เรียกว่าเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่มีคนเฝ้ารออยากดูมากที่สุดในตอนนี้เลยก็ว่าได้ Ready Player One อภิมหาภาพยนตร์หนังไซไฟ ล้ำจินตนาการ ที่ถูกดัดแปลงมาจากนวนิยายของ Ernest Cline ถ่ายทอดออกมาเป็นบทภาพยนตร์โดยพ่อมดฮอลลีวูด Steven Spielberg ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากในยุค 80s - 90s เรียกได้ว่ามีความพร้อมและ ความเข้าใจในยุคนั้นอย่างเต็มเปี่ยมที่จะได้นำเสนอผลงาน Ready Player One ฉบับจอเงินได้อย่างเข้าถึง

      เรื่องราวของ Ready Player One ฉบับภาพยนตร์มี "แตกต่าง" จากฉบับนวนิยายของ Ernest Cline อย่างเห็นได้ชัด มีการเพิ่มลูกเล่นปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ต่างๆ ที่ Wade Watts ตัวเอกของเรื่องได้พบเจอ รวมไปถึง "เงื่อนไข" การได้มาของ "กุญแจ" ที่จะนำพาไปสู่ Easter egg ซึ่งเป็นสิ่งที่ James Donovan Halliday ผู้สร้างโลกเสมือน ( Virtual World ) the OASIS ทิ้งเอาไว้ก่อนตาย ทำให้ Wade Watts ที่ใช้ชีวิตไปวันๆ ตัดสินใจเข้าร่วมในการค้นหา Easter egg ครั้งนี้ด้วย

      ธีมเรื่องและแนวเรื่องของ Ready Player One ใส่กลิ่นอายของ Pop Culture ยุค 80s - 90s แบบจัดเต็มไม่ว่าจะเป็น ภาพยนตร์ , ซีรีส์ , เพลง , บรรยากาศ , เกม Arcade , การ์ตูนอนิเมชั่น เพลิดเพลินไปกับ Pop Culture ร่วมสมัยในแบบของยุค 2045 ได้อย่างกลมกลืน สอดไส้ความรุ่งเรื่องยุคเก่าชนิดที่คนดูรู้สึกสนุกไปกับการตามหา Easter egg ต่างๆ ว่ามันมาจากไหนบ้าง หากเราเป็นคนในยุคสมัยนั้นยิ่งทำให้รู้สึกอินมากยิ่งขึ้นไปอีก

     อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าตัวหนัง Ready Player One จะมีกลิ่นอาย Old School ชวนคิดถึงเอาไว้มากมาย แต่จุดเด่นนี้อาจจะทำให้ "คนสมัยใหม่" หรือ "เด็กยุคใหม่" ไม่ได้รู้สึกอินอะไรมาก อาจจะรวมไปถึงคนในยุค 80s ที่ไม่ได้ติดตาม Pop Culture ตะวันตก ด้วยเช่นกัน แต่บรรยากาศโดยรวมและการดำเนินเรื่องมี "ความอิ่ม" "เข้าใจง่าย" ดูได้เพลิดเพลินน่าติดตามตลอดระยะเวลาร่วม 140 นาที แม้ว่าเราจะแทบไม่รู้จักตัวละครยุค 80s - 90s ทั้งหมดเลยก็ตาม การมาของ Ready Player One ฉบับพ่อมด Steven Spielberg ยังคงไว้ลายเสน่ห์มนต์ขลังมิเสี่อมคลาย

 

คะแนน : 8/10 อภิมหาดักแก่ครั้งใหญ่จนฟินตายคาโรงไปเลย

 

 

 

เกมแนะนำ

แสดงความคิดเห็น