ย้อนเหตุการณ์เมื่อวันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมา เมื่อ โลแกน พอล ยูทูบเบอร์คนดังได้เผยแพร่คลิปวิดีโอที่ตนเองกับเพื่อนๆ ได้เดินทางเข้าไปในป่าอาโอคิงาฮาระ หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ 'ป่าฆ่าตัวตาย' ที่ประเทศญี่ปุ่น และก็บังเอิญไปพบกับศพคนที่ฆ่าตัวตายในป่าแห่งนั้นจริงๆ ทว่าพอลกับเพื่อนๆ กลับทำกิริยาไม่เหมาะสมด้วยการแสดงท่าทางและคำพูดเชิงตลกขบขันออกมา ทำให้กระแสจากชาวเน็ตทั่วโลกรู้สึกไม่พอใจกับการกระทำของพอล จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง อีกทั้งช่องของพอลยังโดน YouTube ลงโทษด้วยการระงับฟีเจอร์การหารายได้ผ่านโฆษณาอย่างไม่มีกำหนดด้วย และพอลก็เลยทำคลิปขอโทษ พร้อมยุติการเคลื่อนไหวทุกอย่างบนโลกโซเชียลมาตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม

และแล้ววันที่ 24 มกราคม พอลก็ได้เผยแพร่คลิปออกมาตัวหนึ่งที่มีชื่อว่า Suicide: Be Here Tomorrow โดยมีเนื้อหาที่พอลออกตระเวนสัมภาษณ์บุคคลต่างๆ อาทิ เควิน ไฮนส์ ชายผู้เคยพยายามฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดจากสะพานโกลเด้นเกทตั้งแต่อายุ 19 ปี พร้อมบรรยายความรู้สึกที่เป็นแรงขับให้เขาต้องคิดสั้น ณ ตอนนั้น รวมถึงการสัมภาษณ์ จอห์น เดรเปอร์ และ บ๊อบ ฟอร์เรสต์ ตัวแทนจากศูนย์สายด่วนป้องกันการฆ่าตัวตาย และ Alo House ที่เป็นสถานฟื้นฟูและบำบัดผู้ติดสุราและยาเสพติด ซึ่งทั้งคู่ก็ทำงานที่ต้องรณรงค์ป้องกันปัญหาการฆ่าตัวตายเหมือนกัน

เพื่อนๆ สามารถชมคลิป Suicide: Be Here Tomorrow ได้ที่ด้านล่างครับ

ภายในคลิปวิดีโอดังกล่าว พอลดูมีท่าทีที่สำนึกผิดอย่างเห็นได้ชัด และหลังการสัมภาษณ์กับบุคคลที่เคยมีประสบการณ์เฉียดตายและทำงานเกี่ยวข้องกับผู้ที่มีอาการซึมเศร้าและเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย พอลก็ดูเหมือนจะเข้าอกเข้าใจคนกลุ่มนี้มากขึ้น และช่วงท้ายของคลิป พอลก็ได้ประกาศว่าตนเองจะบริจาคเงินจำนวน 1 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 32 ล้านบาท) ให้แก่องค์กรที่มีวัตถุประสงค์ในการรณรงค์ป้องกันการฆ่าตัวตาย โดยที่เงินก้อนแรกจำนวน 250,000 เหรียญจะถูกโอนเข้าสู่ศูนย์สายด่วนป้องกันการฆ่าตัวตายทันที ในขณะที่อีก 750,000 เหรียญจะถูกมอบให้กับองค์กรรณรงค์ป้องกันการฆ่าตัวตายในประเทศญี่ปุ่นด้วย

สำหรับการบริจาคเงินจำนวนมหาศาลของพอลในครั้งนี้ เจ้าตัวเคยกล่าวเอาไว้คร่าวๆ ในคลิปขอโทษที่เผยแพร่เมื่อ 2 มกราคมแล้วครับ โดยพอลกล่าวว่าตัวเขาต้องขอโทษผู้เสียชีวิตที่ปรากฏอยู่ในคลิปวันที่ 31 ธันวาคม รวมถึงครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วย และเขาอยากจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาในครั้งนี้เช่นกัน

เอาละครับ ถ้าเจ้าตัวมีความตั้งใจจริงที่จะอยากทำดีเพื่อสังคมบ้างก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีและควรสนับสนุนอย่างยิ่ง และบทเรียนในครั้งนี้ก็คงทำให้พอลได้ตระหนักถึงภัยร้ายของโรคซึมเศร้าและปัญหาของการฆ่าตัวตายว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ไม่ควรมองข้ามนั่นเอง

เครดิต: Rocketnews24

แสดงความคิดเห็น

สินค้าแคสเตอร์