กำลังเริ่มเป็นกระแสกันแล้วสำหรับเกม Escape from Tarkov ที่เป็นเกม FPS สุด Hardcore เนื้อเรื่องเกี่ยวกับพื้นที่ที่มีความขัดแย้งทางการเมืองและถูกปิดกลายเป็นเขตสงครามย่อมๆ นั่นเอง ซึ่งเมืองนั้นก็ชื่อ Tarkov ตามชื่อเกม ซึ่งบทความนี้จะเป็นการรีวิวตัวเกมแบบจัดเต็ม ใครสนใจในเกมนี้ลองอ่านดูกันได้นะครับ

     เริ่มเกมมาเราจะสามารถเลือกตัวละครได้ 2 ประเภท ระหว่าง USEC ซึ่งเป็นกองกำลังที่ถูกว่าจ้างจากฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล ส่วนที่ตัวละครก็คือ BEAR ซึ่งเชื่อว่าเป็นกองกำลังจากฝ่ายรัฐบาลเอง โดยความแตกต่างของ 2 ตัวละครนั้นมีแค่บางสกิลเท่านั้น แต่ภายในเกมคุณสามารถยิงได้หมดทุกคน ดังนั้นการเลือกฝั่งจึงไม่มีความจำเป็นแม้แต่น้อย แต่เลือกตัวละครเพื่อผลของสกิลบางสกิลเท่านั้น

     ตัวเกมนั้นจะเป็นการเล่นแบบเลือกแผนที่ที่จะเข้าไป (จะเรียกว่า Raid) เมื่อเข้าไปในสมรภูมิรบแล้วก็เลือกได้ระหว่างทำเควสที่ได้รับมอบหมายมา หรือจะเดิมฟาร์มของ ไล่ฆ่าคน ซึ่งนอกจากคนปกติก็จะมี AI หรือภายในเกมนี้จะเรียกว่า SCAV หรือพวกโจรที่เราก็สามารถไปฆ่าเพื่อลูทของได้เช่นกัน หากทำภารกิจเสร็จหรือฟาร์มเสร็จแล้ว สิ่งที่ต้องทำหลังจากนั้นก็คือการหาทางออกเพื่อเอาตัวรอดจากสมรภูมิแห่งนี้นั่นเอง และเวลาเข้า Raid แต่ละครั้งเราสามารถเลือกที่จะเล่น PMC (ตัวละครหลัก) หรือจะเล่นเป็น SCAV ก็ได้ โดยตัวของ SCAV ที่เราเล่นนั้นจะไม่โดนยิงโดย SCAV ที่เป็น AI (แต่ถ้าหากยิงมัน เราจะถือเป็นศัตรูทันที) แต่ SCAV นั้นจะไม่สามารถเซ็ตอาวุธเข้าไปได้ แต่จะเป็นอาวุธที่สุ่มมาให้เท่านั้น แต่ถ้าหากเราเล่น SCAV หนีรอดไปได้ก็จะได้ของในตัวเช่นกัน และการเล่น SCAV จบ ไม่ว่าจะรอดหรือตาย เราจะต้องรอเวลา 30 นาทีถึงจะเล่นได้อีกครั้ง

     แต่สำหรับใครที่คิดว่าจะเข้าไปฟาร์มชิวๆ บอกเลยว่าคิดผิดถนัด อย่างที่รู้กันดีว่าเกมนี้เป็นสไตล์เกม Hardcore หากจะให้อธิบายระบบการฟาร์มก็อาจจะอธิบายว่าคล้ายๆ กับ The Division ใน Dark Zone ซึ่งจะมี AI ให้ฆ่า (แถมโคตรโหด) หรือคนที่จะมาฆ่ากันเอง รวมไปถึงของที่จะหายไปทันทีหากเราตาย ซึ่งใน The Division นั้นจะเป็นแค่ของที่เราฟาร์มได้มา แต่ของที่ติดตัวเรานั้นยังอยู่ ต่างจาก Escape from Tarkov ที่การตายของเราเท่ากับเราจะเสียของที่เรานำติดตัวเข้ามาทั้งหมด! เหลือติดตัวเพียงอาวุธประเภท Melee เท่านั้น ถึงอย่างนั้นการเข้า Raid แต่ละครั้งเราสามารถทำประกันของไว้ได้ แต่เราจะได้คืนในกรณีทีั่ไม่มีคนมาเก็บของเราเท่านั้น หากมีผู้เล่นคนอื่นเอาไอเท็มของเราไป ของที่ประกันไว้ก็จะไม่ได้คืนมาอยู่ดี

