Kingdom Season 2 รีวิว - เมื่อเวลาที่ให้กันมันน้อยเกินไป ความเข้มข้นจึงเจือจางลงเป็นเงาตามตัว

 

 

Kingdom Season 2 น่าจะติดทำเนียบซีรีส์ Netflix ที่ผู้คนรอคอยมากที่สุดเรื่องหนึ่งเลยนะครับ ภายหลังจากฉาย Season แรกไปเมื่อปีก่อนแล้วจบด้วยความค้างคาจนผู้ชมค้างเติ่งกับความพีคในสถานการณ์ที่เพิ่มประเด็นชวนสงสัยขึ้นร้อยแปดพันประการให้มาหาคำตอบกันต่อในซีซั่นที่ 2 ว่ากันง่ายๆ คือตอนจบซีซั่นแรก ผู้ชมได้คำถามกลับมามากกว่าคำตอบนั่นเอง ซึ่งหลังจากการอดรนทนมาแรมปี ก่อนใช้เวลาเพียง 5 ชั่วโมงเศษๆ เพื่อไล่ดูรวดเดียวจบ 6 ตอนเมื่อช่วงวีคเอนด์ที่ผ่านมา คำตอบส่วนใหญ่ก็ได้รับความคลี่คลาย เพียงแต่ในอัตราความตื่นเต้นที่ออกจะจางกว่าซีซั่นแรกไปสักหน่อย

 

Kingdom

 

Kingdom Season 2 ดำเนินเรื่องต่อจากฉากจบของซีซั่นแรกแบบทันที เพียงแต่ก็มีการเล่าย้อนแบบพอสังเขปให้ได้ระลึกถึงความหลังกัน ว่าด้วยการหาทางป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคระบาดขององค์รัชทายาทอีชาง ซึ่งถึงตอนนี้เขาทั้งต้องตั้งรับเหล่าผู้ติดเชื้อ (ซอมบี้) หาทางรักษา รวมถึงต้องรับมือกับเกมการเมืองภายในวังของอัครมหาเสนาบดีโจฮักจูและมเหสีโจที่ต้องการกำจัดเขาให้พ้นทางอีกด้วย

 

Kingdom

 

แน่นอนว่าองค์รัชทายาทเควสต์เยอะขนาดนี้เราย่อมคาดหวังว่าเขาจะเคลียร์ได้ทั้งหมดในแบบที่ไม่ค้างคาหรือทิ้งให้มีภาคต่อได้อย่างน่าสนใจ ในอัตราความเร้าใจไม่หย่อนจากที่ซีซั่นแรกได้ทำไว้ ซึ่งผมคิดว่าช่วงตอน 1-2 ตัวเรื่องค่อนข้่างทำได้ดีครับ ก่อนจะมาแผ่วๆ ลง และกลับมาเดือดกันอีกรอบในช่วงท้าย ซึ่งส่วนตัวคิดว่าปัญหาน่าจะมาจากเวลาออกอาการที่มันอาจจะไม่ได้สั้นนักหากเทียบกับซีซั่นก่อน แต่ด้วยภารกิจของอีชางที่มากมายยิ่งกว่าแต่ก่อนที่แค่เน้นเอาตัวรอด ก็ทำให้เวลาที่มีอาจจะไม่พอในการใส่เรื่องราวทั้งหมด จนกลายเป็นว่าตัวเรื่องสูญเสียรายละเอียดบางอย่างที่อาจจะทำให้เนื้อเรื่องระทึกมากขึ้นไป ซึ่งพอบางเหตุการณ์พอถูกเคลียร์ง่ายเกิน ความรู้สึกที่อยากเอาใจช่วยอีชางจึงมีไม่มากมายเท่ากับภาคก่อน เป็นเหตุให้ความเข้มข้นของเส้นเรื่องถูกทอนลงไป ขณะที่บางจุดพอใช้ความง่ายเข้าว่าก็กลายเป็นเราไม่อาจหาคำตอบได้ว่าเขาใส่เหตุการณ์นี้เข้ามาทำไมเสียอย่างนั้น

 

Kingdom

 

อย่างไรก็ตามเมื่อมองในภาพรวมของทั้ง 6 ตอนก็ยังสามารถพูดได้ว่า Kingdom Season 2 เป็นซีรีส์ที่เต็มไปด้วยคุณภาพ โดยเฉพาะในด้านงานโปรดักชั่นที่ไม่ไก่กาเลย ไม่ว่าจะฉากต่างๆ หรือเสื้อผ้าหน้าผมเรารู้สึกได้ว่านี่คือหนังที่ลงทุนไม่ใช่แค่โปรยเงินแต่ยังพิถีพิถันในแง่ของกระบวนการ อาจจะติดแค่การจดจำนักแสดงที่พอซีซั่นนี้ดันใส่ชุดคล้ายๆ กันแถมผู้ชายก็ไว้หนวดกันแทบทุกคน (ซึ่งเป็นเรื่องเข้าใจได้จากสถานกาณณ์ในเรื่อง) ก็ทำให้เกิดความยากขึ้นมาในการจดจำหรือแยกแยะ แต่พอช่วงกลางๆ เรื่องก็จะเริ่มหมดปัญหานี้ไป

 

Kingdom

 

และแม้ผมจะรู้สึกว่ามันมีปัญหาในการดำเนินเรื่องนิดหน่อย แต่ผมก็โอเคที่มันเล่าเรื่องกระชับ ทั้งยังคงรู้สึกว่าน่าสนใจอยู่ในแง่ของไดเรคชั่นที่เรื่องดำเนินไปในตอนจบ บางคนอาจสัมผัสได้ว่ามันกำลังดูจะออกทะเลชอบกล แต่เหตุผลในเรื่องก็มีให้ไว้หลวมๆ จนหากจะนำไปต่อยอดก็พอถูไถไปได้โดยไม่ตะขิดตะขวงนัก ซึ่งส่วนตัวผมเป็นคนรับอะไรแบบนี้ได้ง่ายอยู่แล้ว จะท่ายากท่าพิสดารขนาดไหนก็พร้อมจะเปิดใจพิสูจน์ นอกจากนี้กับเซอร์ไพรส์ในฉากสุดท้าย ก็ช่วยกระตุ้นต่อมจินตนาการให้ไกลออกไปอีกว่าซีซั่นหน้าจะเล่าเรื่องยังไงกันนะ

 

Kingdom

 

กับ Kingdom Season 2 ในภาพรวมนั้นสำหรับคนที่ดูซีซั่นแรกมาคงไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะไม่ดูซีซั่น 2 ต่อ ส่วนผู้ที่ยังไม่เคยดูเลยก็อยากแนะนำครับ ยิ่งช่วงนี้อาจต้องอยู่ติดบ้านกันไปอีกพักใหญ่ๆ ซีรีส์ Kingdom ทั้ง 2 ซีซั่นก็ถือเป็นตัวเลือกในการเผาเวลาหรือแสวงหาความบันเทิงชั้นดีเลยครับ

 

Kingdom

 

 

Verdict
8/10

 

Kingdom Season 2 รีวิว - เมื่อเวลาที่ให้กันมันน้อยเกินไป ความเข้มข้นจึงเจือจางลงเป็นเงาตามตัว

เกมแนะนำ

แสดงความคิดเห็น

สินค้าแคสเตอร์