สืบเนื่องจากโศกนาฏกรรมสุดสลดหรือเหตุกราดยิงในโรงเรียนมัธยมในปาร์คแลนด์ ฟลอริด้า ประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ได้มีการถกเถียงรวมถึงการถกความคิดเห็นกันระหว่างชาวอเมริกันอย่างมากมาย และเมื่อเร็วๆ นี้ก็ได้มีข่าวที่ทำให้ชาวเกมเมอร์ทั่วโลกร้อนๆ หนาวๆ ไปด้วยกัน เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ได้ออกมากล่าวถึงเหตุสลดดังกล่าวว่า สาเหตุหนึ่งของการเกิดเหตุในครั้งนี้เป็นผลมาจากความรุนแรงที่แฝงอยู่ในวิดีโอเกมและภาพยนตร์เรื่องต่างๆ นั่นเอง

“เราต้องทำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับสื่อที่ถูกนำเสนอให้คนเห็นกัน ซึ่งรวมถึงวิดีโอเกมด้วย”  ทรัมป์กล่าวในการประชุมเรื่องความปลอดภัยในรั้วโรงเรียนในทำเนียบขาว “ผมได้ยินคนหลายๆ คนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าระดับความรุนแรงในวิดีโอเกมนั้นมันหล่อหลอมความคิดของเยาวชนได้จริงๆ”

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์เองก็ไม่ใช่คนเดียวที่ออกมากล่าวโทษเกมว่ามีส่วนทำให้เกิดปัญหาต่างๆ เพราะเมื่อก่อนหน้านี้ แมตต์ เบวิน (Matt Bevin) ผู้ว่าการรัฐเคนตักกี้ก็ได้ออกมาให้ความเห็นในลักษณะเดียวกัน โดยชี้ว่าวิดีโอเกมที่มีเนื้อหารุนแรงนั้นเป็นปัจจัยหนึ่งที่ก่อให้เกิดเหตุดังกล่าวเลยทีเดียว

“จริงอยู่ว่าเกมหลายเกมมีการจำกัดอายุให้ผู้ใหญ่เท่านั้นที่เล่นได้ แต่ทุกๆ คนก็รู้กันดีว่ามีเด็กๆ ที่เล่นเกมเหล่านั้นอยู่จริงๆ และก็ไม่มีอะไรจะมาหยุดพวกเขาได้ด้วย นั่นยิ่งเป็นการสนับสนุนให้เกิดเหตุฆาตกรรมขึ้นมากกว่าเดิมเสียอีก” เบวินกล่าวในระหว่างการให้สัมภาษณ์ทางวิทยุ

ซึ่งแน่นอนว่าเยาวชนในสหรัฐอเมริกาต่างไม่เห็นด้วยกับมุมมองนี้ แม้แต่นักเรียนจากโรงเรียนที่เป็นจุดเกิดเหตุเองก็ตาม โดยเจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่า ตัวเขาเองก็โตมาพร้อมกับวิดีโอเกมแนว FPS อย่าง Call of Duty แต่ก็ไม่เห็นเคยคิดอยากจะลุกขึ้นไปยิงคนจริงเลย

ก็ถือว่าเป็นข่าวที่น่าสนใจเหมือนกันนะคะสำหรับความคิดเห็นของประธานาธิบดีทรัมป์ในครั้งนี้ โดยนอกจากการให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างๆ แล้ว ทรัมป์ยังเสนอว่าควรจะมีการปรับแก้กฎหมายเรื่องการครอบครองอาวุธภายในอเมริกาด้วย โดยอาจมีการปรับอายุเริ่มต้นสำหรับการครอบครองอาวุธจาก 18 ปีเป็น 21 ปีแทน แต่สำหรับเรื่องนี้ก็ต้องว่ากันตามกระบวนการต่อไปนะคะ

แล้วเพื่อนๆ ชาว OS ล่ะ มีความคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้บ้างเอ่ย ลองมาเสนอความคิดเห็นกันได้นะเออ

เครดิต: Polygon

แสดงความคิดเห็น

สินค้าแคสเตอร์