ผมเคยพูดไว้ที่ไหนซักที่ว่าผมเป็นแฟนหนัง Transformers ของ Michael Bay เข้าทำนองว่าหนังห่วยที่รักนั่นแหละครับ ซึ่งมันเป็นอย่างนั้นมา 3-4 ภาค กระทั่ง The Last Knight ภาคล่าสุดที่ผมให้การยอมรับและรับรองเลยว่ามันเป็นหนังแย่โดยสัมบูรณ์ และเกิดความรู้สึกโดยดุษฎีเป็นครั้งแรกว่าอยากให้ Bay แกพอเถอะ น่าจะถึงเวลาที่ต้องถอยออกไปได้แล้วแหละ

     ซึ่งก็ดูเหมือนทั่วโลกจะคิดเหมือนกัน เพราะ The Last Knight คือภาคที่เจ๊งยันเงา เนื่องจากปกติแล้วแม้จะโดนด่ายังไง ตัวหนังก็ยังกวาดรายรับมหาศาล แต่กับภาคนี้โดนด่าแล้วยังได้เงินไม่เท่าที่หวังอีก ทำให้แผนการของ Paramount ที่จะสร้างภาคต่อตั้งแต่ภาค 6 ขึ้นไปนั้นจึงถูกพับไว้ชั่วคราว และเหลือเพียงภาคสปินออฟอย่าง Bumblebee เท่านั้นที่แบกความหวังของแฟรนไชส์เอาไว้

     และก็ขอแสดงความยินดีกับ Paramount ด้วยครับ เพราะ Bumblebee ทำได้ดีทีเดียว เหมาะเหลือเกินที่จะใช้มันเป็นจุดรีเซ็ตจักรวาลอย่างที่มีข่าวว่าเล็งๆ กันไว้นั่นแหละครับ พร้อมกันนั้นก็เป็นการพิสูจน์พลางตอกยํ้าไปในตัวว่ากับแฟรนไชส์นี้อาจหมดเวลาสำหรับป๋า Bay จริงๆ แล้วก็ได้

     โดยในทีแรก Bumblebee ไม่ใช่หนังที่ถูกพูดถึงมากนัก ทว่าพอประกาศว่า Michael Bay ไม่ได้กำกับ เท่านั้นแหละ สถานะของมันก็ดูน่าสนใจขึ้นทันที ในฐานะหนัง TF เรื่องแรกซึ่ง Michael Bay ไม่ได้กำกับแต่ขึ้นไปนั่งแท่นโปรดิวเซอร์แทน และให้ Travis Knight ผูักำกับหนุ่มที่เพิ่งมีงานโดดเด่นอย่าง Kubo and the two strings มากุมบังเหียนแทน

     ส่วนตัวผมเองก็ค่อนข้างตื่นเต้น เพราะรักแฟรนไชส์นี้แม้หนังที่ผ่านๆ มาจะไม่โสภานัก ดังนั้นแล้วจึงค่อนข้างคาดหวังในแนวทางใหม่ๆ ของตัวภาพยนตร์ และจัดการตีตั๋วไปดูแบบ Day One หลังเลิกงาน ซึ่งหลังจากใช้เวลาไปราวๆ 2 ชั่วโมงกับการรับชม โดยสรุปง่ายๆ ผมว่า Bumblebee มีองค์ประกอบความเป็นหนังที่ดีมากที่สุดในแฟรนไชส์ครับ คือตัวหนังให้นํ้าหนักกับการสร้างสัมพันธ์ระหว่างบีและชาลีมากกว่าฉากแอคชั่น ดังนั้นแล้วมันจึงเป็นหนัง TF ที่ดูรู้เรื่องที่สุด คือการเดินเรื่องไหลลื่นมาก อาจมีอืดๆ ในบางช่วงแต่ก็ไม่ได้ติดขัดอะไร แค่ทำในส่วนนี้ได้ดี ผมว่ามันก็สามารถเป็นหนัง TF ที่ดีกว่าหลายๆ ภาคแล้ว นักแสดงอย่างน้อง Hailee Steinfeld ก็แสดงใช้ได้ครับ ถ่ายทอดความรู้สึกได้ดีทั้งในแง่ความผูกพันกับบี และปัญหาที่มีต่อครอบครัว

     คือเอาจริงๆ เนื้อเรื่องมันก็หนัง Coming of age ธรรมดาๆ นี่แหละครับ แต่พอมันมีองค์ประกอบและการเล่าเรื่องที่ดี Bumblebee เลยกลายเป็นหนังที่ดูแล้วไม่เกิดอาการหงุดหงิดครับ มาว่ากันในส่วนแอคชั่นกันบ้าง ใครที่บ่นว่างานของ Bay ดูหุ่นตีกันไม่รู้เรื่อง ใน Bumblebee นี่น่าจะสมใจอยากแล้วครับ ไม่ว่าจะสงครามบนดาวไซเบอร์ตรอนในช่วงแรก กับการซัดกันเน้นๆ ในช่วงท้ายทำได้ละเอียดกว่าเดิม เห็นการออกท่าทางชัดๆ ของหุ่นแต่ละตัวครับ นอกจากนี้กการประกฎตัวของหุ่นต่างๆ ในเวอร์ชั่น G1 ก็น่าจะโดนใจแฟนๆ กันอย่างมาก เพราะแม้ดีไซน์จะโบราณ แต่ในหนังมันก็ไม่ได้ดูเก่าอะไร แถมยังเท่อีกต่างหาก เรียกได้ว่าเห็นไลน์ของเล่นมาแต่ไกล

     อย่างไรก็ดีในส่วนของแอคชั่นผมยังรู้สึกว่าชอบการดีไซน์แบบ Bay ในช่วงพี่แกท็อปฟอร์มอยู่นิดๆ คือรู้สึกว่าหวือหวากว่า รุนแรงกว่า (ผมชอบฉากที่อ็อฟติมัสเดี่ยวกับดิเซปติคอน 3 ตัวในป่าตอนภาค 2 มากที่สุด) ถึงอย่างนั้นใน Bumblebee ก็ไม่ได้ใกล้เคียงคำว่าแย่แต่อย่างใดครับ อยู่ในระดับกล่มกล่อมกับเนื้อเรื่องพอดิบพอดี

     สรุปแล้วสำหรับผม Bumblebee คือความหวังใหม่ของแฟรนไชส์จริงๆ และคิดว่าควรรีบูตจักรวาลจากเรื่องนี้ไปเลย แล้วให้ Travis Knight ดูแลไปอีกสักภาค 2 ภาค ส่วน Bay ก็เป็นโปรดิวเซอร์ดูภาพรวมแบบนี้ไปแหละดีแล้วครับ อนาคตสดใสกว่าเห็นๆ และสำหรับใครที่เป็นแฟนเจ้าหุ่นเหลิงตัวนี้ก็บอกเลยว่าคุณจะรักมันมากกว่าเดิมอย่างแน่นอน

Bumblebee

เกมแนะนำ

แสดงความคิดเห็น

สินค้าแคสเตอร์