วันที่ 13 ธันวาคม 2560 คุณค็อน ฮ็อกบิน ประธานกรรมการบริหาร World Cyber Games (www.wcg.com) ประกาศจัดงานแถลงข่าวอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับงาน WCG (World Cyber Games) ที่จะกลับมาอีกครั้งในต้นปีหน้า ซึ่งประวัติความเป็นมาของ WCG ได้เริ่มตั้งแต่ปี 2000 และได้กลายเป็นการแข่งขันอีสปอร์ตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกนับแต่นั้นเป็นต้นมา อย่างไรก็ตาม หลังจากการแข่งขัน WCG ในปี 2013 ที่เมือง Kunshan ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนได้สิ้นสุดลง การจัดการแข่งขัน WCG ได้ว่างเว้นไปยาวนานถึง 4 ปี จนกระทั่งถึงปี 2017 นี้ ทาง Smilegate Holding ได้รับสิทธิ์ในการจัดการแข่งขันอีสปอร์ตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอีกครั้ง โดยการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ทางคณะผู้จัดงานได้เตรียมงานโดยมุ่งเน้นการผสมผสานกันระหว่างเกม เทคโนโลยียุคดิจิทัลและดนตรีให้หล่อหลอมรวมกันอย่างลงตัวและพิเศษสุดอีกด้วย

โดยภายใต้ธีมในการจัดงานคือ "Global E-Sports Festival for a Better World" ซึ่งการจัดการแข่งขัน WCG 2018 จะแสดงให้เห็นถึง "ความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา" ของผู้เข้าแข่งขันประเภทต่างๆ รวมถึงการแสดงนวัตกรรมใหม่ๆ และการแสดงดนตรีประเภท Live กระจายอยู่ในโซนงาน นอกจากนั้นแล้วการจัดการแข่งขัน WCG ที่จะถึงนี้จะมุ่งเน้นการยกระดับการจัดงานให้เป็น "มหกรรมการจัดการแข่งขันอีสปอร์ตระดับโลก" เพื่อดึงดูดกลุ่มคนทุกระดับวัยในการแข่งขันอีสปอร์ตมากขึ้น รวมถึงการผลักดันให้เกิดทัศนคติด้านบวกในการเล่นเกม โดยการเล่นเกมที่ถูกวิธีและมีวินัยในตนเองจะทำให้ผู้เล่นมีความสุข อิ่มเอมใจ และสามารถสร้างแรงบันดาลใจในการทำสิ่งที่ดีแก่สังคม อีกทั้งยังสามารถส่งเสริมในเรื่องน้ำใจของนักกีฬา ในการรู้แพ้รู้ชนะอีกด้วย

"ในการเล่นเกมที่ดีนั้นย่อมสามารถส่งเสริมบุคลากรที่มีคุณภาพได้เช่นกัน" กล่าวโดยคุณค็อน ฮ็อกบิน ประธานกรรมการบริหาร World Cyber Games ตัวอย่างผู้เล่นเกมอย่างจริงจังและประสบความสำเร็จในชีวิต อาทิ คุณเกลอูม แพทรี่ อดีตผู้แข่งขันเกมระดับอาชีพ (รองชนะเลิศในการแข่งขันเกม StarCraft เมื่อปี 2003) ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ประกาศข่าวทางสื่อโทรทัศน์ในประเทศเกาหลีใต้ อีกทั้งยังดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ และอีกหนึ่งอดีตผู้แข่งขันเกมระดับอาชีพอย่างคุณจีออน ยง-จุน ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ประกาศข่าวทางสื่อโทรทัศน์ในประเทศเกาหลีใต้ รวมถึงเป็นนักแคสเกมให้กับสื่อโทรทัศน์ช่อง OGN

ในส่วนของไฮไลท์ของงาน WCG 2018 นั้นคือการผสมผสานระหว่างการเล่นเกมและดนตรีเข้าด้วยกัน โดยจะแบ่งเป็น 4 โซน อาทิ Super Arena ซึ่งจะเป็นที่จัดการแข่งขันอีสปอร์ต, New Horizons นำเสนอการแสดงนวัตกรรมเทคโนโลยีต่างๆ ที่ก้าวล้ำนำสมัย, Festival โซนกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม (คอนเสิร์ต การแสดงดนตรีต่างๆ) และโซนสุดท้าย Fan Stadium ซึ่งเป็นโซนนิทรรศการ

สำหรับโซน Super Arena จะแบ่งการแข่งขันออกเป็นสองระดับคือ ระดับ Master และ Premium ในระดับ Master นั้นจะเป็นการแข่งขันเกมต่างๆ อันเป็นที่รู้จักกันทั่วไป และในระดับพรีเมียมจะเป็นเกมการแข่งขันที่มีชื่อเสียงในภูมิภาค โดยเกม DotA 2, Counter-Strike และ Heroes of Newerth จะถูกนำมาอยู่ในการแข่งขันระดับ Master ส่วนรายละเอียดเกมอื่นๆ จะมีการอัพเดตต่อไปในอนาคตอันใกล้

ในโซนของ New Horizons จะจัดให้มีการแสดงนวัตกรรมล้ำยุคล้ำสมัย แสดงถึงโลกยุคดิจิทัลที่ไร้ขีดจำกัด โซนดังกล่าวจะประกอบไปด้วยเกมที่มีการประยุกต์ใช้ Virtual Reality (VR) และ Drones จากผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ ซึ่ง Drones ที่จะนำมาโชว์ รวมไปถึง DJI Drones ซึ่งผลิตโดยผู้ผลิต Drones ชั้นนำของโลก นอกจากนั้นแล้วยังมีทัวร์นาเม้นต์การแข่งขัน Drone Champions League (DCL) อีกด้วย และเพื่อผลักดันให้งานเป็นไปตามวิสัยทัศน์ของการจัดการแข่งขัน นั่นคือการผลักดันทัวร์นาเมนต์การแข่งขันให้เข้าไปสู่กลุ่มคนใหม่มากขึ้น ในโซนนี้จะมีการจัดผู้เล่น Drones ที่ดีที่สุดในโลกเข้าร่วมกิจกรรม นอกจากนั้นแล้ว HTC Vive จะถูกประกอบในฐานะ VR Partner

ในส่วนของโซน Festival นั้น จะมีการแสดงงานดนตรี ศิลปวัฒนธรรมต่างๆ เชิงดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีกิจกรรม "กระทบไหล่ Celeb" ผู้เข้าชมงานจะได้พบกับทีมงาน Cosplay "Spiral Cats" รวมถึงชมการแสดงคอนเสิร์ตของดีเจชื่อดังอย่าง Steve Aoki นอกจากนั้นแล้ว ภายในโซนนี้ยังมีกิจกรรม TED Talks ซึ่งจะมีการพูดถึงเรื่องของการพัฒนาอีสปอร์ตและทิศทางของเทคโนโลยีใหม่ๆ ในอนาคต

WCG 2018 จะมีขึ้นในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 26-29 เมษายน 2018 หากทางต้องการข้อมูลหรือรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่  www.wcg.com

แสดงความคิดเห็น

สินค้าแคสเตอร์