เกิดเป็นประเด็นถกเถียงกันพอสมควรเลยสำหรับประเด็นเรื่องกระแสเกมแนวเนื้อเรื่อง บ้างก็เป็นห่วงว่าในยุคที่เกมต่างๆ ต้องดำรงชีวิตอยู่ด้วยระบบ Multiplayer นั้น เกมแนว Single Player หรือเกมแนวเล่นคนเดียวจะค่อยๆ ล้มหายตายจากไปหรือเปล่า และในอนาคตจะยังมีเกมแนวเนื้อเรื่องให้ชาวเกมได้เล่นกันอยู่หรือไม่

ล่าสุดก็ได้มีความคิดเห็นจากอดีตนักเขียนบทขั้นเทพออกมาให้ลองอ่านกันแล้วค่ะ โดยเธอคนนี้คือ Amy Hennig อดีตผู้กำกับและผู้เขียนบทให้กับเกมดังระดับตำนานอย่าง The Legacy of Kain และซีรีส์ Uncharted และยังเป็นหนึ่งในทีมงานของเกม Star Wars จากค่าย Visceral ที่เพิ่งถูก EA ปิดตัวไปด้วย โดยการปิดตัวของค่ายเกมอย่าง Visceral นี่เองที่นำไปสู่คำถามที่ว่า ยุคนี้เป็นยุคที่เกมแนว Single player กำลังจะหายไปหรือเปล่า ลองมาดูกันค่ะว่าคุณ Amy มีความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร

     “ฉันคิดว่าตอนนี้พวกเราได้เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนแล้ว แน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับโปรเจ็กต์เกม Star Wars นั้นไม่ใช่เรื่องที่เหนือความคาดหมายเลย มิหนำซ้ำยังมีบทความมากมายที่ออกจะเขียนเกินจริงไปสักหน่อย บ้างก็บอกว่านี่คือจุดจบของเกมที่ดำเนินเนื้อเรื่องแบบเป็นเส้นตรงหรืออะไรประมาณนั้นแล้ว แต่พูดกันตามตรงเลยว่าปัญหานี้มันก็มีจริงๆ นั่นแหละ

     ความจริงก็คือ ทีมพัฒนาเกมอย่างเราๆ ต้องรับภาระเรื่องนี้มาหลายปีแล้ว ตั้งแต่ต้นทุนการพัฒนาที่พุ่งสูงขึ้นตลอดไปจนถึงความต้องการของผู้เล่นที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในเรื่องของจำนวนชั่วโมงในการเล่น โหมดต่างๆ คุณภาพของตัวเกม หรือแม้กระทั่งความซื่อสัตย์ต่อซีรีส์เดิม แต่เรื่องพวกนี้นี่เองที่กลับกลายเป็นความกดดันของพวกเรา ลองคิดดูสิว่าถ้าคุณต้องใช้เงินจำนวน 100 ล้านดอลลาร์ในการพัฒนาเกม คุณจะทำยังไงให้ได้เงินทั้งหมดนั่นคืน หรือแม้กระทั่งสร้างผลกำไรจากมัน

     ในเมื่อราคาเกม 60 เหรียญมันเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ผู้จัดจำหน่ายหลายๆ รายโดยเฉพาะรายใหญ่ๆ เลยหันมาใช้ระบบให้บริการเกม ระบบเติมเงิน ระบบซื้อขายภายในเกมและระบบ Loot box แทน ซึ่งแม้จะพบกับกระแสด้านลบมากมาย แต่ระบบพวกนี้ก็เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์เรื่องค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นได้ดีที่สุดแล้ว

     ในตอนนี้ที่งบประมาณการสร้างเกมมีแต่จะเพิ่มมากขึ้น แม้แต่มาตรฐานเองก็เพิ่มสูงขึ้นไปด้วย การสร้างเกมเกมนึงขึ้นมาก็เริ่มจะกลายเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลขึ้นทุกทีๆ

     แล้วไหนจะยังมีผู้คนที่ตั้งคำถามขึ้นมาอีกว่า “ทำไมพวกคุณถึงเลิกทำเกมแนวเนื้อเรื่องแบบที่มีการดำเนินเรื่องเป็นเส้นตรงเสียล่ะ นั่นคือแนวเกมที่พวกเราต้องการนะ” แต่แม้จะเรียกร้องแบบนี้ บางคนกลับไม่ได้ซื้อเกมมาเล่นเอง แต่กลับไปนั่งดูคนอื่นเล่นผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆ แทน”

นับว่าคุณ Amy ก็พูดได้มีเหตุผลจริงๆ นั่นแหละค่ะ เพราะในสังคมที่ปัจจุบันมี Youtuber หรือที่เมืองไทยเรียกว่าเกมแคสเตอร์เกิดขึ้นมามากมาย ผู้เล่นหลายรายก็เลือกที่จะไปนั่งดูคนอื่นเล่นแทนที่จะลองซื้อเกมมาเล่นเอง และไม่ปฏิเสธเลยว่าเกมที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดย่อมเป็นเกมแนวเนื้อเรื่องแบบที่มีการดำเนินเรื่องเป็นเส้นตรง เนื่องจากการนั่งดูนั้นก็ไม่ได้ต่างอะไรจากการได้เสพเรื่องราวภายในเกมทั้งหมดแล้วนั่นเอง ซึ่งต่างจากเกมที่เป็นเกมแนว open-world ที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้เลือกเส้นทางของตัวเอง หรือเกมที่พ่วงระบบ multiplayer เข้ามาด้วยอย่างเกม GTAV หรือ Batttlefield โดยเกมที่ได้รับผลกระทบจากกระแสนั่งดูแต่ไม่นั่งเล่นนี้เต็มๆ ก็มีตั้งแต่เกม Prey จากค่าย Arkane Studios ที่แม้จะได้คะแนนรีวิวไปอย่างล้นหลาม แต่ยอดขายกลับตกต่ำเสียจนดูไม่ได้ ไปจนถึงเกมดังๆ อย่าง Dishonored 2 (ของ Arkane อีกตามเคย) หรือแม้กระทั่ง Wolfenstein II: The New Colossus จาก MachineGames 

งานนี้เลยอยากจะลองถามเพื่อนๆ สักหน่อยว่ามีความคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ ใครคิดยังไงหรืออยากเสนออะไร เชิญมาคอมเม้นต์ทิ้งเอาไว้ได้เลยจ้า

เครดิต: Wccftech

แสดงความคิดเห็น

สินค้าแคสเตอร์