีระยะไกล แล้วทหารทั้ง 4 กลุ่มก็จะเดินไปด้วยกัน หลักการเล่นง่ายๆ ก็คือ ให้เราหมุนทหารที่ชนะทางเข้าหาศัตรู เช่น ทหารดาบให้เข้าหาทหารขวานของศัตรู ทหารหอกให้ใช้สู้กับทหารดาบ ส่วนทหารโจมตีไกลให้อยู่ห่าง ในสงครามแต่ละครั้ง ศัตรูจะมีจำนวนกองทัพมากกว่าเราเสมอ แต่เราจะสามารถใช้เงินที่ได้จากการกำจัดข้าศึกเรียกทหารมาเสริมจำนวนคืนได้ และโหมดการพัฒนาเมืองก็จะมีการสร้างค่ายฝึกทหารที่ช่วยเพิ่มความสามารถและสกิลในการรบด้วย ระบบการรบนี้จะค่อนข้างเบสิกแต่ก็ต้องอาศัยการอัพเลเวลเหมือนกัน สำหรับเวลาในการเล่นนั้นอยู่ที่ 30 กว่าชั่วโมงในกรณีที่เน้นทำแต่เควสต์เนื้อเรื่อง ถึงกระนั้นเกมก็บังคับให้ผู้เล่นต้องทำการพัฒนาเมืองและกองทัพไปถึงระดับนึงเช่นกัน มิฉะนั้นจะไม่สามารถเริ่มเนื้อเรื่องบทสุดท้ายได้

สำหรับผู้เล่นที่ไม่ถนัดเกม RPG ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะเล่นไม่ผ่านค่ะ เพราะระบบของเกมล้วนอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เล่น ตั้งแต่การเดินทางที่สามารถไปยังประตูวาร์ปที่เราเคยไปมาแล้วได้ในทันที ไม่เว้นแม้แต่ขณะที่เรากำลังอยู่ในดันเจี้ยนของศัตรูก็สามารถกดกลับเมืองมาซื้อของแล้ววาร์ปกลับไปได้โดยสะดวก อีกทั้งระบบนำทางที่สามารถเลือกภารกิจได้ว่าจะทำเควสต์เนื้อเรื่องหรือเควสต์ย่อย ก็จะมีลูกศรทิศทางรวมทั้งตำแหน่งเป้าหมายระบุบนแผนที่ชัดเจน แถมด้วยการที่เวลาเราวาร์ปไปยังเมืองก็ยังเลือกจุดวาร์ปที่ใกล้เป้าหมายที่สุดให้ด้วยอีกต่างหาก

จุดเด่น

- ระบบช่วยเหลือที่นำทางให้ผู้เล่นมือใหม่หรือผู้เล่นที่ไม่เคยเล่น RPG เลยก็สามารถจบเกมได้ด้วยตนเอง
- โหมดการพัฒนาเมืองและการทำสงครามที่ทำมาได้ดี อาจทำให้ผู้เล่นติดงอมแงมมากกว่าตัวเกมหลักเสียอีก
- งานภาพระดับอนิเมชั่นชั้นดี เนื้อเรื่องอาจเหมาะกับเด็กไปหน่อย แต่ก็ยังถือว่าเหมาะกับทุกเพศทุกวัย

จุดด้อย

- เสียงพากษ์มีน้อยมาก จะครบประโยคก็ตามบทของเนื้อเรื่องช่วงสำคัญเท่านั้น แต่ทั่วไปแล้วจะมีเสียงแค่ 2- 3 คำเท่านั้นต่อประโยค 
- เกมถือว่าง่ายไปอย่างชัดเจนซึ่งก็ทำให้ขาดความท้าทายไป แม้ว่าในเกมจะมีศัตรูพิเศษที่เก่งกว่าบอสตามเนื้อเรื่องอยู่มากแต่ก็รู้สึกจะยังไม่ยากพอ

สรุป

เป็นเกม RPG แนวใสๆ ในโลกแอนิเมชั่นที่เล่นได้ทุกเพศทุกวัย และระบบต่อสู้แบบใหม่ก็น่าจะถูกใจผู้เล่นเกมแอ็กชั่นเช่นกัน สำหรับผู้เล่นที่มีเวลาไม่มากนักก็ไม่เป็นปัญหา เพราะตัวเนื้อหาหลักใช้เวลาไม่นานก็จบได้ แต่ถ้าอยากจะสร้างเมืองให้เจริญรุ่งเรื่องเต็มที่รวมทั้งทำเควสต์ย่อยจนครบละก็น่าจะถึง 100 ชั่วโมงค่ะ

คะแนน 9 / 10

แสดงความคิดเห็น

สินค้าแคสเตอร์