     ในส่วนความยากในการเล่นนั้น ให้นึกภาพเวลาเราเล่น FPS เกมอื่นๆ แต่ปิด Interface ตัวช่วยหมดทุกอย่าง เพราะเกมนี้แทบจะไม่บอกอะไรเลย มีเพียงแต่ค่าความเหนื่อย บอกจุดบาดเจ็บเวลาโดนยิง รวมไปถึงบอกจุดที่เราสามารถหนีออกจาก Raid (บอกเพียงแค่ชื่อทางออกเท่านั้น อยู่ตรงไหนหาเอง!) เรียกได้ว่าใครเข้ามาแรกๆ ต้องมีงมกันงงแน่ๆ รวมไปถึงแผนที่ภายในเกมที่เราต้องซื้อเข้ามาติดตัว และการดูแผนที่เป็นการดูแผนที่แบบจริงๆ เพราะจะไม่มีตำแหน่งบอกว่าเราอยู่ตรงไหน ซึ่งผู้เล่นใหม่เล่นตาแรกยังไงก็หลงทางแน่นอนหากไม่มีคนพามา

     นอกจากนี้เวลาโดนยิงเราจะมีพลังชีวิตแยกกัน 7 ส่วนได้แก่ หัว หน้าอก ท้อง แขน (ซ้าย ขวา) ขา (ซ้าย ขวา) ซึ่งแต่ละจุดก็จะแตกต่างกัน หากหัวพลังชีวิตหมดก็ตายแน่นอน (จะบอกทำไมเนี่ย!) หากแขนพังก็จะทำให้เล็งปืนยากขึ้น หากขาพังก็จะทำให้เดินช้าและวิ่งไม่ได้ ซึ่งนอกจากนี้ยังมีสถานะเลือดไหล กับกระดูกหักอีก ซึ่งเราก็ต้องเตรียมชนิดยามาให้ถูกเพื่อจะแก้ไขสถานการณ์ได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีเรื่องของอาหารและน้ำมาด้วย แต่ในการเล่นปัจจุบันในแต่ละแผนที่จะไม่นานมากนัก (ส่วนใหญ่ราว 30 นาที หากหนีไม่ทันก็เท่ากับตายอยู่ดี) ดังนั้นจะมีค่อยมีสถานการณ์ที่หิวจนตายหรือขาดน้ำจนตายสักเท่าไหร่ (ยกเว้นในกรณีโดนยิงท้องจะทำให้ขาดน้ำไวมาก ต้องหาน้ำมาประทังชีวิต)

     นอกจากเรื่องที่กล่าวมาทั้งหมด ก็ต้องมาพูดถึงเวลาปะทะที่สามารถตายกันได้เพียงแค่เสี้ยววินาที ทำให้การเล่นนั้นค่อนข้างช้าและรัดกุม ในกรณีที่เราดักยิง (หรือโดนดักเอง) ส่วนมากมักจะไม่เกินวินาทีก็ตายแล้ว (นอกจากศัตรูอยู่ไกลและยิงไม่โดน) แต่ในบางกรณีสู้กันในตึกและได้ยินเสียงกันและกันส่วนมากจะเริ่มการย่องเบา ต่างฝ่ายต่างซุ่มกันเสียมากกว่า เพราะความกดดันเวลาตายมันหนักหน่วงเหลือเกิน ยิ่งหากพกของมาเต็มสูบจะสู้ศึกแต่ละทีต้องคิดแล้วคิดอีก เพราะหากตายก็เท่ากับสูญเปล่าทั้งหมด แถมการยิงสู้กันก็เสี่ยงทั้งคู่ เพราะถึงแม้เราไม่ตายแต่ก็อาจจะบาดเจ็บหนักหนีออกไม่ทันได้เช่นกัน ซึ่งก็เป็นอีกเหตุผลว่าในเกมนี้เราจะได้พบเจอพวกคนติดขวานวิ่งตัวเปล่ามาฟาร์ม ซึ่งจะเป็นประเภทคนที่ไม่กล้ามาเสี่ยง (หรือเสี่ยงไปเยอะจนของหมด ฮา) เข้ามาบ่อยๆ แม้หลายคนจะมองว่าเป็นการทำให้เกมเสียอรรถรส แต่คนเหล่านี้ก็เป็นเป้าให้กับคนพวกปืนเต็มสูบเช่นกัน ยิ่งหากมีเควสให้ฆ่าตัวละครก็ยิ่งสามารถทำได้ง่ายขึ้น เรียกได้ว่ามีทั้งข้อดีและเสียในตัว

