The Witcher รีวิว – การประทับทรงหมาป่าขาวของ Henry Cavill ที่พาซีรีส์บินสูงกว่าที่คาด

The Witcher รีวิว – การประทับทรงหมาป่าขาวของ Henry Cavill ที่พาซีรีส์บินสูงกว่าที่คาด

 

 

The Witcher คือชื่อที่คนเล่นเกมช่วงหลังปี 2000 มานี้ต้องเคยได้ยินมาบ้างไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะแล้วก็คอเกม RPG ที่แทบจะเป็นเกม Must Have แบบว่ามีกันทุกเครื่อง โดยเกม The Witcher นั้นมีออกมาแล้วด้วยกัน 3 ภาค ไม่เพียงแต่ยกระดับเกม RPG ให้สู่เขตแดนของเกมเพลย์ที่เหนือชั้นยิ่งขึ้นแล้ว มันยังทำให้ผู้พัฒนาชาวโปแลนด์อย่าง CD Projekt Red ถีบตัวเองขึ้นมาอยู่แถวหน้าของวงการเทียบเคียงกับระดับตำนานอีกหลายๆ ค่ายได้สำเร็จ วันนี้เมื่อประสบความสำเร็จในโลกเกมอย่างท่วมท้นแล้ว ก็ถึงเวลาที่ The Witcher จะท้าทายขอบเขตใหม่ๆ ของตัวเองบ้าง กับการกลายเป็นซีรีส์บน Netflix ที่เลือกจะเล่าเรื่องราวก่อนเหตุการณ์ในเกมภาคแรก หรือก็คือเหตุการณ์ตามนิยายดั้งเดิมของ Andrzej Sapkowski ซึ่งมีจำนวน 5 เล่มด้วยกันนั่นเอง

 

 Witcher

 

บอกก่อนเลยว่าแม้จะยังเล่น Blood and Wine ไม่จบ แต่ผมไม่มีข้อกังขาใดๆ กับคุณภาพเกมของ The Witcher III: Wild Hunt ที่น่าจะเป็นภาคที่ดีที่สุดของซีรีส์ ดังนั้นแล้วผมไม่ปฏิเสธเลยว่าตั้งตารอซีรีส์เรื่องนี้มาตั้งแต่ประกาศสร้าง และแม้ปกติผมจะไม่ค่อยตั้งความหวังกับซีรีส์หรือหนังจากเกม/นิยายนัก แต่การผ่านตาของข่าวความกระตือรือร้นที่จะเล่นเป็น Geralt ของ Henry Cavill ก็ทำให้เราอดจะคาดหวังไม่ได้ เพราะการที่แคสต์มีแพสชั่นใการเล่นขนาดนี้ อย่างน้อยๆ เราว่าเขาใส่สุดแน่นอน กระทั่งโฉมแรกของพี่แกในคอสตูมหมาป่าขาวแห่งริเวียได้เผยโฉม มันก็ยิ่งตอกยํ้าความรู้สึกไปอีกว่าสำหรับเราแล้วเรื่องนี้ยังไงก็ไม่พังแน่ๆ แต่จะปังรึเปล่า อันนี้คือลุ้นหนักจริงๆ

 

 Witcher

 

และหลังจากได้รับชมจนจบ ในภาพรวมในแง่ความเป็นซีรีส์ผมคิดว่ามันยังมีปัญหาในหลายๆ จุด และพอเข้าใจว่าทำไมหลายๆ คนโดยเฉพาะคนที่ไม่มักคุ้นกับเกมมาก่อนจึงยอมแพ้แล้วบอกลามันกลางคัน ซึ่งส่วนตัวผมเองระหว่างดูก็มีบ้างที่พยายามจะมองเป็นกลางพยายามสลัดความเป็นแฟนเกมออกไปให้หมด แต่ประทานโทษครับ มันทำไม่ได้จริงๆ เพราะทุกเอเลเมนต์ของซีรีส์มันเร้าความเป็นแฟนเกมในตัวอยู่ตลอด แม้รู้ว่าเหตุการณ์ว่ามันจะไปลงเอยที่ใด แต่เรายังคงตื่นเต้นที่จะได้รับชมซีนถัดๆ ไป มันใช่แหละที่ซีรีส์นี้ไม่ได้ใกล้เคียงคำว่าสมบูรณ์แบบนัก แต่กลับทำให้เราหลงรักแบบโงหัวไม่ขึ้นเลย เวรเอ้ย!

 

 Witcher

 

สิ่งหนึ่งที่ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยคือความงง แม้ว่าคุณอาจจะพอคุ้นเคยตัวเกมมาบ้าง แต่คุณก็มีสิทธิ์จะงงกับตัวซีรีส์อยู่ดี เพราะมันไม่มีความเป็นมิตรกับมือใหม่เลย เพียงตอนแรกก็อัดชื่อเฉพาะและข้อมูลต่างๆ ใส่ผู้ชมจนหากใครรับไม่ทันก็คงเมาหมัดกันไปข้าง ซึ่งจุดนี้ต้องอาศัยเวลาและการเปิดรับนิดหนึ่ง หากสามารถเข้าใจกฎของโลกดาร์คแฟนตาซีที่มีความเฉพาะตัวแห่งนี้ได้ ก็จะรับอะไรต่างๆ เข้ามาง่ายขึ้น ยิ่งเร็วยิ่งดี แต่ถึงอย่างนั้นในแง่ความไม่เป็นมิตร เรื่องก็ยังมีความปราณีอยู่ คือไม่พูดถึงรายละเอียดอื่นๆ ที่ยังไม่มีบทบาทมากนักโดยไม่จำเป็น ตัวอย่างเช่นฝักฝ่ายต่างๆ ที่มีการพูดถึงราวๆ 4-5 ชื่อ ทั้งๆ ที่จริงแล้วมีฝักฝ่ายเป็น 10 ที่อิรุงตุงนังกับสถานการณ์ของโลกนี้อยู่

