ถ้าเราจะสังเกตดูให้ดีในไตรภาคที่ 2 ของซีรีส์ Jurassic นี้ ธีมของเรื่องราวมักจะล้อไปกับไตรภาคแรกทว่าก็ไม่ได้เหมือนไปเสียทั้งหมด เช่น Jurassic World ล้อกับ Jurassic Park ที่แม้จะจบคล้ายๆ กันกับความล้มเหลวของพาร์ค ทว่า World นั้นให้เราได้เห็นพาร์คที่เสร็จสมบูรณ์และช่วงรุ่งเรืองที่สุดของมัน เฉกเช่นเดียวกันกับ Fallen Kingdom ที่ก็พร้อมจะล้อไปกับ The Lost World ตามสเต็ป ไปเกาะ > เอาไดโนเสาร์กลับมาแผ่นดินใหญ่ > เกิดเรื่องวุ่นวาย ซึ่งก็คล้ายๆ เดิมครับ จะแตกต่างกันตรงผลลัพท์ที่คราวนี้ยากจะแก้ไขจริงๆ

     Fallen Kingdom จะเล่าเรื่องราวต่อจากภาคแรก เมื่อเกาะ Isla Nublar ถูกทิ้งร้าง ไดโนเสาร์จึงกลายเป็นผู้ปกครองเกาะอีกครั้ง ทว่าเวลานี้ภูเขาไฟกลางเกาะกำลังจะปะทุ และทุกสิ่งอย่างจะถูกทำลาย ปฏิบัติการเพื่อช่วยไดโนเสาร์ของมนุษย์จึงต้องเริ่มขึ้น โดยมีโอเวนและแคลร์ 2 ตัวเอกจากภาคแรก มาร่วมปฏิบัติการณ์ด้วย ซึ่งแน่นอนว่าแท้จริงแล้วพวกเขาถูกหลอก เพราะสิ่งที่ผู้มาช่วยต้องการจริงๆ คือตัวของบลู แรพเตอร์ตัวสุดท้ายที่โอเวนฝึกจนเชื่อง เพื่อนำเอา DNA ไปสร้างอาวุธสังหารชีวภาพที่สมบูรณ์แบบอย่างอินโดแรพเตอร์นั่นเอง

     ตัวหนังเปิดตัวอย่างชัดเจนว่าจะกลับไปใช้โทนอารมณ์แบบภาค 1 ภาค 2 ด้วยการสื่ออารมณ์ในฉากแรกที่ใช้ทั้งความมืด บรรกาศไม่น่าไว้วางใจ และเสียงน่าสงสัย ประกอบกันจนเป็นฉากชวนระทึกซึ่งจะทำให้ผู้ชมย้อนหวนรำลึกถึง 2 ภาคแรกอย่างช่วยไม่ได้ โดยอันที่จริงแล้วเราสามารถแบ่งอารมณ์หนังได้เป็น 2 ช่วงครับ คือช่วงบนเกาะ ที่จะมาในธีมผจญภัยเลย และช่วงในคฤหาสถ์ซึ่งจะออกแนวหนังสยองขวัญเล่นกับจังหวะหน่อยๆ 

     ซึ่งว่ากันตามตรงผมเอนจอยกับช่วงต้นเรื่องบนเกาะมากกว่าโดยเฉพาะจุดพีคทางอารมณ์อย่างตอนที่กลับออกมาจากเกาะนี่บอกเลยนํ้าตาแทบร่วง เพราะภาพที่เห็นมันสื่อถึงคำว่า Fallen Kingdom ตามชื่อตอนจริงๆ ขณะที่ช่วงพาร์ทคฤหาสถ์ก็ใช่ว่าจะแย่ เพราะมันได้อารมณลุ้นตัวโก่งแบบภาคแรกๆ กลับมาเต็มๆ ไดโนเสาร์ตัวร้ายหลักอย่างอินโดแรพเตอร์ที่แม้จะตัวไม่โตเท่าอินโดมินัสเร็กซ์ของภาคที่แล้ว แต่กับการเล่นซ่อนแอบในอาคารยังไงฝ่ายแรกก็ชวนขนหัวลุกกว่าเยอะ ด้วยขนาดตัวที่โตกว่าแรพเตอร์แต่ไม่ใหญ่เท่าเร็กซ์ การเคลื่อนที่ในอาคารจึงทำได้ดี แถมยังฉลาด, ยิงไม่เข้า, ยาสลบใช้ไม่ได้ เป็นนักล่าที่สเตตัสแอบโกงไม่น้อยครับ ถึงอย่างนั้นหนังยังไม่สามารถทำให้เราเชื่อได้ว่า เจ้าตัวนี้จะใช้ได้ดีกว่าอาวุธยุคปัจจุบันยังไง เพราะสุดท้ายมันก็ยังเป็นสิ่งมีชีวิตที่ตายได้ครับ

     และอาจจะเพราะด้วยอารมณ์แบบนั้นทำให้ส่วนตัวผมดูภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วรู้สึกไม่สุดชอบกล ทั้งๆ ที่ก็เป็นคนที่หลงใหลไดโนเสาร์มาตั้งแต่เด็ก รู้สึกว่าหนังขาดจังหวะพีคจริงจังจนไม่สามารถพูดคำว่า "หนังโคตรดี" ออกจากปากได้ กระนั้นในทางกลับกันผมสามารถตะโกนดังๆ ว่า "นี่ไม่ใช่หนังที่แย่" ได้เช่นกัน เป็นความกํ้ากึ่งที่อึนๆ พอสมควร คือมันก็เดิมๆ แต่ประเด็นที่พูดในหนังรวมถึงต่อยอดไปสู่ภาคถัดไปนั้นค่อนข้างน่าสนใจเอามากๆ ทำให้หนังมันยังคงน่าสนใจอยู่ และชวนลุ้นไม่น้อยว่าท้ายที่สุดแล้วไตรภาคที่ 2 นี้จะจบอย่างไร

     Jurassic World: Fallen Kingdom อาจยังไม่ใช่ภาคที่ดีที่สุดของซีรีส์ ถึงอย่างนั้นก็ยังคงความเป็นหนังครอบครัวที่มาพร้อมความระทึกมากกว่าภาคที่แล้ว และยิ่งหากใครชอบไดโนเสาร์หรือเป็นแฟนซีรีส์นี้ล่ะก็ ยังไงก็แนะนำให้มาดูกันอยู่ดี เพราะประเด็นที่ปูสู่ภาคถัดไปนั้นบอกเลยว่าใหญ่มากๆ ครับ ไม่มีเสียดายเงินแน่นอน

เกมแนะนำ

แสดงความคิดเห็น

สินค้าแคสเตอร์