เข้าไปแค่ขวาน ก็สามารถเก็บคนของเต็มๆ ได้เช่นกันหากดักดีๆ

     อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องพูดถึงคืออาวุธและไอเท็มต่างๆ ภายในเกมที่มีเยอะมากๆ โดยไอเท็มเรียกได้ว่าระรานตาแบบสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นพวกยา ของไว้ขายต่างๆ ที่มีตั้งแต่บุหรี่ ยาสีฟัน จนไปถึงนาฬิกาเรือนยักษ์ จนไปถึงเหรียญ Bitcoin ที่สามารถเอามาขายได้ แถมในส่วนของ Gunplay ก็ละเอียดมากๆ สามารถแต่งปืนได้เยอะแยะสุดๆ แถมยังสามารถถอดแยกชิ้นส่วนปืนได้อีกด้วย เรียกได้ว่าโดนใจคนชอบปืนอย่างแท้จริง แถมกระสุนก็มีหลายประเภทมาก แถมที่เจ๋งก็คือเราสามารถเห็นกระสุนแยกประเภทในแต่ละแม็กกาซีนได้อีกด้วย แถมการ Reload ปืนในเกมนี้ก็ไม่ใช่การรีกระสุนแบบเกม FPS ปกติ แต่คือการถอดแม็กกาซีนทั้งแม็ก หากเรามีกระสุนคาอยู่ในแม็กเก่าก็จะถูกถอดออกไปด้วย และหากกระสุนในแม็กกาซีนหมดก็ต้องใส่กระสุนเข้าไปเองอีกต่างหาก เรียกได้ว่าทำแบบ Real กันไปเลย ใครติด Reload ปืนบ่อยๆ มาเกมนี้ช่วงแรกอาจมีปัญหาได้

     นอกจากนี้การเข้า Raid แต่ละครั้ง เราจะสุ่มเจอผู้เล่นอื่นๆ มากมาย ซึ่งในบางกรณีก็จะเจอคนที่มากันเป็นปาร์ตี้ใหญ่ได้อีกด้วย แต่ก็ใช่ว่าเข้าไปคนเดียวแล้วจะเสียเปรียบ เพราะบางทีปาร์ตี้ใหญ่มักจะไม่ยิงแบบบุ่มบ่าม เนื่องจากการไม่เห็นชื่อเพื่อนร่วมทีมมทำให้การยิงแต่ละครั้งต้องมีการสื่อสารกันก่อน ต่างจากผู้เล่นคนเดียวที่คล่องตัวกว่า ในบางทีก็เก็บปาร์ตี้ใหญ่หมดก็มี โดยในช่วง Closed Bate นี้จะมีแผนที่ให้เล่นอยู่ 4 แผนที่ ได้แก่ Factory สู้ศึกภายในโรงงาน จะเป็นแผนที่ที่มีขนาดเล็กที่สุด เน้นการฆ่ากันเพราะเจอกันง่าย, Wood แผนที่ออกแนวป่า เหมาะสำหรับคนมีกล้องระยะไกลเพราะมีศึกระยะไกลเยอะพอสมควร, Custom แผนที่กึ่งเมืองมีโรงงานใหญ่ และย่านพักอาศัย และ Shoreline เป็นแผนที่ขนาดใหญ่ติดชายหาด และจะมีตึกโรงพยาบาทที่สามารถเข้าไปหาของเจ๋งๆ กันได้ ซึ่งในแต่ละแผนที่ก็จะมีรูปแบบการเล่นที่แตกต่างกัน และหากดูจากแผนที่ทั้งหมด ก็จะมีอีกหลายส่วนที่จะเปิดให้เล่นอีกมากมายเลยทีเดียว