 

 Witcher

 

อิกสิ่งที่คนพูดถึงเยอะก็คือการเล่าเรื่องที่มันจะดูวนเวียนไปสักหน่อย เพราะการเล่าแบบ 3 เส้นเรื่องตัดสลับไม่เรียงไทม์ไลน์ ซึ่งก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องใช้ความตั้งใจ การสังเกตุ และแน่นอนคือเวลา ต้องให้เวลากับมัน สักตอน 3 ตอน 4 ถ้าเริ่มเก็ตกันแล้วว่ามันช่วงเวลาไหนตอนนี้พูดถึงอะไรก็จะเริ่มย่อยง่าย กระทั่งทุกอย่างที่ดูจะกระจัดกระจายไร้ทิศไร้ทางมันกลับไหลมารวมกันเป็นเส้นเรื่องเดียวได้เฉยเลยในตอนที่ 7 นี่ผมรู้สึกว่ามันว้าวมากๆ คือมันเป็นการเสี่ยงของทีมสร้างและผู้กำกับที่เลือกจะทำมันออกมาแบบนี้ เพราะมีเปอร์เซ็นต์ที่คนจะเลิกดูสูงพอสมควรเลยนะครับ กับการที่ซีรีส์คล้ายจะไม่แคร์คุณเลย ขณะที่คุณต้องเป็นฝ่ายทำความเข้าใจมันมาตลอด จนถึงตอนเฉลยนี่แหละที่เหมือนเป็นการง้อแบบบิ๊กเซอร์ไพรซ์สร้างความประทับใจได้มากจริงๆ ในเงื่อนไขที่ว่าคุณต้องอยู่ถึงตอนนั้นน่ะนะ

 

 Witcher

 

ในส่วนของนักแสดงคนแรกที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือพี่ Henry Cavill นี่แหละ เรื่องนี้อย่าเรียกว่าแกแสดงครับ เรียกว่ามาประทับทรงจะตรงกว่า ความแพสชั่นมาเต็ม ปลดปล่อยความจูนิเบียวของตัวเองออกมาอย่างเต็มคราบ เวลาเราทำอะไรด้วยรัก ด้วยความตั้งใจมันมักจะออกมาดี ในเคสของ Henry นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนมาก เพราะเอาจริงๆ ตัวแกไม่ได้โด่งดังในความเป็นดาราเจ้าบทบาทขนาดนั้น แต่กับบท Geralt of Rivia “จอมเชือดแห่งบลาวิเค่น” นี้แกสามารถแสดงจนสามารถสะลัดภาพลักษณ์ของซูเปอร์แมนได้หมดจรดจริงๆ เป็น Geralt ที่แฟนๆ ไม่มีความกังขาโดยสิ้นเชิง ในขณะที่แคสต์อื่นๆ ผมให้ไปทางเสมอตัวค่อนไปทางแย่ หากไม่นับ Yennefer กับ Ciri ที่พอไหว และม้า Rosch ที่เหมือนเอามากๆ(?) ตัวละครอื่นๆ ก็ไม่ได้รู้สึกว่าแคสมาได้ว้าวนัก โดยเฉพาะ Triss กับ Fringilla ที่ค่อนข้างขัดใจแฟนๆ เป็นพิเศษ แถมยังทำให้รู้สึกว่าโดนยัดเยียดนิดๆ อีกต่างหาก (ส่วน Renfri นี่แคสต์มาดีไป และความเห็นส่วนใหญ่คือหล่อนควรไปเป็น Triss ซะ)

 

 Witcher

 

ภาพรวมของ The Witcher ก็อย่างที่บอกไว้ตอนแรกครับว่าในแง่ความเป็นซีรีส์มันอาจจะไม่ได้สมบูรณ์นักและมีรอยแผลอยู่พอสมควร ไม่เป็นมิตรกับหน้าใหม่เลย อีกทั้งยังกึ่งๆ บังคับให้ผู้ชมใช้เวลาอยู่กับมันพอสมควร แต่หากคุณเป็นแฟนเกมหรือสามารถเข้าถึงมันได้เมื่อไหร่ คุณจะเริ่มสนุกไปกับมันและไหลไปได้เรื่อยๆ จนเมื่อทุกอย่างจบลงที่ตอน 8 พร้อมการร้อยเรียงพันหมื่นเหตุการณ์ที่ผ่านมาจนเหลือเส้นเรื่องเพียงหนึ่งเดียวที่พร้อมจะเดินหน้าต่อไป คุณก็อาจจะรํ่าร้องหา Season 2 อย่างบ้าคลั่งเช่นผมก็เป็นได้

 

8/10

 

 

The Witcher รีวิว – การประทับทรงหมาป่าขาวของ Henry Cavill ที่พาซีรีส์บินสูงกว่าที่คาด

คำที่เกี่ยวข้อง

สมัครรับข่าว OS

คุณอาจสนใจเรื่องนี้