     แม้จะเน้นเรื่องความสมจริงมากๆ แต่ก็ยังมีบางจุดที่ดูแปลกๆ ยกตัวอย่างในเรื่องการใช้ยาที่ต้องนี้สามารถใช้ไประหว่างวิ่งได้ ทำให้การวิ่งหนีในบางสถานการณ์ก็ทำได้ง่าย (แต่ผู้พัฒนาก็ได้บอกว่าจะเพิ่ม Animation การใช้ยาในอนาคต ซึ่งอาจจะเปลี่ยนรูปแบบการเล่นมากขึ้น แต่สมจริงขึ้นไปอีกระดับ) แต่ถึงอย่างงั้นถ้าเทียบกับเกมอื่นๆ ในตลาดตอนนี้ ต้องบอกเลยว่าเกม Escape from Tarkov ถือว่า Hardcore มากๆ

     มาพูดถึงราคาของตัวเกมกับความคุ้มค่ากันต่อ โดยในตอนนี้จะเป็นการ Pre-Order และจะทำให้เราได้เข้าร่วม Closed Beta ในรอบนี้ โดยตัวถูกที่สุดจะมีราคาอยู่ที่ 44.99 ดอลลาร์ (เกือบ 1500 บาท) ก่อนจะไล่ราคาไปตั้งแต่ 74.99$, 99.99$ และ 139.99$ โดยราคาที่มากขึ้นนั้นจะทำให้เรามีอุปกรณ์และปืนต่างๆ ในช่วงแรกเพิ่มมากขึ้น รวมไปถึง Stash ที่ใหญ่ขึ้นทำให้เก็บของได้มากขึ้น แต่เราจะมีพูดถึงความคุ้มค่าในตัวราคาถูกที่สุดก็ต้องพูดตรงๆ ว่าอาจจะไม่ค่อยคุ้มค่าเท่าไหร่สำหรับ content ในช่วง Closed Beta ตอนนี้ ยิ่งหากคุณไม่ใช่สาย Hardcore จริงๆ เกมนี้จะเป็นเกมที่ยากสุดๆ แต่ถึงอย่างนั้นหากคุณเป็นคนชอบการเล่นแบบ Tactical การแต่งปืนที่หลากหลาย การเล่นที่สมจริง เกมนี้ก็จะเป็นอีกหนึ่งเกมที่น่าจับตามองและมีหลายๆ คนที่เล่นตัวถูกที่สุดและติดใจ จนต้องเปย์ราคาแพงสุดเพื่อเพิ่ม Stash ก็มี แต่ถ้าจะบอกว่าเกมนี้ Pay to Win หรือไม่ก็อาจจะนิดหน่อยในช่วงแรก แต่อย่าลืมว่าหากคุณฆ่าเขาได้ คุณก็ได้ของเขามาหมดเช่นกัน

     สรุปสั้นๆ หากคุณชอบเกมเน้นความสมจริง การเล่นที่รัดกุม Gunplay ที่ทำออกมาได้เจ๋งสุดๆ เกมนี้ก็เป็นเกมที่น่าสนใจ และคุ้มที่จะลองจ่ายเพื่อเข้าเล่น Closed Beta ในช่วงนี้ แต่หากคุณไม่ได้ชื่นชอบรูปแบบการเล่นที่ตึงเครียด การเล่นที่ช้า เกมนี้ก็อาจจะไม่เหมาะกับคุณก็ได้ เพราะในกลุ่มคนที่ชื่นชอบก็มีหลายคนเช่นกันที่ซื้อมาแล้วทนเล่นไม่ไหวกับความ Hardcore ขั้นสุดของเกม ดังนั้นหากคุณอยากลองควรศึกษาเกมมาให้ดีก่อนนะครับ แต่ถ้าจะถามว่าจำเป็นต้องซื้อตัวแพงสุดหรือไม่ ก็ต้องบอกว่าแค่ตัวถูกสุดก็พอ เพียงแต่ Stash คุณจะน้อยและเล่นยากในช่วงต้นเกมนิดหน่อย แต่หากเล่นไปเข้าใจว่าควรจะเก็บของอะไรบ้างก็จะสามารถจัดกระเป๋าได้ไม่ยากแล้วหละ จะจากไหนจ่ายเบาก็แล้วแต่จะพิจารณา ซึ่งหลังจากนี้ก็ต้องมาดูว่าตัวเกมจะพัฒนาไปขนาดไหนและคุ้มค่าเงินหรือไม่ แต่ถ้าใครอดใจไม่ไหวก็มาจ่ายเพื่อเทสช่วง Closed Beta นี้ก่อนได้เลยครับ ถ้าคุณชอบแนว Hardcore รับรองว่าติดใจ

แสดงความคิดเห็น

สินค้าแคสเตอร์